ไม่พบผลการค้นหา
หลายคืนต่อเนื่องหลายวัน กลิ่นสาบแก๊สน้ำตาจางไม่ทันครบ 24 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยิงสกัดฝูงชนที่พยายามบุกไปประท้วงที่หน้าบ้านพัก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต่อเป็นว่าเล่น

พยานทั้งภาพและเสียงไม่อาจปฏิเสธ 

การไล่ล่าปราบปรามผู้ชุมนุมของชุดควบคุมฝูงชน (คฝ.) ล้ำเส้นเลยเถิดกลายเป็นเรื่องสนุกมือ ราวกับกระสุนยางที่เจ้าหน้าที่เดินเรียงหน้ากระดานยิงนั้นไม่เคยหมด

“ขอให้พวกพี่สนุกหน่อย” 

เสียงเจ้าหน้าที่บอกกับสื่อหลังพยายามกันสื่อให้ออกนอกพื้นที่ก่อนลุยสลาย ตราตรึงไปทั้งสังคมไทย

หลังเป็นข่าวครึกโครม แทนที่จะปรับตัว เปลี่ยนยุทธวิธี รอยจ้ำห้อเลือดจากกระสุนยางยังคงปรากฏกับผู้ชุมนุมที่ไม่มีอาวุธ ลามไปแม้กระทั่งสื่อเองก็ไม่รอด

แต่ไม่รอด ใช่จะหงอ วันรุ่งขึ้น พวกเขาออกไปใหม่ ไปในนามวิญญาณสื่ออิสระ-ไม่มีสังกัดออกคำสั่ง พวกเขาสั่งตัวเองออกไปบันทึกภาพ


พยาน

‘ไผ่ เพนกวิน อานนท์’ และเพื่อนๆ หลายคนยังอยู่ในคุก เพื่อนพ้องน้องพี่ในนามกลุ่ม ‘ทะลุฟ้า’ นัดชุมนุมที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

ไม่ทันจะได้อ่านแถลงการณ์ประณามรัฐเผด็จการ-เรียกร้องปล่อยตัวนักกิจกรรม คฝ. พร้อมอาวุธก็เดินเข้ามาบีบกดดันให้ยุติชุมนุม 

หนุ่มสาวหัวร้อนเขวี้ยงหินออกไประบายความแค้น แต่ถูกสวนกลับด้วยแก๊สน้ำตาและกระสุนยางทันที

“วันนั้นเราไปถ่ายม็อบปกติ แล้วเขาสลายเร็ว เราตกใจอยู่ช็อตแรก เขาเริ่มล้อมเข้ามา และวิ่งไล่ไปทางเกาะพญาไท เรายืนถือกล้องอยู่และมั่นใจว่าจะปลอดภัยแน่ๆ เพราะเขาคงจะมองเราเป็นสื่อ เขาจะไม่ทำอะไร”

ไลลา ตาเฮ ช่างภาพอิสระ บอกว่าชอบถ่ายท่าทางของคน กำลังแพนกล้องตาม คฝ. ที่กำลังวิ่งไล่มวลชน วินาทีนั้นเธอคิดว่า คฝ. จะวิ่งผ่านเธอไป 

เปล่า, เธอถูกคนในเครื่องแบบใช้กระบองตีเข้าที่เลนส์กล้องจนฟีลเตอร์แตกเสียหาย

“สักพักคนที่ตีเราเขาก็ไปจับคนอื่นต่อ เรายืนตกใจอยู่ ข้างหน้าก็มี คฝ. ที่มาลุมจับคน จังหวะที่ป้าเป้าโดนจับ เพราะป้าเป้ามาช่วยผู้ชายคนนั้นเราก็ไปถ่ายคนที่ถูกจับไปกับเลนส์แตกๆ”

ไม่ใช่ครั้งแรกที่ คฝ. กร้าวกับประชาชน วันที่มวลชนตั้งหมู่บ้านทะลุฟ้าหน้าทำเนียบรัฐบาลและถูกสลาย ณัฐพล พันธ์พงษ์สานนท์ ช่างภาพอิสระอีกคนอยู่ตรงนั้น ทำงานปะปนอยู่ในกลุ่มสื่อมวลชนที่รอจังหวะช็อตเด็ด-มวลชนกำลังนอนชูสามนิ้วอารยะขัดขืน

“ผมถ่ายรูปตำรวจตอนตำรวจเดินแนวเข้ามา เจอตำรวจใช้ปืนลูกซองยกชี้หน้าแล้วก็สั่งว่า มึงหยุดถ่ายเดี๋ยวนี้ หยุดถ่าย บอกให้หยุดถ่าย”

