ไม่พบผลการค้นหา
สว.สุนทร พฤกษพิพัฒน์ จี้รัฐบาล และกระทรวงการคลัง เร่งแก้ปัญหานี้สินกองทุนประกันวินาศภัย (กปว.) 5.3 หมื่นล้าน ชูโมเดล 'รีไฟแนนซ์-ออกพันธบัตร' เคลียร์ผู้เสียหายประกันภัย

วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค จากวุฒิสภา (สว.) เผยต่อสื่อมวลชนถึงกรณีวิกฤตภาระหนี้สินคงค้างของ กองทุนประกันวินาศภัย (กปว.) ที่สูงถึงกว่า 53,000 ล้านบาท จากกรณีบริษัทประกันภัยล้มละลายหลังวิกฤตโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ถือกรมธรรม์และผู้เสียหายกว่า 600,000 ราย ที่ยังไม่ได้รับเงินชดเชยมานานกว่า 5 ปี จนกลายเป็นช่องทางให้กลุ่มมิจฉาชีพเข้ามาแอบอ้างสวมสิทธิ์และเรียกรับเงินหลอกลวงประชาชนนั้น

โดย สว.สุนทร ระบุว่า แสดงความคิดเห็นและเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาระดับนโยบายอย่างเร่งด่วน ดังนี้

(1) กระทรวงการคลังและผู้นำรัฐบาลต้องลงมาจัดการโดยตรง

นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะ ประธานคณะอนุกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค จากวุฒิสภา (สว.) ระบุว่า หนี้สินระดับ 5-6 หมื่นล้านบาท กับผู้เสียหายกว่า 6 แสนราย เป็นวิกฤตมหาภาคที่เกินศักยภาพลำพังของ กปว. ซึ่งมีรายได้หลักจากเงินสมทบเพียงปีละประมาณ 1,300–1,400 ล้านบาท ทำให้ต้องใช้เวลานานถึง 30–40 ปีจึงจะชำระครบ เรื่องนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายกรัฐมนตรี ต้องรับทราบปัญหาและลงมาแก้ปัญหาด้วยตนเอง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโดมิโนความล้มเหลวทางศรัทธาต่อระบบสถาบันการเงินและธุรกิจประกันภัยของประเทศ 

(2) ข้อเสนอทางออก: "รีไฟแนนซ์หนี้ - กู้เงินสถาบันการเงิน"

เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องรอคอยอย่างไร้ความหวัง สว. สุนทร เสนอโมเดลการบริหารจัดการหนี้เชิงรุก คือ ให้ กปว. แปลงสภาพเป็นผู้รับสภาพหนี้ โดยให้ กปว. ตั้งตัวเป็นลูกหนี้ชั้นดี แล้วดำเนินการ กู้เงินจากสถาบันการเงิน/ธนาคาร เพื่อนำเงินก้อนมาทยอยจ่ายเยียวยาชำระคืนให้ประชาชนผู้เสียหายก่อนภายใน 2–3 ปี และ กปว. จะต้องผ่อนชำระคืนธนาคารระยะยาว เนื่องจากธุรกิจประกันภัยเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จะอยู่คู่ประเทศอีก 40–50 ปี กปว. จึงสามารถใช้รายได้เงินสมทบรายปีผ่อนชำระคืนธนาคารพร้อมดอกเบี้ยในระยะยาวได้ รวมถึงแนวคิดการออกพันธบัตร โดยหนุนกระทรวงการคลังร่วมค้ำประกันหรือสนับสนุนงบกลาง/ระดมทุนผ่านการออกพันธบัตร ซึ่งเชื่อว่าจะได้รับการตอบรับจากประชาชนอย่างรวดเร็ว 

3. ปรับปรุงระเบียบและดึงภาคประชาชนร่วมบอร์ด

สว. สุนทร ย้ำถึงการวางมาตรการป้องกันในอนาคต ไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ซ้ำรอย ทั้งการคุมเข้มการขายประกัน ต้องควบคุมทุจริตและการเปิดขายกรมธรรม์เสี่ยงสูงตั้งแต่ต้นทาง ทั้งทุนจดทะเบียนของบริษัทประกันและการกำกับดูแลของ คปภ. และการเปิดพื้นที่ใน บอร์ด กปว. เสนอให้มีการปรับระเบียบดึงผู้ทรงคุณวุฒิ สมาคมประกันภัย หรือตัวแทนภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในคณะกรรมการ (บอร์ด กปว.) เพื่อสร้างความโปร่งใสและการตรวจสอบที่ครอบคลุม

"ธุรกิจประกันภัยเป็นสถาบันการเงินที่จะต้องอยู่คู่ประเทศไปอีก 50 ปี กปว. ควรกู้เงินมาจ่ายทยอยคืนประชาชนก่อน แทนที่จะปล่อยให้รอถึง 50 ปี เชื่อว่าถ้าจัดการอย่างถูกต้องภายใน 2–3 ปี ปัญหาก็สามารถคลี่คลายได้" สว. สุนทร พฤกษพิพัฒน์ กล่าว