ไม่พบผลการค้นหา
อดีตนักร้องนักแสดง ผู้สูญเสียแทบทุกอย่างในวงการบันเทิง เพราะการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองตลอด 10 ปีที่ผ่านมา แต่วันนี้เขาบอกว่า "เซอร์ไพรส์มาก" ที่คนกวักมือเรียกทหารกำลังเผชิญกับสิ่งที่เขาเองเคยได้รับ

เงินในกระเป๋าสตางค์ของ ฟลุ๊ค - พชร ธรรมมล เหลือแค่หลักพัน หลังจากประกาศตัวเองว่าเชียร์ประชาธิปไตย ต่อต้านความไม่ยุติธรรมเมื่อราวปี 2553 งานในวงการบันเทิงเริ่มหดหาย ผู้ว่าจ้างพากันแคนเซิลโดยไม่ให้เหตุผล แต่ใครก็รู้ว่านั่นเป็นเพราะการเมือง 

"บางงานจะถึงวันเปิดกล้องอยู่แล้วครับ เขาโทรมาบอกว่าผู้ใหญ่ขอให้เปลี่ยนตัว" ฟลุ๊ค ย้อนอดีต 

10 ปีต่อมา กระแสประชาธิปไตยและการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพของคนรุ่นใหม่กำลังมาแรง หลายคนถูกอดีตไล่ล่า หลายคนดูเหมือนจะพิสูจน์และแสดงให้เห็นแล้วว่าสิ่งที่ยืนหยัดนั้นถูกต้อง

"เซอร์ไพรส์มากครับ" เขาบอกถึงสถานการณ์ปัจจุบัน


ล้มเจ้า-ซ่ากลบตุ๊ด ข้อหาร้ายๆ เบือนเหตุผล

ย้อนกลับเมื่อราว 10 ปีก่อน ฟลุ๊คเพิ่งสร้างชื่อจากการเข้าประกวดรายการเดอะสตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาว ปี 5 และเซ็นสัญญาร่วมกับค่ายเอ็กแซ็กท์ ต่อมาเมื่อเริ่มแสดงความคิดเห็นทางการเมือง โดยเฉพาะการร่วมรณรงค์แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายอาญามาตรา 112 ตามข้อเสนอของ 'คณะนิติราษฎร์' ชีวิตของเขาก็เปลี่ยนไป 

"ตอนนั้นยกเลิกสัญญากับทางเอ็กแซ็กท์แล้ว ฟลุ๊คเลยรู้สึกว่ามีสิทธิเต็มที่ที่จะแสดงความคิดเห็นทางการเมือง"

ผู้คนเริ่มวิพากษ์วิจารณ์เขาอย่างรุนแรง ถึงขั้นโยนข้อหาเป็น 'ดาราล้มเจ้า' 

"คนมองว่าใครมายุ่งกับกฎหมายฉบับนี้ คือพวกที่ไม่จงรักภักดีต่อสถาบัน สื่อหลายฉบับเริ่มพาดหัวแรงบอกว่าฟลุ๊คเป็นนักร้องเสื้อแดงไม่เอาเจ้า จนทำให้ภาพลักษณ์การเป็นศิลปินสูญเสียไป" 

ฟลุ๊กเดอะสตาร์ประเด็นการเมือง

สิ่งที่เขารู้สึกผิดหวังคือการละเลยเหตุผล บิดเบือนมาโจมตีเรื่องส่วนตัวและเพศสภาพ  

"เริ่มมีการขยี้โดยพูดเรื่องส่วนตัว ครอบครัวแตกแยก มีพ่อเลี้ยง เอาความเป็นเกย์ของพ่อและฟลุ๊คมาเบี่ยงเบนความสนใจ บ้างบอกว่าการเป็นเกย์ทำให้การแสดงออกของฟลุ๊คเถื่อนๆ หัวรุนแรง เพื่อกลบความเป็นตุ๊ดเป็นสาวในตัว" 

เขาบอกว่าพร้อมเสมอที่จะพูดคุย แลกเปลี่ยนประเด็นทางการเมืองและความยุติธรรม แต่กลับไม่มี 

