จาตุรนต์ ฉายแสง สส. บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดียวันนี้ (26 มีนาคม 2569) ว่า คำว่า 'ปล่อยตามกลไกตลาด' จะกลายเป็นเพียงการ 'ปล่อยให้ประชาชนแบกรับภาระลำพัง' หรือไม่? รัฐบาลยืนยันแล้วว่าจะไม่ตรึงราคาน้ำมัน และจะปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด สิ่งที่รัฐบาลต้องทำก็คือ พูดความจริงกับประชาชนให้หมด ต้องตอบให้ชัดว่า ปัญหาใหญ่เพียงใด จะช่วยใครก่อน ใช้เกณฑ์อะไร ใช้งบจากไหน และมีแผนรองรับในช่วง 3 ถึง 6 เดือน อย่างไร เพราะถ้าไม่มีรายละเอียดเหล่านี้ คำว่า “ปล่อยตามกลไกตลาด” ก็อาจกลายเป็นเพียงการปล่อยให้ประชาชนแบกรับภาระลำพัง
ตอนนี้ยังไม่ปรากฏเป็นข่าวถึงแผนระยะกลางและระยะยาว ส่วนระยะสั้นนั้นมีมาบ้าง แต่ก็ยังไม่ครอบคลุม และยังไม่เพียงพอที่จะรับมือกับวิกฤตครั้งนี้
เรื่องสงกรานต์ ท่านรองนายกฯ บอกว่าน้ำมันไม่ขาดแน่ ระบบรถขนส่งสาธารณะยังมีอยู่ แต่คำพูดนี้เราก็ไม่ทราบว่า เมื่อวันสงกรานต์มาถึงแล้วน้ำมันได้ลอยตัวเต็มที่ไปแล้วหรือยัง ดังนั้นที่บอกว่าน้ำมันจะไม่ขาด แต่ราคาน้ำมันแพงขึ้นไปอีกมาก มาตรการที่รัฐบาลมีอยู่นี้จึงจะไม่พอ
เพราะคนส่วนใหญ่เดินทางโดยใช้น้ำมัน ใช้รถส่วนตัว ถ้าน้ำมันแพงมาก ประชาชนก็จะเดือดร้อนอย่างมาก รวมทั้งการทำธุรกิจในช่วงสงกรานต์ ซึ่งควรจะทำให้เกิดรายได้เข้าประเทศก็อาจหายไป
ตอนนี้รัฐบาลออกมาตรการช่วย 5 กลุ่มก็จริง แต่ปัญหาคือยังช้า ยังไม่ชัดว่าจะใช้งบจากไหน และจะเดินหน้าได้เมื่อไร ขณะเดียวกันมาตรการก็ยังไม่ครอบคลุมต้นทุนพลังงานทั้งระบบ เพราะมีแต่ดีเซล แต่ LNG และค่าไฟที่กำลังจะขึ้นยังไร้ความชัดเจน
ที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ รัฐยังไม่ตอบให้ชัดว่าจะลอยตัวน้ำมันเมื่อไร ลอยอย่างไร และสุดท้ายราคาจะขึ้นไปเท่าไร ถ้าดีเซลไปถึง 50 บาทขึ้นไป หลายอาชีพและทั้งระบบเศรษฐกิจจะรับไหวหรือไม่
ที่สำคัญ ก่อนลอยตัว รัฐยังไม่ชัดว่าจะจัดการสต็อกน้ำมันและการกระจายอย่างไร เพราะถ้าราคายิ่งห่างมาก การกักตุนก็ยิ่งหนัก และปัญหาขาดแคลนก็อาจรุนแรงกว่าเดิมครับ
[อภิปรายสรุปญัตติด่วน : มาตรการรับมือกับวิกฤตน้ำมัน 25 มี.ค.2569]