วันที่ 5 สิงหาคม 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและวิศวกรรมขั้นสูง ครั้งที่ 7 (7th Advanced Engineering Workshop) ระหว่างวันที่ 5 - 6 สิงหาคม 2569 ซึ่งเป็นเวทีความร่วมมือระดับชาติของ 4 หน่วยงานวิจัยภายใต้กระทรวง อว. ประกอบด้วย สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สทน.) เจ้าภาพหลัก สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.), สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) (สซ.) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เพื่อร่วมกันยกระดับการพัฒนาเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ขั้นสูง และเพิ่มขีดความสามารถการพึ่งพาตนเองทางเทคโนโลยีของประเทศอย่างยั่งยืน โดยมี นายดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วย รมต. ประจำ อว. นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการ รมว.อว. รศ.ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการ สทน. ดร.วิภู รุโจปการ. ผู้อำนวยการ สดร. รศ.ดร.สาโรช รุจิรวรรธน์ ผู้อำนวยการ สทน. และ ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) เข้าร่วม ณ ห้อง IT Auditorium องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) จ.ปทุมธานี
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า วิศวกรรมขั้นสูง หรือ Deep Tech มิใช่เพียงแค่ศาสตร์แห่งอนาคต ทว่าคือรากฐานอันมั่นคงที่จะพลิกโฉมอุตสาหกรรมและเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ที่จะขับเคลื่อนประเทศ การเดินทางของทั้ง 4 สถาบันวิจัยหลัก ได้ถักทอความร่วมมือกันมาอย่างต่อเนื่องจนก้าวเข้าสู่ครั้งที่ 7 ภาพฝันที่เราเคยคิดว่าไกลเกินเอื้อม หรือเทคโนโลยีที่คนไทยไม่เคยคิดว่าจะทำได้ บัดนี้ได้ปรากฏเป็นรูปธรรมอันงดงามตรงหน้า ไม่ว่าจะเป็นการเนรมิตกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด (SEM) ด้วยฝีมือวิศวกรไทย การรังสรรค์ดวงอาทิตย์ประดิษฐ์ 'โทคาแมค' เพื่อจุดประกายพลังงานสะอาดแห่งอนาคต ตลอดจนความกล้าหาญที่จะส่งอุปกรณ์อวกาศสัญชาติไทยขึ้นไปโลดแล่นบนดวงจันทร์ และการสร้างดาวเทียมฝีมือคนไทยที่ผ่านการทดสอบรังสีคอสมิกอย่างสมบูรณ์แบบ สิ่งเหล่านี้คือประจักษ์พยานแห่งความมุ่งมั่น ที่เกิดจากการหลอมรวมโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีขั้นสูง ทั้งด้านนิวเคลียร์ ซินโครตรอน ดาราศาสตร์ และการแพทย์ เข้าไว้ด้วยกันดั่งฟันเฟืองที่สอดประสาน
“รัฐบาลและกระทรวง อว. ขอเป็นลมใต้ปีกที่จะคอยหนุนเสริมทุกย่างก้าว ทั้งในด้านงบประมาณที่ตรงจุด การวิจัยต่อยอด และการสานพลังกับภาคเอกชน เพื่อผลักดันให้เกิดนวัตกรรมที่ยืดหยุ่นและทรงพลัง พร้อมนำพาประเทศไทยก้าวทะยานสู่เวทีโลก สร้างความมั่นคงทางเทคโนโลยี (National Resilience) ได้อย่างภาคภูมิและยั่งยืน” รมว.อว. กล่าว
การประชุมในครั้งนี้มุ่งเน้นการสานต่อแนวคิดความร่วมมือด้าน “วิศวกรรมขั้นสูง” (Advanced Engineering) ยกระดับจากการทำวิจัยพื้นฐานไปสู่การสร้างมูลค่าเชิงอุตสาหกรรมและการพัฒนาเชิงยุทธศาสตร์ โดยครอบคลุมเทคโนโลยีระดับแนวหน้า ได้แก่ เทคโนโลยีนิวเคลียร์และพลังงานฟิวชัน, วิศวกรรมดาราศาสตร์และอวกาศ, เทคโนโลยีเครื่องเร่งอนุภาคและสุญญากาศขั้นสูง และนวัตกรรมเพื่อความยืดหยุ่นทางอุตสาหกรรม โดยภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมการบรรยายพิเศษจากผู้เชี่ยวชาญ การจัดแสดงนิทรรศการผลงานนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์จากวิศวกรของทั้ง 4 หน่วยงาน และการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เพื่อร่วมระดมความคิดเห็นในการจับคู่พัฒนาเครื่องมือวิทยาศาสตร์ร่วมกันในอนาคตอันใกล้ อันจะเป็นการวางรากฐานการพัฒนาประเทศทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดดต่อไป