"สมัยก่อนมีสำนักข่าวช่องหนึ่ง ถามว่าสรุปแล้วคุณรักเจ้าไหม? เนี่ยถามเราอย่างนี้ ซึ่งการพูดว่ารักสถาบันนั้นเป็นเรื่องง่ายมาก คุณพูด ผมพูด พูดแล้วก็จบ แต่จริงๆ แล้วคุณทำให้สถาบันเสื่อมเสียมากน้อยแค่ไหน 

"ฝ่ายที่เขาไม่ได้ประกาศตัวว่ารัก แต่ให้ข้อเสนอบนพื้นฐานของเหตุและผล มันอาจส่งผลดีต่อสถาบันมากกว่าด้วยซ้ำ" 

งานในวงการบันเทิงที่ถูกวางแผนไว้ทั้งปีก็ถูกยกเลิก ทั้งอีเวนต์ คอนเสิร์ตและละคร 

"มีครั้งหนึ่งครับ ละครทีวีส่งบทมาให้เรียบร้อย พอใกล้ถึงวันเปิดกล้อง เราโทรไปคอนเฟิร์มเรื่องสถานที่ เขาบอกว่า ขอโทษนะ ผู้ใหญ่ทางช่องขอให้เปลี่ยนเอาตัวเราออก"  

ฟลุ๊คยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นและเข้าใจฝ่ายนายทุนที่มักจะเลือกหนทางที่ปลอดภัยไว้ก่อน

"ทั้งเรื่องการเมือง เรื่องส่วนตัวที่สื่อขุด ทำให้เราดูเป็นพวกหัวรุนแรง เกเร ทำงานร่วมกับใครไม่ได้"

ชีวิตการงานอาชีพในวงการบันเทิงของฟลุ๊คจบลงตั้งแต่วันนั้น เผชิญหน้ากับวันเศร้าๆ สุขภาพจิตเสียหายจากคำด่าทอจำนวนมหาศาลในโลกอินเทอร์เน็ต เงินในกระเป๋าค่อยๆ ร่อยหรอเหลือแค่ไม่กี่พัน แผนชีวิตที่เคยวางไว้กว้างใหญ่ค่อยๆ ลดขนาดลง 

"แผนทุกอย่างต้องล้มหมด คอนโดเราก็ขาย กลับไปอยู่บ้านเดิม ทุกอย่างที่แพลนไว้ต้องลดขนาดลงและดิ้นรนไปตามสถานการณ์"


ภูมิใจไม่หลอกตัวเอง 

"มีช่วงที่เหลือเงินติดกระเป๋าแค่หลักพัน จากที่เราไปงานอีเวนต์ค่าตัวเริ่มต้น 25,000 บาท เดือนหนึ่งมีงานทุกวัน มันก็ทำให้เราได้ขุดความสามารถหรือฝึกจิตใจและค้นพบว่ามีสิ่งอื่นๆ อีกเยอะแยะที่เราสามารถทำได้ และเป็นธรรมดาของทุกชีวิตที่ต้องต่อสู้และยืนด้วยตัวเอง" 

แม้จะเสียโอกาสแทบทุกด้าน ทั้งชื่อเสียงและเงินทอง แต่ต่อให้ย้อนเวลากลับไปได้ เขาก็ยืนยันจะทำเหมือนเดิม 

"ภูมิใจนะครับ ในแง่ที่ว่าเราคิดอย่างไร เราเชื่ออย่างไร แล้วกล้าที่จะพูดออกมา เรารู้สึกชื่นชมตัวเองในจุดหนึ่ง ณ วันนั้นมีคนที่ตื่นรู้น้อยมากๆ เราได้อยู่เคียงข้างเขา ถึงแม้เราจะไม่ได้เป็นนักแสดงระดับเอคลาส แต่ก็ได้ยืนอยู่ข้างๆ เขามาถึงวันนี้" 

ช่วงเวลาที่ผ่านมาหารายได้จากการทำงานเบื้องหลัง, งานแฟนมิตติ้ง และร้องเพลงในงานเลี้ยงส่วนตัว 

"ชื่อเสียงที่เสียไป มันไม่มีคำว่ากู้คืน ฟลุ๊คเข้าใจว่าถ้าผู้ใหญ่จะเลือกส่งงานให้ใคร ก็คงเป็นเด็กๆ ที่เขาดูสะอาดกว่า เราก็ยอมรับในจุดนี้" 

