ไม่พบผลการค้นหา
'คณะก้าวหน้า' จัดไลฟ์ถกเข้มกรณี ม็อบ นศ. 'ปิยบุตร' ชี้มีการใช้เทคนิคกฎหมายจัดการแกนนำ-ปัญหามาตรฐานกระบวนการยุติธรรม 'ธนาธร' อัดรัฐบาลไม่จริงใจรับฟัง-ชี้ถึงเวลาคุย 10 ข้อเสนอสาธารณะอย่างมีเหตุผลและวุฒิภาวะ

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ร่วมกันจัดรายการ "ก้าวหน้า Talk" ผ่านเฟซบุ๊กเพจคณะก้าวหน้า - Progressive Movement โดยเป็นการพูดคุยถึงประเด็นร้อนแรงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งหนึ่งในนั้นคือกรณีการชุมนุมของประชาชน นิสิต นักศึกษาที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ และกำลังจะมีการชุมนุมใหญ่ ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในวันอาทิตย์ที่ 16 ส.ค.นี้ ขณะเดียวกันก็มีการคุกคาม ติดตาม และจับกุมตัวแกนนำนักศึกษา โดยล่าสุด พริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ 'เพนกวิน' นักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวแล้วนั้น

'ปิยบุตร' ชี้เทคนิคกฎหมายจัดการแกนนำ นศ.-ปัญหามาตรฐานกระบวนการยุติธรรม

ปิยบุตร กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้น มองว่าเป็นกลวิธีหรือเทคนิคในการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือเพื่อจำกัดเสรีภาพประชาชน โดยตั้งข้อหาให้มาก ออกหมายจับให้มาก แล้วเลือกจับทีละนิด ทีละคน เพื่อให้การชุมนุมค่อยๆ อ่อนกำลังลงไป ทั้งนี้ ในการจับทนายอานนท์ นำภา และ ไมค์ - ภาณุพงศ์ จาดนอก เยาวชนระยอง ซึ่งล่าสุดศาลอาญาออกหมายเรียกไต่สวน วันที่ 3 ก.ย. ฐานฝ่าฝืนเงื่อนไขประกันที่ห้ามทำผิดซ้ำเดิม ซึ่งกรณีนี้ก็มีปัญหาทางกฎหมายอยู่มาก เช่น เมื่อส่งตัวศาลบอกให้ตำรวจกลับไปทำสำนวนใหม่ ซึ่งทนายบางท่านบอกว่า ตาม ม.68 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาคดีความอาญา ทำให้หมายจับนั้นสิ้นสภาพไปแล้ว ต้องไปขอศาลเพื่อออกหมายจับใหม่ หากแต่ตำรวจก็ยืนยันว่ามีอำนาจในการควบคุมตัวอยู่

นอกจากนี้ เมื่อส่งศาลอีกรอบ และศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวโดยมีเงื่อนไขว่า ห้ามไปกระทำผิดซ้ำอีก ปัญหาคือ นี่เป็นเพียงการตั้งข้อกล่าวหาในชั้นเจ้าพนักงานสอบสวนเท่านั้น รัฐธรรมนูญรับประกันว่าทุกคนบริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษา น่าแปลกใจว่า แล้วศาลตั้งเงื่อนไขการประกันตัวแบบนี้ได้หรือ ถ้าตั้งเงื่อนไขว่าห้ามกระทำความผิดซ้ำ นั่นหมายความว่าในสายตาของศาลมองว่าเขากระทำผิดแล้ว ทั้งๆ ที่ยังเป็นข้อกล่าวหาอยู่

"นอกจากนี้ยังมีการชุมนุมปราศรัย 10 ส.ค. ที่ มธ.รังสิต ซึ่งตามประกาศฉุกเฉินที่ออกมาตั้งแต่ 1 ส.ค. บอกว่า การชุมนุมให้กลับไปใช้ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ ซึ่งมีข้อยกเว้นว่า ถ้าชุมนุมในสถานศึกษาไม่ต้องแจ้ง ก็รอดูการไต่สวนว่าจะเป็นอย่างไร แต่อดคิดไม่ได้ว่า สถานการณ์ทำไมประจวบเหมาะกับการที่ตำรวจชอบจับกุมตัววันศุกร์ และก็แปลกใจว่าศุกร์ที่แล้วเพนกวินปราศรัยหน้า สน.บางเขนทำไมไม่จับ เลือกจับวันนี้ อย่างนี้อดคิดไม่ได้ว่าเจ้าหน้าที่คิดอะไรอยู่"

