ภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรักษาการนายกรัฐมนตรีไทย ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ระบุ ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย เมื่อ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า การเปลี่ยนประเทศต้องไม่แลกด้วยความแตกแยกและต้องไม่แลกด้วยความยุติธรรมที่หายไป
การเลือกตั้งครั้งนี้ คือการตัดสินใจว่าประเทศไทยจะเดินไปข้างหน้าบนฐานของความร่วมมือ หรือบนความขัดแย้ง บนฐานของความยุติธรรม หรือความคลุมเครือของอำนาจ การเปลี่ยนแปลงประเทศ ต้องไม่เสี่ยงแบบสุดโต่ง และสร้างความขัดแย้งใหม่
บางคนกำลังถูกชวนให้เชื่อว่า การเลือกพรรคการเมืองหนึ่ง คือ คำตอบของการเปลี่ยนประเทศอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่ประชาชนจำนวนไม่น้อย กังวล คือ เป็นการเปลี่ยนแปลง ที่แบ่งคนเป็นก้าวหน้ากับล้าหลัง คนที่คิดต่างถูกตีตรา การเมืองที่แบ่งคนเป็นขาว–ดำ อาจทำให้รัฐบาลเดินหน้าได้ แต่สังคมกลับแตกแยก ร้าวลึก กว่าเดิม ประเทศอาจเปลี่ยนเร็ว แต่คนในสังคม คนในครอบครัวอาจอยู่ร่วมกันยากขึ้น
อีกทางเลือกหนึ่งที่สังคมตั้งคำถามหนักไม่แพ้กัน คือ การเลือกผู้บริหารประเทศ ที่ไม่แสวงหาและฉกฉวยผลประโยชน์ของชาติให้กับตนเองและพวกพ้อง หากอีกพรรคการเมือง กลายเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล คำถามใหญ่ของ ประชาชนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ อำนาจทางการเมืองจะถูกใช้เพื่อปกป้องผลประโยชน์ใคร คดีที่สังคมเฝ้าจับตาอย่างคดีเขากระโดง และ คดีฮั้ว สว. จะมีความเชื่อมั่นได้อย่างไรว่า กระบวนการยุติธรรมจะเดินต่อไปอย่างตรงไปตรงมา หรือจะเงียบหายไปพร้อมกับอำนาจการเมืองที่รวมศูนย์อยู่ในมือรัฐบาล
ประชาชนต้องการการเมือง ที่เปลี่ยนประเทศได้ โดยไม่สร้างความขัดแย้งแตกแยกในสังคมและไม่ทำให้ความยุติธรรม กลายเป็นเรื่องที่ต่อรองได้และนี่คือเหตุผลที่ พรรคเพื่อไทยยังเป็นคำตอบของคนจำนวนมาก พรรคเพื่อไทยพิสูจน์ให้เห็นว่า การเปลี่ยนประเทศ ไม่จำเป็นต้องชนทุกฝ่าย การปฏิรูปไม่จำเป็นต้องเลือกข้างความขัดแย้ง และการบริหารประเทศ ไม่จำเป็นต้องแลกด้วยการปกป้องผลประโยชน์ส่วนตน
วันนี้ เพื่อไทยยกเครื่องพรรคทั้งระบบจากวันที่ถูกสบประมาทว่าจะเป็นพรรคต่ำร้อย แต่มาถึงวันนี้ เรากลับมายืนอย่างมั่นคง เตรียมก้าวขึ้นมาเป็นพรรคอันดับ 1 เป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลพร้อมผู้นำรุ่นใหม่อย่าง ศ.ดร.ยศชนันท์ วงศ์สวัสดิ์ (อาจารย์เชน) ที่นำความรู้ ประสบการณ์และความเข้าใจโลกอนาคต มาทำงานร่วมกับ ส.ส. ข้าราชการ และประชาชน การเมืองใหม่ที่เราอยากเห็น เป็นการเมืองที่มีประชาชน เป็นส่วนร่วมในทุกมิติ ไม่ใช่การเมืองที่ใช้อำนาจกดทับ แต่เป็นการเมืองที่ทำให้ทุกระบบเดินไปด้วยกัน เพราะประเทศไม่ควรถูกนำพา ไปสุดโต่ง และประชาชนไม่ควรถูกบังคับให้ “เลือกความเสี่ยง”
ถ้าอยากเห็นประเทศไทยเปลี่ยน แต่ไม่อยากเห็นบ้านเมืองแตกแยก ไม่อยากเห็นความยุติธรรมถูกตั้งคำถาม และไม่อยากเสียเวลาเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง เลือกพรรคเพื่อไทย คือการเลือกการเปลี่ยนประเทศ ที่ไปได้จริง อยู่ได้จริง และ ยุติธรรมจริง เลือกเพื่อไทยสองใบ เลือกให้ชนะขาด เลือกเพื่อยกเครื่องประเทศไทย