สื่อโซเชียล โซเชียลมีเดีย เฟซบุ๊ก กูเกิล ทวิตเตอร์ ยูทูบ

เห็นต่างได้แต่อย่าหยาบคาย

อดีตนักแสดงหนุ่มบอกว่า การแสดงออกทางการเมืองของศิลปินดาราไม่ใช่เรื่องผิด ทุกคนมีความคิดความเชื่อของตัวเอง ขอเพียงอยู่ภายใต้เหตุผลและมีวุฒิภาวะ เนื่องจากความคิดเห็นที่เหลวไหลหรือหยาบคายในโลกโซเชียลมีเดีย พร้อมย้อนกลับมาทำร้ายผู้พูดได้ทุกเมื่อ 

"ฟลุ๊คคิดว่าคนที่โดนยกเลิกงานเป็นเพราะการแสดงออกในลักษณะหยาบคาย ไม่ใช่เพราะการเลือกข้าง เราควรนำเสนอความคิดเห็นด้วยถ้อยคำสุภาพ เพราะคำหยาบมันลดทอนคุณค่าของเรื่องที่เราจะสื่อไป" 

นักร้องหนุ่มรู้สึกเซอร์ไพรส์ที่เหล่าดารานักแสดงที่ชื่นชมทหาร กำลังถูกโจมตีอย่างหนักจากคนรุ่นใหม่ 

"ก่อนหน้านี้ฟลุ๊คว่ามันยากมากเลยที่เขาจะพัง แต่ตอนนี้เห็น เราเห็นจุดเริ่มต้นแล้ว รู้สึกว่ามันเร็วและน่าแปลกใจมาก" 

เขามองว่าการมาของ 'พรรคอนาคตใหม่' ในปี 2561 ช่วยปลุกกระแสให้ผู้คนกล้าที่จะพูดและเห็นว่าการเมืองเป็นเรื่องใกล้ตัว กระทบกับชีวิตมากเกินกว่าจะละเลย

"สมัยก่อนเราเคยสงสัย ทำไมคนคิดแบบเราน้อยจังวะ ข้อมูลก็อยู่ตรงหน้า ฟลุ๊ครอคนตื่นรู้มากขึ้น รอจนเลิกรอ คิดไปเลยว่า เออเมืองไทยมันก็เป็นแบบนี้แหละ มีแต่คนเลือกที่จะเงียบ ยากที่ใครจะลุกขึ้นมาพูด จนกระทั่งหลังการเลือกตั้งครั้งล่าสุด มันเกิดการเปลี่ยนแปลงเร็วและแรงมาก คนที่ไม่เคยมีส่วนร่วมกับการเมืองก็ถูกดึงเข้ามา 

"การเมืองกลายเป็นเรื่องของทุกคน เด็กๆ ที่เคยอยู่แค่ในโลกโซเชียลก็ออกมาแลกเปลี่ยนความรู้ นำเสนอสิ่งที่เขาคิด มีจุดยืนและหลักการที่หนักแน่นและกล้าหาญมาก" 

แฟลชม็อบ เยาวชนปลดแอก 1920_628497861382489_8307391274719771827_n.jpg

ยอมรับดีกว่าหนีปัญหา 

3 ข้อเรียกร้อง 2 จุดยืน และ 1 ความฝัน ของ 'คณะประชาชนปลดแอก' คือสิ่งที่ฟลุ๊คเห็นด้วย 

"ทุกข้อเสนอมีเหตุมีผล ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง และฟลุ๊คคิดว่าถ้าทำได้จริงจะเป็นผลดีต่อทุกคน 

"ทุกวันนี้เด็กรุ่นใหม่มีความภูมิใจที่เกิดเป็นไทยน้อยมาก เพราะทุกสิ่งทุกอย่างในรอบสิบปีนี้มันถดถอยไปหมดจากการกระทำของคนบางกลุ่ม" เขาบอกว่า ผู้มีอำนาจต้องยอมรับความจริงและความหลากหลายเพื่อหาทางออก

"สมัยก่อนทุกคนอาจจะเงียบและยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่สมัยนี้ไม่ใช่ หากเราไม่ปรับเปลี่ยน ไม่เริ่มต้นยอมรับความจริง มันยากที่จะทำให้สิ่งต่างๆ พัฒนา" 

ฟลุ๊กเดอะสตาร์ประเด็นการเมือง





วรรณโชค ไชยสะอาด
ผู้สื่อข่าวสังคม Voice Online
112Article
0Video
0Blog