"การปฏิบัติหน้าที่อ้างทุกครั้งว่าทำตามกฎหมาย ทำตามหน้าที่ ไม่ทำมีความผิด มีผู้บังคับบัญชาสั่งมา แต่อยากบอกว่า ท่านกินภาษีประชาชน ผู้บังคับบัญชาท่านและระบอบที่สังกัดตอนนี้ไม่ยั่งยืนเสมอไป จะมีวันล่มสลายอย่างแน่นอนไม่ช้าก็เร็ว วันนั้นท่านอาจจะนึกเสียใจ นิสิต นักศึกษาเหล่านี้ไม่ใช่อาชญากรโดยสันดาน เขาเพียงแค่อยากมาเรียกร้อง ทนเห็นสภาพบ้านเมืองแบบนี้ไม่ไหว แต่ทำราวกับอาชญากร อย่างนี้ คนก็อดเปรียบเทียบคดี บอส อยู่วิทยา ไม่ได้ ถ้าเจ้าหน้าที่ขยันกวดขันกันมากกว่านี้ก็คงหนีไม่ทัน แต่กับนักศึกษาตามทุกฝีก้าว สังคมกำลังตั้งคำถามถึงมาตรฐานกระบวนการยุติธรรม" ปิยบุตร กล่าว

'ธนาธร' อัดรัฐบาลไม่จริงใจ-แค่ข้อเรียกร้องแรกก็ทำไม่ได้

ธนาธร กล่าวว่า การข่มขู่คุกคาม ลิดรอนสิทธิเสรีภาพประชาชนที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าและยิ่งหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่ทนายอานนท์ ไมค์ และเพนกวิน แต่มีในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ เช่น กลุ่มเยาวชนปลดแอกปัตตานี ก็มีเจ้าหน้าที่ทหารไปติดตาม นักศึกษาในภาคอีสานหลายคนก็โดน ตอนนี้กลายเป็นว่าเจ้าหน้าที่ไล่ติดตามข่มขู่ให้ประชาชนกลัว ติดต่อไปที่เพื่อน ที่ครอบครัว หรือตามไปถึงบ้าน และยิ่งล่าสุดก็มีแผนผังกลุ่มบุคคลที่ปราศรัยเมื่อ 10 ส.ค. ซึ่งมีถึงรายชื่อคนสั่งน้ำแข็งอยู่ในผังแล้ว ตนเห็นผังแบบนี้หลายครั้ง ลักษณะนี้เป็นหน่วยงานความมั่นคงแน่นอน นี่คือความพยายามจัดการแกนนำอย่างเป็นระบบ นี่คือการทำให้กลัว พยายามยัดเยียดข้อกล่าวหาทีละเล็กน้อยให้รู้สึกกังวล ให้สูญเสียเวลา สูญเสียทรัพยากร สูญเสียกำลังใจ ต้องเรียนอยู่แล้ว เรียกร้องรณรงค์อยู่แล้ว ยังต้องจัดการเรื่องคดีอีก ซึ่งตนยืนยันว่ากลุ่มคนแกนนำต่างๆ เหล่านี้ เขาต้องการกำลังใจจากประชาชน ดังนั้น อย่าปล่อยให้เขาสู้อย่างโดดเดี่ยว ต้องออกมาช่วยกัน

