ไม่พบผลการค้นหา
สำนักประธานาธิบดีรัสเซียแถลงเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (8 ก.พ.) ว่า วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย และ สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ได้กล่าววิจารณ์การที่สหรัฐฯ เข้ามาแทรกแซงกิจการของประเทศอื่นๆ ในระหว่างการสนทนาผ่านทางโทรศัพท์

ยูริ อูชาคอฟ เจ้าหน้าที่ประจำสำนักประธานาธิบดีรัสเซียระบุว่า ในระหว่างการพูดคุยทางโทรศัพท์นานนับชั่วโมง สีและปูตินได้ร่วมกันประณาม “นโยบายของสหรัฐฯ ในการแทรกแซงกิจการภายในของรัฐอื่นๆ” 

ผู้นำทั้งสองคนพูดถึงการสร้าง “ระเบียบโลกที่มีหลายขั้วและยุติธรรมมากขึ้น” ท่ามกลางความพยายามที่นำโดยสหรัฐฯ ที่จะควบคุมศัตรูรายใหญ่ที่สุดของตัวเองทั้งสองชาติ (รัสเซียและจีน) อูชาคอฟกล่าว “ผู้นำของทั้งสองประเทศตระหนักดีว่า สหรัฐฯ กำลังดำเนินนโยบายการสกัดกั้นสองชั้น (ต่อ) ทั้งรัสเซียและจีนในทางปฏิบัติ”

พันธมิตรชาติตะวันตกพยายามจับตารัสเซียและจีน ซึ่งทั้งสองชาติต่างพยายามขยายอิทธิพลของตัวเองออกไปทั่วโลก ทั้งนี้ มีความวิตกกังวลที่เพิ่มมากขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ในขณะที่รัสเซียและจีนได้ยกระดับความสัมพันธ์ในด้านการค้าและการป้องกันประเทศที่เพิ่มมากขึ้น

รัสเซียสานสัมพันธ์กับจีนให้แน่นแฟ้นขึ้น จากการที่จีนสามารถเป็นเส้นทางเศรษฐกิจที่สำคัญของรัสเซีย นับตั้งแต่ชาติตะวันตกโจมตีรัสเซียด้วยการคว่ำบาตรอย่างรุนแรง สืบเนื่องจากเหตุโจมตีต่อยูเครน ในขณะเดียวกัน จีนได้รับประโยชน์จากการนำเข้าพลังงานราคาถูก และการเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติจำนวนมากองรัสเซีย รวมถึงการขนส่งก๊าซอย่างสม่ำเสมอผ่านท่อส่งก๊าซพาวเวอร์ออฟไซบีเรีย

ข้อมูลจากกรมศุลกากรของจีนระบุว่า การค้าระหว่างจีนกับรัสเซียปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยทั้งสองชาติมีมูลค่าการค้าสูงถึง 2.18 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 7.8 ล้านล้านบาท) ในช่วงเดือน ม.ค. ถึง พ.ย. ซึ่งบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้โดยทั้งสองประเทศในปี 2562 ก่อนกำหนด 1 ปี

ทางการรัสเซียและจีนยังได้ดำเนินการค้าขายในสกุลเงินรูเบิลและหยวนมากขึ้น ในขณะที่ทั้งสองชาติยุติการค้าขายในสกุลเงินเหรียญสหรัฐฯ ลง นอกจากนี้ อูชาคอฟกล่าวว่า ปูตินและสียังเน้นย้ำถึงคำเรียกร้องของพวกเขาว่า การสร้าง “โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่รับประกันความน่าเชื่อถือของการชำระเงิน” เป็นสิ่งสำคัญ 

ปูตินและสียังได้หารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในยูเครน และการแก้ไขข้อขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง และทั้งสองชาติยังมีความเห็นที่ตรงกันเกี่ยวกับความขัดแย้งเหล่านี้ อย่างไรก็ดี อูชาคอฟไม่ได้ระบุถึงรายละเอียดใดๆ เพิ่มเติมถึงความเห็นที่ตรงกันของทั้งสองผู้นำ

ก่อนหน้านี้ จีนและรัสเซียได้ประกาศความร่วมมือแบบ “ไร้ขีดจำกัด” หลายวันก่อนที่รัสเซียจะเริ่มยกทัพเข้ารุกรานยูเครนในเดือน ก.พ. 2565 และทั้งสองชาติยังได้ขยายความสัมพันธ์ของตัวเองร่วมกัน แม้ว่าประเทศตะวันตกส่วนใหญ่จะมีนโยบายโดดเดี่ยวรัสเซียก็ตาม

ทั้งนี้ จีนเองยังถูกสหรัฐฯ วิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะจากประเด็นความขัดแย้งในหลายประการ รวมถึงพฤติกรรมของจีนต่อไต้หวัน ซึ่งรัฐบาลจีนอ้างว่าเป็นดินแดนของตน

“ในการหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ประธานาธิบดีรัสเซียยืนยันจุดยืนหลักของเขาในประเด็นไต้หวัน ซึ่งก็คือการสนับสนุนนโยบาย 'จีนเดียว'” สำนักประธานาธิบดีรัสเซียระบุในแถลงการณ์

ตามการอ่านข้อมูลจากสถานีโทรทัศน์ CCTV ของรัฐบาลจีน สียังระบุกับปูตินด้วยว่า ทั้งสอง “ควรร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในเชิงยุทธศาสตร์ ปกป้องอธิปไตย ความมั่นคง และผลประโยชน์การพัฒนาของประเทศของตน”  สียังเน้นย้ำว่าทั้งสองฝ่ายควร “ต่อต้านการแทรกแซงกิจการภายในโดยกองกำลังภายนอกอย่างเด็ดเดี่ยว”

ก่อนหน้านี้ ปูตินและสีพบกันหน้ากันเป็นจำนวน 2 ครั้งเมื่อปีที่แล้ว โดยอูชาคอฟกล่าวว่าผู้นำทั้งสองจะยังคง “มีปฏิสัมพันธ์อย่างใกล้ชิด” ต่อไป แม้ในตอนนี้ผู้นำทั้งสองจะยังไม่มีแผนที่จะพบปะซึ่งกันและกัน


ที่มา:

https://www.aljazeera.com/news/2024/2/8/russias-putin-and-chinas-xi-denounce-us-interference?fbclid=IwAR04frOGVXDAEkjGUOgnBzKTcc7NmG37Xp7P10E80CVo7H8K8SkajIrCnlU