ไม่ไกลกับที่ณัฐพลเจอปืนชี้หน้า ปาณิศา เขื่อนเพชร ช่างภาพอิสระสายวิดีโอก็อยู่ตรงนั้น

“คิดในใจว่าถ้าเราไม่มีกล้องมา เราคงนอนกับเขาไปแล้ว ใจคือจับก็จับ เดี๋ยวกูติดคุกไปด้วยเลย แต่อีกใจก็เฮ้ย ถ่ายไว้ดีกว่าไหม คฝ. เดินเข้ามาล้อม มีอะไรบางอย่างมากระทบที่หัวเรา เดาว่าน่าจะเป็นกระบอง เขาให้เราลุกขึ้น ตะคอกใส่ “สื่อลุก” ตอนนั้นคิดในใจ แม่ง... แล้วก็ถ่ายต่อ”

3.jpg

ไลลา ตาเฮ ช่างภาพอิสระ

1 .jpg

ณัฐพล พันธ์พงษ์สานนท์ ช่างภาพอิสระ

2-2.jpg

ปาณิศา เขื่อนเพชร ช่างภาพอิสระ


ชายขอบของสนามสื่อ

ยิ่งล่วงผ่านยิ่งไร้บทเรียน ไม่เพียงแค่ฟีลเตอร์เลนส์กล้องแตก แต่ผู้รับผิดชอบยังเงียบงัน-ปล่อยปละให้ความรุนแรงลุกลาม

ถามถึงแวดวงวิชาชีพสื่อ ? – ก็เหมือนอยู่ในป่าช้า

ไลลาตั้งคำถาม “อยากรู้ว่าทำไมเขาถึงหวดเรา เขามองเราว่าไม่ใช่สื่อ หรือมองเราว่าถึงเป็นสื่อ แต่ผมก็มีสิทธิ์ที่จะทำคุณนะ ในเมื่อคุณอาจจะทำให้ผมเสียภาพลักษณ์ เขาอาจจะกลัวภาพลักษณ์เขาหรือเปล่า”

ในทัศนะของช่างภาพสาวที่ไม่มีปลอกแขน ไม่มีบัตรยืนยันแสดงตัวตนเหมือนสื่อมวลชนอาชีพ เธอบอกว่า ตำรวจก็คงคิดเหมือนคนทั่วๆ ไป ที่สื่อต้องมีป้ายสำนัก เพราะฉะนั้นคนที่ไม่ได้อยู่ในขนบนี้ ทุกคนก็ไม่ใช่สื่อ 

“ถ้าแบบนี้เขามีสิทธิ์จะทำอะไรก็ได้เหรอ ตำรวจจะละเมิดง่ายขึ้นเหรอ เหมือนกับทำคนทั่วๆ ไป จะไปจับคนก็ไม่จับธรรมดา ก็ไปตี ไปเตะเขาก่อน”

พอพูดถึงการมีสังกัด ช่างภาพหนุ่มเล่าว่าเขาเคยโดนตำรวจที่ถือลำโพงทำหน้าที่ประกาศในที่ชุมนุม เดินมาบอกว่า “ถ้าผู้ชุมนุมไม่หยุดยั่วยุตำรวจ กูจะจับมึง” ช่างภาพยืนยันว่าไม่เกี่ยว เขาเป็นสื่อ ตำรวจสวนกลับ “คุณไม่ใช่สื่อ คุณไม่มีปลอกแขน คุณไม่มีบัตร” 

ณัฐพลเป็นช่างภาพฟรีแลนซ์ รับงานทั่วไป ถ่ายคอนเสิร์ต ถ่ายกีฬา ความที่ชอบงานสารคดีเป็นทุนเดิม พอมีม็อบ เขาอยากบันทึกภาพฝั่งผู้ชุมนุมบ้าง

“จริงๆ ไม่ได้เงิน แพสชั่นล้วนๆ ผมลงมาถ่ายม็อบแรกๆ ไม่มีป้ายสื่ออะไรทั้งนั้น ก็แค่พยายามวางตัวเป็นกลาง แล้วทำหน้าที่ไป”

ไม่ต่างจากปาณิศา ที่เข้าไปบันทึกภาพโดยไม่มีใครจ้าง นอกจากอยากเข้าร่วมชุมนุมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ เธออยากบันทึกเหตุการณ์ไว้ด้วย

เธอบอกถึงวิธีการทำงานในการไปอยู่จุดนั้นๆ ว่าเธอเป็นแค่ประชาชนคนหนึ่ง ไม่ได้มองตัวเองเป็นสื่อ เธออยากถ่ายภาพในจุดนั้น เพราะแค่รู้สึกว่าเป็นประชาชนคนหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงนั้น

