ไม่พบผลการค้นหา
สินค้าเกษตรไทยยังได้รับความนิยม สามารถสร้างรายได้ต่อเนื่อง โดยช่วงเดือนมกราคม - มีนาคม 2568 สถานการณ์การค้าสินค้าเกษตรไทยในตลาดอาเซียน มีมูลค่าส่งออก 100,491 ล้านบาท

วันนี้ (17 พฤษภาคม 2568) นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สถานการณ์การค้าสินค้าเกษตรของไทยในตลาดโลก พบว่า ประเทศไทยยังคงสามารถรักษาศักยภาพทางการค้าและการส่งออกได้อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2567 ที่ผ่านมา ไทยมีมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรกับตลาดโลกสูงถึงกว่า 2.5 ล้านบาท โดยแยกเป็น มูลค่าส่งออก จำนวน 1,801,548 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2566 จำนวน 137,822 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 8.28 สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการขยายตลาด และตอบสนองต่อความต้องการของตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนสถานการณ์การค้าสินค้าเกษตรของไทยในตลาดอาเซียน 9 ประเทศ ได้แก่ บรูไน อินโดนีเซีย กัมพูชา ลาว เมียนมา มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และเวียดนาม สินค้าเกษตรของไทยมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2567 ไทยมีมูลค่าส่งออกสินค้าเกษตรไปยังตลาดอาเซียนจำนวน 410,830 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ร้อยละ 3.60 

สำหรับสินค้าส่งออกสำคัญ 5 อันดับแรก ของปี 2567 ได้แก่

1.ข้าว มูลค่า 46,065 ล้านบาท

2.น้ำตาลที่ได้จากอ้อยหรือหัวบีตอื่น ๆ มูลค่า 38,211 ล้านบาท

3.น้ำ รวมถึงน้ำแร่และน้ำอัดลมที่เติมน้ำตาลหรือสารทำให้หวานอื่น ๆ หรือที่ปรุงกลิ่นรส มูลค่า 27,577 ล้านบาท

4.น้ำตาลดิบที่ได้จากอ้อยอื่น ๆ มูลค่า 22,434 ล้านบาท

5.เครื่องดื่มอื่น ๆ ที่ไม่มีแอลกอฮอล์ มูลค่า 19,022 ล้านบาท

ส่วนตลาดส่งออกสินค้าเกษตรที่สำคัญของไทย 3 อันดับแรก ได้แก่

1.มาเลเซีย มีมูลค่าการส่งออก 77,321 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 18.82 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรในอาเซียน

2.อินโดนีเซีย มีมูลค่าการส่งออก 68,428 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 16.66 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรในอาเซียน

3.กัมพูชา มีมูลค่าการส่งออก 62,826 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 15.29 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรในอาเซียน

สำหรับในช่วงเดือนมกราคม - มีนาคม 2568 สถานการณ์การค้าสินค้าเกษตร และยางพาราธรรมชาติของไทยในตลาดอาเซียน มีมูลค่าการค้ารวมเท่ากับ 160,067 ล้านบาท จำแนกเป็น มูลค่าส่งออก 100,491 ล้านบาท มูลค่านำเข้า 59,576 ล้านบาท ไทยยังคงเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้า 40,915 ล้านบาท โดยสินค้าส่งออกสำคัญ 5 อันดับแรก ได้แก่

1.น้ำตาลดิบที่ได้จากอ้อยอื่น ๆ มูลค่า 11,656 ล้านบาท

2.น้ำตาลที่ได้จากอ้อยหรือหัวบีตอื่น ๆ มูลค่า 9,910 ล้านบาท

3.น้ำ รวมถึงน้ำแร่และน้ำอัดลมที่เติมน้ำตาลหรือสารทำให้หวานอื่น ๆ หรือที่ปรุงกลิ่นรส มูลค่า 6,355 ล้านบาท

4.เครื่องดื่มอื่น ๆ ที่ไม่มีแอลกอฮอล์ มูลค่า 4,785 ล้านบาท

5.อาหารปรุงแต่งอื่น ๆ มูลค่า 4,309 ล้านบาท

นอกจากนี้ ตลาดส่งออกสินค้าเกษตรที่สำคัญของไทย 3 อันดับแรก ได้แก่

1.มาเลเซีย มีมูลค่าการส่งออก 17,442 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 17.34 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรในอาเซียน

2.อินโดนีเซีย มีมูลค่าการส่งออก 16,435 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 16.35 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรในอาเซียน

3.กัมพูชา มีมูลค่าการส่งออก 16,237 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 16.16 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรในอาเซียน

“ภาพรวมทั้งหมดแสดงให้เห็นว่า ไทยยังคงรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดเกษตรโลก โดยเฉพาะในตลาดอาเซียนซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจการเกษตรของประเทศ ทั้งในแง่ของมูลค่าการส่งออก ความหลากหลายของสินค้า และการได้เปรียบดุลการค้า ซึ่งจะเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการพัฒนาและผลักดันภาคเกษตรของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต” นายอนุกูล ระบุ