จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดียว่า มาจับตาติดตามภาษีทรัมป์รอบใหม่ไปด้วยกันครับ
เมื่อคืนนี้ (20 กุมภาพันธ์ 2569) ศาลสูงสุดสหรัฐฯ เพิ่งตัดสินว่าประธานาธิบดีทรัมป์ใช้กฎหมายว่าด้วยอำนาจเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (International Emergency Economic Powers Act: IEEPA) เก็บภาษีสินค้านำเข้าแบบที่ทำอยู่นั้นผิดกฎหมาย ทำไม่ได้ และทรัมป์ได้นำกฎหมายอีกฉบับขึ้นมาใช้ทันที โดยประกาศเก็บภาษีสินค้าจากทุกประเทศทั่วโลก 10% เท่ากันหมด มีผลวันที่ 24 ก.พ. นี้เลย
สำหรับประเทศไทย ก่อนหน้านี้เรากำลังเจรจากันอยู่ที่ 19% พอเปลี่ยนมาเป็น 10% เท่ากันทุกประเทศ น่าจะส่งผลดีต่อสินค้าส่งออกของไทยบ้าง โดยเฉพาะสินค้าประเภทอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าเกษตรบางอย่างที่ได้รับการยกเว้นครับ
แต่กฎหมายฉบับนี้มีอายุแค่ 150 วัน คือประมาณ 5 เดือน เท่านั้น พอหมดอายุแล้วจะเป็นยังไงต่อ ตอนนี้ต้องรอติดตามกันครับ เพราะทรัมป์ยังมีกฎหมายอื่นในมืออีก ที่ใช้กับประเทศที่ได้เปรียบดุลการค้ากับสหรัฐฯ ซึ่งไทยเราก็เข้าข่ายด้วยครับ
อีกเรื่องที่ต้องดูกันต่อคือ บรรดาบริษัทที่เสียภาษีไปแล้วตั้งแต่ก่อนหน้านี้ ก็มีสิทธิ์ฟ้องขอเงินคืนจากรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งเป็นเงินมหาศาล แต่ทรัมป์บอกไม่คืนง่ายๆ เรื่องนี้คงถกเถียงกันในศาลอีกนาน และถ้าทรัมป์อยากต่ออายุภาษีนี้หลังจาก 5 เดือน ต้องให้สภาโหวตผ่าน ซึ่งขึ้นอยู่กับผลเลือกตั้งเดือนพฤศจิกายนนี้ว่าพรรครีพลับลิกันของทรัมป์จะยังกุมเสียงข้างมากในสภาได้หรือเปล่า
ขณะเดียวกัน โจทย์ในบ้านเราก็ต้องแก้กันต่อไปครับ เพราะส่งออกได้มากขึ้นเป็นเรื่องดี แต่คนในประเทศยังมีหนี้ครัวเรือนสูงถึง 86% ต่อ GDP ไม่มีเงินจับจ่าย และคนตัวเล็กตัวน้อยยังขอสินเชื่อจากธนาคารแทบไม่ได้ ถ้าไม่แก้ตรงนี้ เศรษฐกิจก็ฟื้นได้ไม่เต็มที่ครับ
เรื่องนี้ยังไม่จบ ยังต้องติดตามกันต่อไป ความผันผวนและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมาเป็นความท้าทายที่ต้องจับตามองครับ