“ถ้าผ่านไปหลายๆ ปี กลับมาดู มันน่าจะมีคุณค่ามากๆ ว่าตอนนี้มันเคยเกิดขึ้น อย่างวันนี้ปีที่แล้วก็มีม็อบ เราเกือบจะลืมไปแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น ถ้าไม่มีรูปถ่ายหรือฟุตเทจเก็บไว้ เราก็คงลืมไปแล้วว่าสังคมตอนนั้น โอ้โห เหี้ยยังไงหรือดียังไง


แรงบีบจากวิชาชีพ

ช่างภาพอิสระไม่ได้ถูกท้าทายแค่ความรุนแรงที่หันซ้ายก็เจอแก๊สน้ำตา หันขวาเจอกระสุนยาง แต่ถูกแถมขนาบข้างมาพร้อมกับแรงบีบจากสื่ออาชีพด้วยกันอง

ไลลาสะท้อนว่า ในสนาม ถ้าสื่อหลักเห็นเธอไปถ่าย “บางทีเขาก็บอก เฮ้ย คุณยังไม่พร้อม คุณเข้ามาได้ยังไง”

แต่ก็อีกนั่นแหละ สำหรับไลลา “ทั้งๆ ที่ไม่เคยมีใครบอกเราเลยว่าความพร้อมคืออะไร เราต้องทำยังไงกับสถานการณ์นี้ เพราะเราเกิดมาเราก็เจอกับสถานการณ์นี้เลย

“การออกไปถ่ายรูปครั้งแรกของเราก็เจอกับกระสุนยาง เจอแก๊สน้ำตาเลย ไม่มีเคยใครมาบอกมาสอน เหมือนเราออกไปเจอเอง ต้องอาศัยสะสมประสบการณ์มาเรื่อยๆ 

และหลายครั้งที่เธอมักถูกด้อยค่าให้เป็นเพียงแค่ผู้ชุมนุม

ข้อกล่าวหานี้ ไลลาอธิบายว่าในขบวนหนึ่งขบวนของม็อบ มีคนที่ทำหน้าที่หลายหน้าที่ บางคนเป็นแกนนำ เป็นเป็นการ์ด เป็นผู้ปฏิบัติการและบางคนเป็นสื่อ แต่ละคนมีหน้าที่ของเขา เขาจะโฟกัสหน้าที่ตัวเอง

“ส่วนเราอาจจะเป็นผู้ชุมนุมหรือเป็นผู้สังเกตการณ์ที่มีอีกขาหนึ่งเป็นสื่อ เราก็จะโฟกัสแค่หน้าที่สื่อของเรา เราก็ไม่ได้ไปโฟกัสที่การช่วยเขาขว้างขวดน้ำ เรามีแค่กล้องถ่ายรูปกับปฏิกิริยาที่ต้องการแค่ภาพถ่าย เราไม่ได้ต้องการอะไรอย่างอื่น”

แรงบีบเดียวกับที่ไลลาเจอ ณัฐพลสะท้อนว่า ทุกวันนี้การผูกขาดด้วยสื่อหลักที่มีสมาคมฯ คุ้มครองอยู่อีกที ทำให้หลายๆ เหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ทำความรุนแรง ภาพตรงนั้นกลับไม่สามารถเผยแพร่ออกไปได้

“ถ้าทุกคนสามารถถ่ายรูปได้ เหตุการณ์หลายๆ อย่างที่สื่อหลักเองไม่สามารถเผยแพร่ มันจะออกมาในโลกโซเชียลมากขึ้น ทำให้คนเห็นมากขึ้น โดยที่เราไม่ต้องไปสนใจว่าสมาคมฯ จะโอเคหรือไม่โอเค 

จากสายตาของคนหนุ่มสาว-ช่างภาพอิสระที่ลงสนามเผชิญความรุนแรงด้วยตัวเอง เป็นอีกเหตุผลที่ช่วยตั้งคำถามว่าถ้าสื่ออาชีพตรวจสอบอำนาจรัฐมากพอ ประชาชนคงไม่จำเป็นต้องถ่ายรูปเอง

แบบที่ปาณิศาว่า “พอคุณถือวิชาชีพปุ๊บ คุณต้องมีจรรยาบรรณวิชาชีพ รักษามาตรฐาน แต่ถามว่าคนที่เถียงว่าคนอื่นไม่ใช่สื่อเนี่ย ต้องกลับมาถามตัวเองว่าตัวเองใช่ไหม

“จริงๆ ที่ตัวเองไปอยู่ในพื้นที่ที่สื่อทำงาน เพราะเราไปดูด้วยว่าช่องไหนมันมาบ่อย ช่องไหนมันไม่มาเลย บางช่องมึงมา พอเขารุนแรงกัน มึงก็ถ่ายแป็บนึงแล้วก็ขับรถออกไป”


