'ครูจวง' ปารมี ไวจงเจริญ คณะทำงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แจงผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 จากกรณีที่ สส. ธีรศักดิ์ จิระตรา พรรคประชาชน มีความกังวลเรื่องนโยบายลดภาระงานครูของรัฐมนตรีว่าการและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จะแก้ไม่ตรงจุด ไม่ถึงฝั่งฝันนั้น โดยครูจวง ระบุว่า
ดิฉันขออนุญาตชี้แจงค่ะว่า นโยบายลดภาระงานครูด้วยการยกเลิกโครงการและยกเลิกการประเมิน, การรายงาน และการประกวดของ 7 โครงการ ที่ได้มีการแถลงข่าวไปเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมานั้น เป็นแค่เฟส 1 ค่ะ หลังจากนี้กระทรวงศึกษาธิการจะดำเนินการยกเลิกและลดโครงการในเฟส 2 ต่อไป ซึ่งกำลังเตรียมจะประกาศในไม่ช้านี้ค่ะ
ในส่วนของประกาศ สพฐ. ที่ออกมาในวันนี้ เรื่องยกเลิกการประเมิน, การรายงานและการประกวดของ 6 โครงการ แต่ทำไมไม่มีการยกเลิกโครงการโรงเรียนสีขาว ดิฉันต้องขออนุญาตชี้แจงค่ะว่า โครงการโรงเรียนสีขาวเป็นของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งกำลังจะมีประกาศอย่างเป็นทางการออกมาในเร็ว ๆ นี้ค่ะ
รวมทั้งประเด็นสำคัญซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาภาระงานครูได้ในระยะยาวนั้น กระทรวงศึกษาธิการกำลังพิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์ในการย้ายโรงเรียน รวมถึงหลักเกณฑ์ในการประเมินผลงานความดีความชอบของผู้บริหารโรงเรียนและครู ที่จะต้องไม่ก่อให้เกิดภาระลงไปสู่โรงเรียนและครู
นอกจากนี้กระทรวงศึกษาธิการยังมีแนวคิดที่จะให้อิสระแก่โรงเรียนในการบริหารงานวิชาการ งานหลักสูตร รวมถึงอิสระในการเลือกโครงการที่เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียน โดยให้ครูเลือกนำไปบูรณาการปรับใช้ในห้องเรียนแต่ละห้องอีกด้วยค่ะ
ดังนั้นดิฉันขอให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกท่าน ได้โปรดเชื่อใจว่า เราต้องการจะแก้ปัญหาภาระงานครูนี้อย่างเป็นระบบและยั่งยืน จะไม่ให้มีการเล่นแร่แปรธาตุยักย้ายถ่ายเทไปเพิ่มเป็นโครงการอื่น ๆ ออกมาเป็นภาระแก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาอีกอย่างแน่นอนค่ะ
ต่อมา 'ครูจวง' ปารมี ไวจงเจริญ คณะทำงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า จากที่ครูหนึ่ง ธีรศักดิ์ จิระตราชู ได้เข้ามาคอมเมนท์ในสเตตัสของดิฉันว่า เป็นห่วงช่องว่างในการสั่งการระหว่างฝ่ายนโยบายกับฝ่ายปฏิบัติ ในนโยบายลดภาระงานครูนั้น
ดิฉันขอขอบคุณครูหนึ่ง ธีรศักดิ์ ที่เป็นห่วงเรื่องช่องว่างในการสั่งการระหว่างฝ่ายนโยบายกับฝ่ายปฏิบัติ ในประเด็นนี้ รมว. และ รมช.ศึกษาธิการ ก็เป็นห่วงเรื่องนี้มาก ได้มีการกำชับผู้บริหารทุกสำนักในกระทรวงศึกษาธิการ โดยเฉพาะ สพฐ. และสำนักปลัดกระทรวงไว้แล้วค่ะว่า จะต้องไม่มีช่องว่างในการสั่งการตรงนี้ การยกเลิกโครงการ หรือยกเลิกประเมิน, รายงาน และประกวดที่ได้แถลงข่าวไป จะต้องยกเลิกอย่างแท้จริงค่ะ
ส่วนในกรณีการประเมินกิจกรรม ITA ออนไลน์ของ ป.ป.ช. นั้น แน่นอนค่ะว่า ดิฉันและครูหนึ่ง เรานั่งอยู่ในอนุกรรมาธิการการพัฒนาหลักสูตรและระบบการศึกษาฯ ในกรรมาธิการการศึกษา ของสภาชุดที่แล้วด้วยกัน ซึ่งได้เชิญผู้บริหาร ป.ป.ช ที่ดูแลกิจกรรมประเมิน ITA ออนไลน์และดูแลหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา เข้ามาคุยกันในอนุกรรมาธิการฯ
ซึ่ง ป.ป.ช. ก็ชี้แจงว่าการประเมิน ITA ออนไลน์ ยังจำเป็นอยู่ แต่เป็นการประเมินระดับกรมขึ้นไป เพื่อแสดงความโปร่งใสในการบริหารงาน ไม่ใช่การประเมินในระดับสถานศึกษาและไม่ต้องให้ครูในโรงเรียนมาแบกรับภาระตรงนี้
ประเด็นนี้ ในที่ประชุมนโยบายลดภาระครูของกระทรวงศึกษาธิการ ดิฉันได้เปิดไมค์แสดงความเห็นถึงเลขา กพฐ. และผู้บริหารกระทรวงศึกษาฯ ว่า ถ้า ป.ป.ช. ยังให้มีการประเมิน ITA ออนไลน์ในระดับกรมอยู่นั้น ต้องให้ส่วนกลาง หรือผู้บริหารแต่ละเขตพื้นที่ ไปเก็บข้อมูลการประเมินนี้เอง โดยต้องไม่ให้มีการส่งต่อภาระนี้ไปยังครูและผู้บริหารโรงเรียนโดยเด็ดขาดค่ะ
หลังจากนี้ไป หากครูและบุคลากรทางการศึกษาท่านใดที่โรงเรียนของท่าน ยังคงให้มีการประเมิน หรือรายงาน หรือประกวด ใน 7 โครงการที่มีการยกเลิกไป ขอให้ท่านแจ้งข้อมูลมายัง facebook ของดิฉันหรือ facebook ของ รมช.อัครนันท์ ได้เลยค่ะ พวกเราจะรีบตรวจสอบและแก้ไขให้ท่านทันที รวมทั้งจะปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างแน่นอนค่ะ ขอบคุณค่ะ .