นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ว่า รัฐบาลจัดทำงบประมาณภายใต้กรอบวงเงินรวม 3,788,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2569 จำนวน 7,400 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 0.2% เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และรักษาเสถียรภาพทางการคลังของประเทศ
นายเอกนิติกล่าวว่า การจัดทำงบประมาณปี 2570 ยังคงเป็นงบประมาณแบบขาดดุล โดยตั้งประมาณการรายได้สุทธิไว้ที่ 3,000,000 ล้านบาท และกำหนดวงเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ 788,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 3.8% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ขณะที่วงเงินงบประมาณรวมคิดเป็น 18.4% ของ GDP
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังระบุว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการจัดสรรงบประมาณที่แม่นยำ ตรงเป้าหมาย และตอบโจทย์ปัญหาของประเทศ โดยยึดหลักการจัดทำงบประมาณแบบฐานศูนย์ หรือ Zero-Based Budgeting เพื่อทบทวนความจำเป็นของแผนงานและโครงการ ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายเงินแผ่นดิน
สำหรับโครงสร้างงบประมาณปี 2570 รายจ่ายประจำอยู่ที่ 2,786,367.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.0% จากปีก่อนหน้า คิดเป็น 73.6% ของวงเงินงบประมาณรวม ขณะที่รายจ่ายลงทุนอยู่ที่ 789,171.5 ล้านบาท ลดลง 8.4% คิดเป็น 20.8% ของงบประมาณรวม ส่วนรายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้จัดสรรไว้ 151,520 ล้านบาท และรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลังอยู่ที่ 71,038.1 ล้านบาท
เมื่อจำแนกตามกลุ่มงบประมาณ งบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณมีวงเงินสูงสุด 1,342,836.3 ล้านบาท หรือ 35.4% ของงบประมาณรวม ตามด้วยงบประมาณรายจ่ายบุคลากร 852,671.2 ล้านบาท งบกลาง 693,880 ล้านบาท และงบประมาณรายจ่ายเพื่อการชำระหนี้ภาครัฐ 462,470.3 ล้านบาท
นายเอกนิติ กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยปี 2570 มีแนวโน้มขยายตัวในช่วง 1.7-2.7% โดยมีค่ากลางที่ 2.2% จากแรงสนับสนุนของเศรษฐกิจและการค้าโลกที่ฟื้นตัว การส่งออกสินค้าและบริการ รวมถึงการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัวต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังต้องเผชิญความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง มาตรการกีดกันทางการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลัก และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ทั้งนี้ รัฐบาลจัดทำงบประมาณปี 2570 โดยมุ่งรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ เสริมความเข้มแข็งทางการคลัง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ดูแลคุณภาพชีวิตประชาชน และลดความเหลื่อมล้ำ ภายใต้นโยบายงบประมาณแบบขาดดุล