นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอสนับสนุนมาตรการของรัฐบาลในโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เพราะถือเป็นแนวทางที่เหมาะสมและมาถูกจังหวะ ในช่วงที่ประชาชนจำนวนมากกำลังเผชิญภาวะค่าครองชีพสูง ทั้งค่าน้ำมัน ค่าไฟ และราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่รายได้ของหลายครอบครัวยังไม่เพิ่มขึ้นตามภาระค่าใช้จ่าย
การที่ภาครัฐเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระ จะช่วยให้ประชาชนพอหายใจได้ และช่วยกระตุ้นการจับจ่ายในระบบเศรษฐกิจระยะสั้น ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในภาวะเช่นนี้
อย่างไรก็ตาม จากเสียงสะท้อนที่ได้รับจากพี่น้องประชาชนในหลายภาคส่วน เห็นว่า การช่วยเหลือระยะสั้นเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ เพราะวันนี้ความเดือดร้อนไม่ได้อยู่แค่ผู้บริโภค แต่กำลังกระทบเป็นลูกโซ่ไปทั้งระบบ
“แจกเงินช่วยหายใจได้ แต่เศรษฐกิจต้องมีทางรอด”
เกษตรกรกำลังเผชิญต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ทั้งค่าปุ๋ย ค่ายาปราบวัชพืช และค่าน้ำมัน แต่ราคาพืชผลหลายชนิดกลับไม่คุ้มต้นทุน ขณะที่แรงงานจำนวนไม่น้อยเผชิญความเสี่ยงจากการลดโอที ลดกำลังการผลิต หรือความไม่มั่นคงในการจ้างงาน
ผู้ประกอบการ SME และพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยจำนวนมากกำลังเผชิญยอดขายลด ต้นทุนเพิ่ม ค้าขายฝืด ขณะที่ภาคท่องเที่ยว ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร รถเช่า มัคคุเทศก์ และผู้ประกอบการบริการ ก็กำลังได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่ลดลง หากปล่อยให้ธุรกิจทยอยชะลอตัวหรือปิดกิจการ ย่อมกระทบต่อการจ้างงานและเศรษฐกิจโดยรวม
นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ยังได้รับเสียงสะท้อนจากพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์จำนวนมากว่า กำลังเผชิญภาระค่าธรรมเนียม ค่าส่วนแบ่งทางการตลาด หรือค่า GP จากบางแพลตฟอร์มในอัตราที่สูง จนกำไรของคนทำมาหากินลดลงอย่างน่าเป็นห่วง
“เก็บค่าธรรมเนียมได้ แต่ต้องเป็นธรรม ไม่ใช่สูงจนกินกำไรคนทำมาหากิน”
จึงเสนอให้ภาครัฐพิจารณาดูแลกฎระเบียบและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้ทุกฝ่าย และช่วยลดภาระของผู้ค้ารายย่อย
นอกจากนั้น ควรเร่งมาตรการระยะยาว ทั้งการลดต้นทุนด้านพลังงาน ดูแลภาคแรงงาน ช่วยเหลือ SME พยุงภาคเกษตร โดยเฉพาะการสนับสนุนให้เกษตรกรเข้าถึงปุ๋ยและปัจจัยการผลิตในราคาที่เหมาะสม รวมถึงการกระตุ้นภาคท่องเที่ยวอย่างจริงจัง
ประเทศไทยต้องคิดใหญ่เรื่องเศรษฐกิจดิจิทัล เพราะวันนี้สินค้าไทย เกษตรไทย การท่องเที่ยวไทย และบริการไทยจำนวนมาก ยังต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างชาติ ทำให้เม็ดเงินและโอกาสทางเศรษฐกิจไหลออกนอกประเทศ
“ไทยไม่ควรเป็นแค่ผู้ขายบนแพลตฟอร์มของคนอื่น แต่ต้องมีพื้นที่เศรษฐกิจของคนไทย”
ภาครัฐควรศึกษาความเป็นไปได้ในการสนับสนุนหรือพัฒนาแพลตฟอร์มเศรษฐกิจของคนไทย เพื่อเปิดตลาดให้สินค้าไทย เกษตรไทย การท่องเที่ยวไทย และบริการไทย เข้าถึงตลาดโลกได้อย่างเต็มศักยภาพ
“ประชาชนไม่ได้ต้องการแค่เงินประคองชีวิตวันนี้ แต่ต้องการเศรษฐกิจที่พยุงอนาคตของพวกเขาได้”
นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า การช่วยเหลือเฉพาะหน้าเป็นเรื่องสำคัญ แต่การสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้ประชาชนในระยะยาว สำคัญไม่แพ้กัน