ไม่พบผลการค้นหา
อว. หนุน 'นวัตกรรมที่มีความรับผิดชอบ' เสริมความเชื่อมั่นดิจิทัลไทย ยกระดับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์สู่ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ ในงาน TB-CERT Cybersecurity Annual Conference 2026

วันที่ 7 สิงหาคม 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “การสร้างชาติดิจิทัลที่น่าเชื่อถือ และเสริมสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมที่มีความรับผิดชอบในยุคปัญญาประดิษฐ์” (Building Trusted Digital Nations and Strengthening Economic Trust through Responsible Innovation in the AI Era) ในงานสัมมนาวิชาการประจำปี TB-CERT Cybersecurity Annual Conference 2026 จัดโดยศูนย์ประสานงานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ภาคธนาคาร (TB-CERT) ร่วมกับสมาคมธนาคารไทย ภายใต้แนวคิด “นวัตกรรมที่มีความรับผิดชอบ : การประเมินความเสี่ยงทางไซเบอร์เพื่อสร้างความเชื่อมั่นทางธุรกิจ” (Responsible Innovation: Quantifying Cyber Risk for Business Trust) เพื่อสร้างความเข้าใจด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงทางไซเบอร์ด้วยการประเมินความเสี่ยงเชิงปริมาณ (Cyber Risk Quantification) พร้อมเชื่อมโยงเทคโนโลยีเกิดใหม่ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบคลาวด์ (Cloud) เทคโนโลยีควอนตัม (Quantum Computing) และอัตลักษณ์ดิจิทัล (Digital Identity) เข้ากับการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นอย่างยั่งยืนให้แก่ระบบนิเวศดิจิทัลของประเทศ ณ ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น 4 โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ในยุคที่เทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทสำคัญ สิ่งที่ประเทศไทยต้องเร่งดำเนินการไม่ใช่เพียงการไล่ตามเทคโนโลยี แต่คือการสร้าง “ความไว้วางใจ” ให้เป็นรากฐานของการพัฒนาดิจิทัล ประเทศไทยกำลังเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ปลอดภัย ครอบคลุมทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ระบบคลาวด์ และระบบความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมที่นานาชาติเชื่อมั่นและพร้อมเข้ามาลงทุนและสร้างความร่วมมือ

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า การขับเคลื่อนเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศจะมุ่งเน้น 5 เสาหลัก ได้แก่

1.ปัญญาประดิษฐ์ที่มีความรับผิดชอบและยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง (Responsible & Human-Centered AI) มุ่งพัฒนา AI ที่คำนึงถึงคุณค่าของมนุษย์ ความโปร่งใส และจริยธรรม

2.ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่เข้มแข็งและสถาปัตยกรรมความเชื่อมั่นเป็นศูนย์ (Cyber Resilience & Zero Trust) เพื่อยกระดับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศ และสร้างความเชื่อมั่นแก่ภาคธุรกิจและภาคการเงิน

3.ความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วนและการสร้างผู้ประกอบการ (Multi-Stakeholder Partnership & Entrepreneurs) ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา เพื่อผลักดันงานวิจัยและพัฒนา (R&D) ไปสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ

4.การพัฒนากำลังคนแห่งอนาคต (Future Talent Engine) มุ่งยกระดับทักษะ (Up-skill / Re-skill) และเพิ่มความฉลาดรู้ด้าน AI (AI Literacy) เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อาทิ เซมิคอนดักเตอร์ หุ่นยนต์ และวิทยาศาสตร์ข้อมูล

5.เทคโนโลยีขั้นลึก เทคโนโลยีควอนตัม และนวัตกรรมอวกาศ (Deep Tech, Quantum & Space Innovation) โดยต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีขั้นสูง ทั้งเทคโนโลยีควอนตัม เทคโนโลยีอวกาศเพื่อการจัดการภัยพิบัติ และอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ผ่านโครงการ Siam Silicon และแนวคิด ASEAN Chip Act เพื่อเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานของภูมิภาค

“ประเทศไทยมีความพร้อมทั้งในแง่ของความเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) พื้นฐานอุตสาหกรรมที่เข้มแข็ง และการสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่พร้อมเปิดรับสิ่งใหม่ เราขอเชิญชวนพันธมิตร นักลงทุน และสตาร์ทอัพจากทั่วโลก มาร่วมสร้างนวัตกรรมที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ร่วมสร้างความมั่นคงทางไซเบอร์ และเติบโตไปพร้อมกับประเทศไทยในฐานะ 'Trust Digital Nation' ที่สร้างความไว้วางใจให้แก่สังคมโลกอย่างแท้จริง” รมว.อว. กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ ภายในงานดังกล่าวยังมี นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย และ ดร.ดารณี แซ่จู ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายยุทธศาสตร์และโครงการพิเศษ ธนาคารแห่งประเทศไทย เข้าร่วม พร้อมวิทยากรและผู้ทรงคุณวุฒิชั้นนำมาร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดเพื่อกำหนดยุทธศาสตร์การบริหารความเสี่ยงทางไซเบอร์ การกำกับดูแล AI (AI Governance) และการเตรียมพร้อมรับมือภัยคุกคามในอนาคตเพื่อความยั่งยืนของภาคธุรกิจและระบบเศรษฐกิจไทย