"สำหรับข้อเรียกร้องหยุดคุกคามเสรีภาพของประชาชน แก้รัฐธรรมนูญ ยุบสภานั้น ทั้ง 3 เรื่องเกี่ยวเนื่องกัน สัปดาห์ก่อน ด้านหนึ่งมีการตั้ง กมธ.รับฟังเสียงเรียกร้องนักศึกษา ขณะที่อีกขาให้เจ้าหน้าที่ไล่คุกคาม ยัดข้อหาให้กับแกนนำ ดังนั้น นี่เป็นการพิสูจน์ว่าความพยายามรัฐบาลฟังนักศึกษาและหาทางออกประเทศนั้นไม่เป็นจริง แค่ข้อเรียกร้องแรกก็ไปด้วยกันไม่ได้แล้ว ดังนั้น เวลาแบบนี้ อย่าปล่อยให้คนลุกขึ้นมาสู้โดดเดี่ยว เราเป็นกำลังใจ เป็นกำลังกายให้กัน ผมเห็นว่าอนาคตของประเทศตอนนี้อยู่ในมือเยาวชนนักศึกษา เขาจะเป็นตัวกำหนดอนาคตประเทศ เราให้กำลังใจเต็มที่" นายธนาธร กล่าว

'ปิยบุตร' แนะแยกเนื้อหา-ท่าทีปราศรัย เปิดใจฟังแก่น 10 ข้อเสนอ

ปิยบุตร กล่าวด้วยว่า สถานการณ์ตอนนี้ จุดตัดสำคัญคือการชุมนุม มธ.รังสิต ที่มีการปราศรัยยื่นข้อเสนอเพิ่มเติม 10 ข้อ ซึ่งเป็นประเด็นปัญหาเกี่ยวสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยต่อมาสถานการณ์ที่เกิดขึ้นคือฝ่ายอนุรักษ์นิยมไม่สบายใจ กังวลว่าสถานการณ์จะไปสู่ความรุนแรง ตนอยากเชิญชวนพิจารณาว่าแยกแก่นกับกระพี้ออกจากกัน คือ 10 ข้อเสนอนั้น ส่วนเนื้อหาเรื่องหนึ่ง และส่วนลีลาท่าทางการอภิปรายนั้นอีกเรื่องหนึ่ง คิดว่าหลายท่านที่ไม่สบายใจเป็นเรื่องท่าทีบนเวทีและการแสดงออกบางอย่างบนเวที

แต่นั่นเป็นเพียงรูปแบบ ไม่ควรเอามาทำลายเนื้อหา ไม่ควรเอามาบิดผันว่าเขามีพฤติกรรมและทัศนคติล้มล้างสถาบัน เพราะเมื่อดูรายละเอียดทั้ง 10 ข้อเสนอเพิ่มเติมนั้น ไม่มีตรงไหนที่บอกว่าเป็นเรื่องล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นเพียงการแก้กฎหมายที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์เท่านั้น ไม่ได้พูดเรื่องว่าประเทศไทยจะกลายเป็นสาธารณรัฐ แต่ยืนยันว่าประเทศไทยจะยังเป็นราชอาณาจักรอยู่ต่อไป ยังมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขสืบทอดทางสายโลหิตอยู่ต่อไป และเท่าที่ฟังข้อเสนอเหล่านี้ เขาก็พูดชัดว่าต้องการทำเพื่อธำรงสถาบันพระมหากษัตริย์ให้มั่นคงอยู่คู่กับประชาธิปไตย นี่คือแก่น ส่วนการที่ไม่สบายใจในรูปแบบท่าทีบนเวที ก็ต้องใช้วิธีอื่นตักเตือนหรือเชิญมาพูดคุย ไม่ใช่กวาดล้างปราบปราม

"หลากหลายเรื่องราวถูกพูดถึงในที่สาธารณะเรียบร้อยแล้ว ประเด็นคือ ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้น มีการพัฒนา มีการเปลี่ยนความสัมพันธ์ทางอำนาจในรัฐธรรมนูญมาโดยตลอดนับตั้งแต่ 2475 จนวันนี้ ใครก็ตามที่พูดถึงสถาบันต่างๆ ตามรัฐธรรมนูญ จึงเป็นธรรมดาอยู่ที่จะต้องถกเถียงว่าเห็นด้วยไม่เห็นด้วยในประเด็นใด ซึ่งถกเถียงกันได้ โดยขีดเส้นชัดว่า ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัริย์ ดังนั้น อยากเชิญชวนพี่น้องประชาชนทำความเข้าใจน้องนักศึกษาที่พูดบนเวที วัยแห่งความดุเดือดเลือดพล่าน ฮึกเหิมแบบบนเวทีวันนั้นคิดว่าหลายท่านก็คงเคยผ่าน และไม่ควรเอาเหตุการณ์นั้นมาเป็นเหตุให้พวกกระหายเลือดที่จ้องรอกวาดล้างนักศึกษาใช้เป็นเครื่องมือ ต้องช่วยกันหยุดเรื่องนี้" นายปิยบุตร กล่าว

