นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึง "Claude Code" ว่า เมื่อก่อน AI อาจจะเป็นเพียงตัวช่วยโปรแกรมเมอร์พิมพ์ หรือ coding แต่ Claude Code คือ "ผู้ช่วยโปรแกรมเมอร์ส่วนตัวที่คิดเองได้" เพียงออกคำสั่งด้วยภาษาง่าย ๆ "Claude Code" ก็สามารถไปรื้อไฟล์ วางแผน เขียนโค้ด และแก้ปัญหาเบ็ดเสร็จได้ด้วยตัวเอง
ส่วนนักศึกษายังต้องเรียนเขียนโปรแกรมอยู่หรือไม่ และประชาชนจะตกงานหรือไม่นั้น นายสุทธิเกียรติ มองว่า ถ้ายังเรียนและสอนกันแบบเดิม ก็น่าห่วงมาก แต่ถ้าคนไทยปรับตัวทัน "Claude Code" จะเป็นโอกาสทองของคนไทย เพราะหากยังบังคับให้เด็กท่องจำ Code ทีละบรรทัด (Syntax) หรือเน้นผลิตคนเขียนโค้ด (Code Generator) ก็จะไม่มีทางสู้ AI ที่ทำงานไวกว่า และไม่รู้จักเหนื่อยได้ ซึ่งตนเองในฐานะที่ผมคลุกคลีกับวงการเทคโนโลยี ขอเสนอ 4 การเปลี่ยนแปลงเร่งด่วนให้การศึกษาไทย ต้องรีบปรับตัวเพื่อสร้าง "เจ้านาย AI" ไม่ใช่ "ลูกจ้างที่ถูก AI แย่งงาน" ประกอบด้วย
1. เปลี่ยนจาก "คนเขียน code" (Coder) เป็น "ผู้กำกับระบบ" (From Typist to Director) โดยต้องเลิกเน้นการท่องจำคำสั่งคอมพิวเตอร์ แต่หันมาสอน "วิธีคิดเชิงระบบ (Systems Thinking)" เพื่อให้เด็กไทยมองภาพใหญ่ให้ออกว่า แอปพลิเคชันหนึ่งตัวทำงานเชื่อมต่อกันอย่างไร และทำหน้าที่เป็น "ผู้กำกับ" ที่คอยจ่ายงานและสั่งการ (Prompting) ให้ AI ไปเขียนโค้ดย่อยๆ ออกมา
2. เก่งเทคโนโลยีอย่างเดียวไม่พอ ต้อง "เข้าใจมนุษย์" ด้วย เพราะ AI เขียน Code เก่งแค่ไหน แต่ AI ไม่รู้หรอกว่า "คุณป้าขายข้าวแกงหน้าปากซอยกำลังเจอปัญหาอะไร" หรือ "แอปฯแบบไหนที่จะทำให้คนไทยใช้งานแล้วมีความสุขและตรงจุด" การศึกษาต้องเพิ่มน้ำหนักวิชาที่เกี่ยวกับ ความเข้าอกเข้าใจมนุษย์ (Empathy), ธุรกิจ (Business Logic) และการแก้ปัญหาจริงในสังคม เพราะนี่คือสิ่งที่ AI ทำให้เราไม่ได้
3. เป็น "นักจับผิด" และผู้ตรวจสอบคุณภาพ (QA & Security) เพราะเมื่อ AI เป็นคนสร้างผลงาน มนุษย์ต้องทำหน้าที่เป็น "บรรณาธิการ" หรือผู้ตรวจสอบ และต้องสอนให้เด็กมีวิจารณญาณ (Critical Thinking) อ่านงานของ AI ให้ออก หาจุดบกพร่องให้เจอ และประเมินความปลอดภัยได้ เพื่อป้องกันไม่ให้ AI ทำงานผิดพลาดจนเกิดความเสียหาย
4. ยกเลิกระบบสอบแบบ "ปิดตำรา-ห้ามใช้เน็ต" เพราะโลกยุคหน้า คือโลกของการทำงานร่วมกับ AI การสอบวัดผลต้องเปลี่ยนไป อนุญาตให้เด็กใช้ AI อย่าง Claude Code หรือตัวอื่น ๆ ในห้องสอบได้เลย แต่จะต้องวัดผลกันที่ "ใครสามารถใช้เครื่องมือเหล่านี้ แก้ปัญหาที่ซับซ้อนและสร้างสรรค์ผลงานได้ดีกว่ากัน"
นายสุทธิเกียรติ ยังย้ำว่า เทคโนโลยีไม่ได้น่ากลัว แต่ความน่ากลัวคือการที่เรามีเทคโนโลยีระดับโลก แต่ยังใช้ไม่เป็น ใช้ระบบการเรียนการสอนล้าหลังมาเตรียมความพร้อมให้เด็กก้าวสู่อนาคตแบบไม่ทันโลก พร้อมย้ำว่า ไม่จำเป็นต้องให้ลูกหลานวิ่งแข่งความเร็วกับเครื่องจักร แต่เราต้องสอนให้รู้จักวิธีขี่เครื่องจักรนั้น เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายได้เร็วกว่าเดิม พร้อมย้ำว่า นโยบายด้าน AI ของพรรคเพื่อไทย คือหนทางของการผลักดันให้ไทยสู้กับสากลบนเวทีโลกได้ และตนจะมีจัด Event สอนการใช้ AI ฟรีอยู่เรื่อย ๆ เพื่อผู้ประกอบการหรือประชาชนทั่วไปสามารถมาเรียนรู้ได้