ศ.ดร.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี ศาสตราจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ ระบุผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2568 เวลา 21.25 น. โดยระบุว่า
การเมืองของเสียงข้างน้อย กรณี สว. ต้องการคงเสียง 1/3 ของวุฒิสภา (ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 258/28) เมื่อกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว และส่งกลับมาให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบ พรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทย เสนอให้พิจารณาวาระเดียว โดยใช้เสียงข้างมากของรัฐสภา คือ ไม่น้อยกว่า 350 จาก 700 การคงคะแนนเสียง 1/3 ของวุฒิสภา หมายความว่า แม้สมาชิกรัฐสภาเกินครึ่งจะเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
แต่ถ้าในจำนวนนั้น มี สว. ไม่ถึง 67 คน สมมุติว่าได้คะแนนเสียงท่วมท้นเกิน 500 เสียง ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่ได้มา หลังการทำประชามติครั้งที่ 1 +2 และใช้เวลาร่างประมาณ 1 ปี ก็เป็นอันตกไป เท่ากับร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ต้องได้รับใบอนุญาตจาก สว. ก่อน จึงจะผ่านเข้าสู่การทำประชามติให้ประชาชนเห็นชอบ
เรากลัวเผด็จการเสียงข้างมาก แต่ปล่อยให้มีเผด็จการเสียงข้างน้อย ไม่มีประเทศใดในโลกเขียนรัฐธรรมนูญแบบ รัฐธรรมนูญ 2560 ของไทย ที่ให้อำนาจเสียงข้างน้อยยับยั้ง (minority veto power) ความเห็นของเสียงข้างมาก
ประเทศที่ต้องการสร้างฉันทามติ และปลูกฝังวัฒนธรรมการประนีประนอมในระบบการเมือง จะใช้วิธีสร้างเกณฑ์เสียงข้างมากเด็ดขาดมาก ๆ ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเห็นว่ารัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด มีลำดับชั้นสูงกว่ากฎหมายทั่วไป
สหรัฐอเมริกา การแก้รัฐธรรมนูญต้องเสนอโดย 2/3 ของสภาคองเกรส (super majority) และให้สัตยาบรรณโดย 3/4 ( super-super majority) หรือ 38 จาก 50 ของมลรัฐ สวิตเซอร์แลนด์ แก้ไขรัฐธรรมนูญได้ด้วยวิธีเดียวคือ ให้ประชาชนทำประชามติ ที่ใช้เกณฑ์เสียงข้างมาก 2 ระดับ (double majority) คือ เสียงข้างมากของประชาชน และจำนวนข้างมากของมลรัฐที่มีอยู่ 24 cantons เพื่อป้องกันการผูกขาดของมลรัฐที่มีประชากรจำนวนมาก
หลักคิด คือ เพื่อโน้มน้าวให้คนเห็นพ้องต้องกันมากที่สุด ใกล้เคียงกับเสียงฉันทามติที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถ้าผู้คนยังเห็นด้วยไม่มากพอ การแก้รัฐธรรมนูญก็จะไม่เกิด เช่นนี้เรียกว่า Rigid constitution หรือรัฐธรรมนูญที่แก้ได้ยาก แต่แก้ได้ หากคนจำนวนมากพอเห็นด้วย ช่วยกัน ในทางตรงข้าม การให้คนเพียงหยิบมือหนึ่ง มีอำนาจขัดขวางความเห็นคนส่วนใหญ่เป็นตรรกะที่บิดเบี้ยว จนอาจเรียกได้ว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับต้มตุ๋น (Constitutional scammer)
ต่อมา เวลา 22.16 น. ศ.ดร.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี ได้โพสต์ข้อความผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ว่า ข่าวว่า จะมีการยุบสภา ตัดหน้าการอภิปรายไม่ไว้วางใจ มี 2 ประเด็นที่นึกได้เร็วๆ
1. ถ้ายุบสภาวันนี้ พรุ่งนี้ สิ่งที่จะเสี่ยงสูญเสียไปคือ คำถามประชามติข้อ 1 ซึ่งพรรคเพื่อไทยยื่นญัตติขอให้รัฐสภามีมติแจ้งให้ ครม. ดำเนินการ เมื่อวานนี้
คำถามข้อที่ 1 เพื่อถามว่าประชาชนเห็นชอบหรือไม่ที่จะให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะริเริ่มได้ก็โดยอำนาจของรัฐสภา
มาตรา 10 พรบ. ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ 2568 ระบุว่า เมื่อเป็นเรื่องเกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ให้ประธานรัฐสภาแจ้งให้นายกรัฐมนตรีทราบ และให้นายกรัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา....
2. หากการสู้รบกับกัมพูชา ยังไม่คลี่คลายภายใน 60 วัน คือประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ จะจัดการเลือกตั้งในพื้นที่ ที่ประชาชนต้องอพยพ กลับเข้าบ้านไม่ได้อย่างไร
รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 103 กำหนดให้คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดวันเลือกตั้งทั่วไป ไม่น้อยกว่า 45 วันแต่ไม่เกิน 60 วัน **วันเลือกตั้งนั้นต้องกำหนดเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร**
อัพเดท: ขณะนี้ เวลา 23.07 น. รัฐสภากำลังมีมติ ให้มีการจัดทำคำถามประชามติข้อ 1 และแจ้งให้นายกรัฐมนตรีทราบ