'ธนาธร' ไม่สบายใจ ส.ว. กระหายเลือดร้องปราบ นศ.

ขณะที่ ธนาธร กล่าวว่า จินตนาการระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของผู้คนนั้นไม่ตรงกัน ถึงใช้คำเดียวกันแต่ความหมายไม่ตรงกัน ดังนั้น จะทำให้ตรงกันได้ต้องคุยกัน และยืนยันว่า การพูดคุยกันเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมาไม่ใช่อาชญากรรม เพราะไม่อย่างนั้นเริ่มคุยกันไม่ได้ ตนยืนยันว่าการคุยกันอย่างเปิดเผย ไม่อาฆาตมาดร้าย อย่างมีเหตุผล เป็นจุดเริ่มต้นการหาทางออก เพื่อปรับจินตนาการเราให้ตรงกัน ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นในรอบหลายวันที่ผ่านมา ทำให้ตนรู้สึกกังวลใจอย่างมาก ยิ่งได้ฟังการปราศรัยในสภาของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) บางท่าน เห็นชัดเลยว่าเขาต้องการเห็นการปราบปราบอย่างเด็ดขาด เหมือนพวกกระหายเลือด และการที่คนกลุ่มนี้พูดว่านักศึกษาจาบจ้วงเมื่อไหร่ เขาไม่เคยพูดว่ามีเนื้อหาตรงไหนจาบจ้วงเพื่อจะได้ถกเถียงกันอย่างมีเหตุผล ตนคิดว่าเรื่องนี้ไม่เป็นธรรม

"การทำให้การพูดเรื่องนี้ปลอดภัย ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม การพูดเรื่องที่เป็นปัญหาที่กระอักกระอ่วนใจต้องทำได้อย่างเป็นสาธารณะ เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายกระหายเลือดนำมาใช้โจมตีตลอดเวลา ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เราต้องพยายามทำให้การพูดเรื่องนี้ปลอดภัย ด้วยการพูดเยอะๆ อย่างมีเหตุผล โดยไม่ใช้ท่าทีที่ทำให้ฝ่ายอนุรักษนิยมไม่สบายใจ สังคมไทยก็จะสามารถเผชิญความจริง สังคมไทยจะเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น มีวุฒิภาวะมากขึ้น ต้องเผชิญหน้าความจริงอันกระอักกระอ่วนอย่างตรงไปตรงมา มีแต่วิธีนี้เท่านั้นที่จะพาสังคมไปสู่ทางออกที่เป็นรูปธรรมได้" นายธนาธร กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายรายการ ได้มีการเชิญชวนรับฟังการบรรยาย "ว่าด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข" โดยนายปิยบุตร เวลา 11.00 -12.00 น. เชิญชวนประชาชนไปร่วมให้กำลังใจในการชุมนุมที่จะมีขึ้นในเย็นวันที่ 16 ส.ค.ด้วย ขณะที่ ธนาธร ระบุสาเหตุที่ตนเอง และปิยบุตรไม่ไปร่วมชุมนุมว่า การไปร่วมชุมนุมวันนี้น่าจะเป็นโทษกับนักศึกษามากกว่าเป็นคุณ เพราะจะถูกโจมตีว่าอยู่เบื้องหลัง คิดว่าอนาคตอยู่ในมือนักศึกษา ประเทศไทยจะไปในทิศทางไหน เยาวชนนักศึกษาเป็นคนตัดสิน โดยพร้อมเป็นกำลังใจและขอปกป้องอยู่ข้างหลัง