สวมเลนส์สิทธิมนุษยชน

ไม่ต้องให้สมาคมสื่อหรือตำรวจรับรองว่าใครควรได้รับสิทธิ์ถ่ายภาพในที่ชุมนุม วิญญูชนก็ตระหนักเองได้ว่าสิทธิเสรีภาพไม่มีสังกัด แต่อยู่ในเนื้อในตัวของทุกคน

ไลลาบอกว่า เราต้องยืนยันในการเป็นสื่อประชาชน อย่างน้อยสื่อหลักที่มักอ้างจรรยาบรรณก็ไม่ได้แปลว่าจะมีจรรยาบรรณเสนอภาพความจริงเสมอไป หลายต่อหลายครั้งก็เลือกปกปิดความจริง และไปเอาใจผู้มีอำนาจด้วยซ้ำ

“ผมคาดหวังให้ในม็อบมันปลอดภัย ทุกคนกล้าที่จะโทรศัพท์ขึ้นมาถ่าย เพราะทุกวันนี้ไม่ใช่แค่สื่อหลักอย่างเดียวที่จะรายงานข้อเท็จจริงได้ครอบคลุม หลายเหตุการณ์ก็มาจากโทรศัพท์ของคนที่อยู่ในม็อบถ่ายแล้วมาประติดประต่อเป็นความจริงร่วมกัน” ณัฐพลให้ภาพชัด

ไม่ต่างจากปาณิศา ที่ยืนยันว่าเป็นเพียงประชาชน “ทุกครั้ง ไม่ว่าเราจะถือกล้องหรือไม่ถือกล้อง คุณไม่มีสิทธิละเมิด เพราะการชุมนุมเป็นสิทธิของเรา”

มองข้ามความรุนแรงเบื้องหน้า ปาณิศาคาดหวังว่าทั้งฝ่ายรัฐบาล รวมถึงสื่อจะเข้าใจสิทธิมนุษยชนร่วมกัน

เป็นไปได้ไหม เมื่อถึงวันนั้น คำว่า “ขอให้พวกพี่สนุกหน่อย” จะไม่หลุดจากปากใครง่ายๆ


ภาพฟิลเตอร์กล้องที่บุบและแตก.jpg

สภาพหน้าเลนส์ของไลลาที่แตกละเอียด หลังถูก คฝ. ตีเมื่อวันที่ 11 ส.ค.2564

3.11082654_ถ่ายตอนฟิลเตอร์แตกแล้ว.jpg

ผลงานภาพของไลลา เมื่อวันที่ 11 ส.ค.2564 ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กิจกรรมจัดโดยกลุ่มทะลุฟ้า #ม็อบ11สิงหาไล่ล่าทรราช ชายในภาพถูก คฝ. จับที่เกาะพญาไท

2.28022564_ยิงกระสุนยางครั้งแรก.jpg

ผลงานภาพของไลลา เมื่อวันที่ 28 ก.พ.2564 บริเวณถนนวิภาวดีรังสิต ใกล้โรงพยาบาลทหารผ่านศึก โดยกลุ่ม REDEM นัดเดินจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปกรมทหารราบ 1

1.JPG

ผลงานภาพของณัฐพล ถ่ายระหว่างกลุ่มแพทย์อาสา DNA โดน คฝ. รุมกระทืบจนหมดสติ บริเวณสะพานผ่านพิภพลีลา สนามหลวง เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 64

2.JPG

ผลงานภาพของณัฐพล ขณะตำรวจใช้ปืนลูกซองชี้หน้า แล้วสั่งให้หยุดถ่ายรูป หลังจากการสลายของหมู่บ้านทะลุฟ้า เมื่อวันที่ 28 มี.ค.2564

5.JPG

ผลงานภาพของณัฐพล ขณะเจ้าหน้าที่ใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมของชาวเมียนมา หน้าสถานทูตเมียนมา เมื่อวันที่ 1 ก.พ.2564

ภาพหน้าจอ 2564-08-20 เวลา 11.59.37.png

ผลงานภาพจากคลิปวิดีโอของปาณิศา ขณะตำรวจเข้าสลายการชุมนุม ระหว่างมวลชนทำอารยะขัดขืนในกิจกรรมหมู่บ้านทะลุฟ้า เมื่อวันที่ 28 มี.ค.2564

DSC03541.JPG

ผลงานภาพของปาณิศา ระหว่างกิจกรรมของเยาวชนที่แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 15 ต.ค.2563

DSC04550.JPG

ผลงานภาพของปาณิศา ระหว่างกิจกรรมของมวลชนเรียกร้องประชาธิปไตย ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2563


ภาพพรอทเทรตโดย ณปกรณ์ ชื่นตา