ไม่พบผลการค้นหา
ตำรวจนครบาลยอมรับตัดสินใจใช้ตู้คอนเทนเนอร์เป็นเครื่องมือกีดขวาง ลดการเผชิญหน้าผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ พร้อมเตือนผู้ชุมนุมระวังกระทำผิดกฎหมาย

พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมรับมือการนัดชุมนุมทำกิจกรรมทางการเมืองของกลุ่มเยาวชนปลดแอก ที่นัดเดินขบวนจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ไปยังบ้านพักพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ในช่วงบ่ายวันนี้


ทุกการชุมนุมมีแกนนำ

โดยยอมรับว่าเมื่อคืนมีการเตรียมตู้คอนเทนเนอร์ไปวางกีดขวางบริเวณกรมทหารราบที่ 1 เพื่อลดการเผชิญหน้าระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ ไม่ให้เกิดความขัดแย้งกันขึ้น ส่วนที่การชุมนุมในวันนี้มีการประกาศว่าจะไม่มีแกนนำ ไม่มีรถห้องน้ำ ไม่มีการ์ด ไม่มีรถเวที และให้มวลชนเป็นผู้ตัดสินใจนั้น เป็นเพียงวิธีการเลี่ยงข้อเท็จจริงอย่างหนึ่ง เพราะข้อเท็จจริงผู้ที่ชักชวนให้คนออกมาร่วมการชุมนุม , ผู้ปราศรัย , ผู้บริหารจัดการชุมนุม

รวมถึงผู้ที่เป็นตัวการในการกระจายข่าวสารต่างๆ ล้วนเป็นตัวการที่อยู่ในข่ายต้องถูกดำเนินคดีทั้งสิ้น นอกจากนี้ผู้ที่ไปร่วมการชุมนุม หากพบมีพฤติกรรมกระทำผิดกฎหมาย ตำรวจก็จำเป็นต้องดำเนินคดีด้วย ทั้งนี้ยืนยันว่าที่ผ่านมา ตำรวจได้ประชาสัมพันธ์เตือนให้ผู้ชุมนุมระวังการกระทำที่เข้าข่ายเป็นความผิดตามกฎหมาย เช่นเดียวกับในกรณีนี้ที่อาจเข้าข่ายความผิดฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และพ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ


พ.ร.ก.ฉุกเฉินยังคงอยู่

แม้ว่า กรุงเทพมหานครจะมีการผ่อนผันคำสั่งไปเมื่อไม่กี่วันก่อน แต่ปัจจุบันก็ยังมีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อยู่ ดังนั้นหากมีการชุมนุมเกิดขึ้น ก็จะเข้าข่ายความผิดในข้อหานี้ ส่วนการประเมินเรื่องการจราจรที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ คาดว่าเส้นทางที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือถนนวิภาวดีขาออก ตั้งแต่ช่วงแยกดินแดงไปจนถึงแยกสุทธิสาร 

อย่างไรก็ตาม สำหรับการดูแลความเรียบร้อยในวันนี้ ตำรวจได้จัดเตรียมกำลัง4 กองร้อย แบ่งเป็นกำลังตำรวจปฏิบัติหน้าที่จริง 2 กองร้อย และกำลังสำรองอีก 2 กองร้อยในการดูแลความสงบเรียบร้อย พร้อมจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว ตรวจตราบุคคลที่มีความเสี่ยงต่อการพกพาสิ่งของผิดกฎหมายเข้าร่วมการชุมนุม

อ่านเพิ่มเติม