ไม่พบผลการค้นหา
โฆษกพรรคประชาชาติแนะนายกรัฐมนตรีใช้วิกฤตโควิด-19 เป็นโอกาสดับไฟใต้ หลัง BRN ประกาศหยุดยิง เสนอสั่งการให้เป็นพื้นที่พิเศษ ใช้มาตรการเข้มข้นเก็บตัวอยู่บ้าน พร้อมเยียวยาเศรษฐกิจและจัดหาอาหารของใช้จำเป็น ย้ำต้องซื้อใจชาวบ้านจนสัมผัสได้

นายสุพจน์ อาวาส โฆษกพรรคประชาชาติ เสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดฯ (ศคบ.) กำหนดนโยบายให้สามจังหวัดชายแดนใต้เป็นพื้นที่ที่จะต้องแก้ไขที่แตกต่างกับท้องที่อื่น ต้องให้ท้องที่และท้องถิ่นซึ่งรู้จักและเข้าใจบริบทของพื้นที่เป็นกลไกไปพร้อมๆ กับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดและการเยียวยาช่วยเหลือปากท้องไปพร้อมๆ กัน มีหลักและกติกาที่ผ่อนปรน เนื่องจากตนเห็นว่าเป็นจังหวะที่ดีที่สุดที่จะดับไฟใต้ เพราะกลุ่มขบวนการแบ่งแยกดินแดน สำนักงานเลขากลางปาตานี-มาเลย์แนวร่วมปฏิบัติการแห่งชาติ (BRN) ได้ออกแถลงการณ์เมื่อ 26 มีนาคมและ 3 เมษายน 2563 ว่าจะหยุดการปฏิบัติการ หรือ หยุดยิงชั่วคราว เนื่องจากการระบาดของเชื้อไวรัสที่คุกคามมนุษยชาติทั้งโลก รวมถึงปาตานี และท่าทีดังกล่าว ถือเป็นโอกาสและมีความเหมาะสมที่จะสร้างความสงบและนำสันติภาพมาสู่ชายแดนใต้

ทั้งนี้ในช่วงที่ชาวบ้านที่เก็บตัวอยู่กับบ้าน พล.อ.ประยุทธ์ ต้องแสดงความจริงใจ สั่งการหรือมอบหมายให้หน่วยงานรัฐ เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัด ศอ.บต. กองทัพ ฯลฯ ดูแลชาวบ้านให้ดี และการแจกเงินของกระทรวงการคลัง หรือ ของกินของใช้ให้กับพี่น้องในสามจังหวัดชายแดนใต้ ตนมั่นใจอย่างยิ่งว่าพี่น้องประชาชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ต้องการอภิสิทธิ์ หรือ ข้อยกเว้นใดๆ แต่ขอให้มีการดูแลหรือให้บริการอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

"ความจริงใจของรัฐบาลสำคัญมาก อย่าออกมาตรการทีมีแต่ห้ามทำโน่นทำนี่ 15-16 ปี ก็ใช้อำนาจภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินมากพอแล้ว แต่ไฟใต้ก็ไม่ดับ หมดเงินงบประมาณไปไม่รู้กี่แสนล้านบาท ทำไมจะมาเสียดายเอาตอนนี้ และขอให้ด้วยรู้ว่าชาวบ้านกำลังเดือดร้อนแสนสาหัสมากขึ้นทุกวัน กลัวทั้งไวรัสคร่าชีวิตและกลัวอดตาย" นายสุพจน์ กล่าว

ทั้งนี้ นายสุพจน์ กล่าวว่า ศอ.บต.มิใช่หน่วยปฏิบัติและต้องไม่ทำแบบเดียวกับจังหวัด และ สำคัญที่สุด ต้องเป็นตัวแทนรัฐบาลส่วนกลางที่ทำงานแบบมืออาชีพ ที่ต้องทราบว่าชาวบ้านและพื้นที่ต้องการอะไรเพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุด และต้องแนะนำจังหวัดในการแก้ปัญหาและที่สำคัญต้องป้องกันหรือยุติมิให้โครงการของ ศอ.บต.ไปสร้างปัญหาให้กลับจังหวัดต่างๆ โดยทำแบบการเมือง ไม่มีการทหารเข้ามาเกี่ยวข้องหรือเน้นเฉพาะ 'มิติพัฒนา' ด้านสังคม ศาสนา วัฒนธรรมหรือเศรษฐกิจประจำถิ่น หรือใช้ทุนทางสังคมเป็นตัวนำ ส่งเสริมการปลูกและพัฒนาพันธุ์พืชประจำถิ่น เช่น ทุเรียน มังคุด ยางพารา กล้วยหิน ฯลฯ เป็นฐานรายได้ และต้องไม่ลืมว่า คนในสามหรือห้าจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปกติอยู่แบบพอเพียงอยู่ โดยมีศาสนาและความเชื่อเป็น 'โซ่ข้อกลาง' ในการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิต

นอกจากนี้ โฆษกพรรคประชาชาติยังกล่าวอีกว่า รัฐบาลต้องเพิ่มความจริงใจ ต่อเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะ มาเลเชีย เพราะได้รับผลกระทบหนักมากกว่าไทยและรัฐบาลไทย น่าจะมีการช่วยเหลือ เพราะจะได้ใช้เป็นใบเบิกทางเพื่อให้การพูดคุยสันติภาพในอนาคตและจะทำให้บรรยากาศ การพูดคุยดีขึ้นด้วยและต้องน้อมนำเอาเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้อย่างจริงจัง ควรตัดงบของความมั่นคงของภาคใต้เพื่อมาช่วยชาวบ้านให้มีข้าวสาร อาหารแห้ง ฯลฯ บริโภค และช่วงนี้ถือเป็นโอกาสดีที่รัฐบาลควรชื้อน้ำมันมาสำรอง เนื่องจากราคาถูกและเตรียมแปรรูปสินค้าหรือโภคภัณฑ์ทางการเกษตร เช่น ข้าวสาร มันสําปะหลัง น้ำตาล ฯลฯ ไว้ส่งออกหลังการระบาดของไวรัสโควิด-19