วันที่ 30 พฤษภาคม 2569 หลังภารกิจลงพื้นที่ช่วงเช้า บริเวณตลาดยิ่งเจริญ ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบูรณ์ 54 และ ตลาดเอซี สายไหม ย่านบางเขน-สายไหม ช่วงบ่าย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 9 พร้อมทีม “กรุงเทพฯ ทำงาน” นำโดย รศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช และนายศานนท์ หวังสร้างบุญ อดีตรองผู้ว่าฯ กทม., นายต่อศักดิ์ โชติมงคล อดีตประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม. และนายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ อดีตที่ปรึกษาของผู้ว่าผู้ว่าฯ กทม. เดินเท้าลงพื้นที่ต่อที่ย่านสรงประภา บริเวณชุมชนบ้านมั่นคง ริมคลองเปรมประชากร บริเวณชุมชนหน้าท่าอากาศยานด้านใต้ ย่านสรงประภา เขตดอนเมือง
ระหว่างลงพื้นที่ ชัชชาติได้พูดคุยกับประชาชนที่อาศัยอยู่ในบ้านมั่นคง พร้อมสอบถามว่าความรู้สึกที่อยู่ในอาศัยในบ้านมั่นคง โดยผู้เช่าหลายรายสะท้อนว่า พอใจกับโครงการ และขอบคุณที่ช่วยผลักดันให้เกิดการพัฒนาที่อยู่อาศัยในช่วงที่ชัชชาติเป็นผู้ว่าฯ กทม.
ตลอดเส้นทางยังเห็นบ้านบางหลังปรับพื้นที่เป็นร้านอาหารชุมชน สะท้อนว่าโครงการบ้านมั่นคงไม่ได้เป็นเพียงที่อยู่อาศัยที่เป็นระเบียบและสวยงามขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ช่วยสร้างโอกาสทางอาชีพและรายได้ให้กับคนในชุมชนด้วย
บรรยากาศการลงพื้นที่เป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนออกมาทักทาย ให้กำลังใจ และตะโกนเชียร์ “เบอร์ 9” เป็นระยะ
ชัชชาติ กล่าวย้ำถึงชุมชนบ้านมั่นคงว่า แนวคิดบ้านมั่นคงเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนที่อาศัยอยู่ริมคลอง โดยให้ชุมชนรวมตัวกัน จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ ทำสัญญาเช่าที่ดินของรัฐอย่างถูกต้อง และขอสินเชื่อจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ พอช. เพื่อนำมาสร้างบ้านในราคาที่ประชาชนสามารถผ่อนชำระได้
ทั้งนี้ โครงการบ้านมั่นคงริมคลอง คือให้ชุมชนที่สามารถอยู่ในพื้นที่เดิมได้ ทำสัญญาเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์ โดยข้อมูล พอช. ระบุว่า สัญญาเช่าช่วงแรกมีระยะเวลา 30 ปี ค่าเช่าประมาณ 1.25 - 4 บาทต่อตารางวาต่อเดือน ขณะที่ชาวบ้านได้รับการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อก่อสร้างบ้าน และผ่อนชำระค่าบ้านประมาณเดือนละ 1,000-3,000 บาทเศษ ขึ้นอยู่กับรูปแบบบ้าน และความสามรถในการผ่อนของแต่ละครัวเรือน
“แต่ต้องเข้าใจว่า หลายคนอยู่ตรงนี้มานาน ไม่เคยมีภาระค่าเช่าหรือค่าผ่อนบ้าน พอเข้าสู่ระบบ ก็ต้องเริ่มมีค่าใช้จ่าย บางชุมชนอาจยังไม่เห็นด้วยทั้งหมด แต่ชุมชนที่เดินหน้าได้ เราก็เห็นว่าคุณภาพชีวิตดีขึ้น บ้านมั่นคงขึ้น สวยงามขึ้น” ชัชชาติกล่าว
ชัชชาติ ยังกล่าวอีกว่า การพัฒนาบ้านมั่นคงริมคลองยังเกี่ยวข้องกับการสร้างเขื่อนและการจัดการคลอง เพราะหากยังมีบ้านอยู่ริมคลอง การสร้างเขื่อนจะทำได้ยาก แต่หากสร้างบ้านก่อนแล้วจึงทำเขื่อน ก็อาจกระทบต่อโครงสร้างบ้านหรือทำให้เกิดการทรุดตัวได้ จึงต้องวางลำดับการทำงานให้ชัดเจน ทั้งการย้ายบ้าน การสร้างเขื่อน และการสร้างบ้านใหม่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน
“ในชุมชนยังมีคนที่ลำบากจริงๆ เช่น ผู้สูงอายุ หรือคนที่ไม่มีรายได้ประจำ บางพื้นที่ก็มีบ้านหรือยูนิตส่วนกลางไว้ช่วยดูแลคนกลุ่มนี้ด้วย นี่คือความหมายของบ้านมั่นคงที่ไม่ได้ดูแค่ตัวบ้าน แต่ดูเรื่องคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนด้วย” ชัชชาติกล่าว