ไม่พบผลการค้นหา
ภายหลัง 'ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร' ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย อภิปรายถึง 'งบราชการลับ' ในการพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี2565 วาระแรก โดยพุ่งเป้าไปที่กระทรวงกลาโหม

มีงบราชการลับของกองทัพบก 290 ล้านบาท กองทัพเรือ 62 ล้านบาท กองทัพอากาศ 30 ล้านบาท สำนักปลัดกระทรวงกลาโหม 32 ล้านบาท กองบัญชาการกองทัพไทย 55 ล้านบาท รวม 470 ล้านบาท

จึงเกิดคำถามที่ว่า “งบราชการลับ” นี้ตั้งขึ้นมาเพื่ออะไร แม้จะมีจำนวนเพียง 470 ล้านบาท 

ทว่าย้อนกลับไปในหลายรัฐบาล “งบราชการลับ” ก็มีการเขียนเสนอของบมานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมาเกิดในงบประมาณปี2565 ตามที่ 'ยุทธพงศ์' ได้ออกมาอภิปราย และตั้งคำถามไปยังกระทรวงกลาโหม 

ทำให้คนในกองทัพ มองว่า “ยุทธพงศ์” ต้องการเพียงพื้นที่หน้าสื่อเท่านั้น เพราะ 'ยุทธพงศ์' เป็นหนึ่งใน “กรรมาธิการ” ใน กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี2565 อยู่แล้ว ที่สามารถใช้ที่ประชุมในการซักถามได้ อีกทั้ง “ยุทธพงศ์” เคยเป็น “กรรมาธิการ” ชุดดังกล่าวมาก่อนด้วย จึงย่อมทราบว่า “งบราชการลับ” นั้นนำไปทำภารกิจใดบ้าง

หากไล่เลียงไม่ใช่เพียงกระทรวงกลาโหม ที่มีการตั้ง “งบราชการลับ”

แต่กระทรวงความมั่นคงก็มีการตั้งงบลับ เช่น สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี 558 ล้านบาท แบ่งเป็น สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี 60 ล้านบาท สำนักข่าวกรองแห่งชาติ 232 ล้านบาท สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) 50 ล้านบาท

กระทรวงต่างประเทศ 8 ล้านบาท , กระทรวงแรงงาน ได้แก่ กรมการจัดหางาน 5 ล้านบาท 

หากรวมกระทรวงกลาโหมกับสำนักนายกรัฐมนตรี มีงบราชการลับถึง 1,000 ล้านบาท 

ยุทธพงศ์ 66602.jpg

ทั้งนี้คำว่า 'งบราชการลับ' ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการใช้งบประมาณเงินราชการลับ พ.ศ.2547 ระบุว่า "งบประมาณเงินราชการลับ" หมายถึง “เงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่กำหนดให้เป็นเงินราชการลับ หรือที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติเพิ่มเติมให้เป็นเงินราชการลับหรือเป็นเงินที่ใช้จ่ายที่ดำเนินงานในลักษณะปกปิด การขอรับการจัดสรรงบประมาณเงินราชการลับให้กระทำได้ในภารกิจด้านความมั่นคงและการป้องกันราชอาณาจักร ภารกิจด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภารกิจด้านข่าว และภารกิจอื่นที่มีลักษณะปกปิด เพื่อประโยชน์ในด้านเศรษฐกิจ สังคม หรือโดยสภาพแห่งเทคโนโลยี 

ทั้งนี้ให้ส่วนราชการจัดทำแผนปฏิบัติงานซึ่งต้องระบุวัตถุประสงค์และวิธีการใช้จ่ายงบประมาณดังกล่าวโดยเสนอให้นายกรัฐมนตรีเห็นชอบ 

โดยการจัดสรรงบประมาณเงินราชการลับให้กระทำได้ภายในวงเงิน วัตถุประสงค์ และตามวิธีการใช้จ่ายตามแผนปฏิบัติงานที่นายกรัฐมนตรีเห็นชอบ”

สำหรับ “งบราชการลับ” ในทางฝ่ายความมั่นคง มองว่าเป็นงบที่ใช้เพื่อ “ป้องปราม” เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้น เพราะหากเกิดปัญหาขึ้นมา จะต้องใช้งบจำนวนมากในการแก้ปัญหา ดังนั้นงบส่วนใหญ่ จึงไปอยู่ที่เรื่อง “ภารกิจการข่าว-การเจรจา” เป็นหลัก รวมทั้งมีภารกิจที่เกี่ยวข้องกับ “ประเทศเพื่อนบ้าน” ด้วย

ทั้งนี้ “การเบิกจ่าย” จึงไม่สามารถทำได้ตามระเบียบปกติ เพราะเป็นงบเฉพาะทางใน “ชั้นความลับ” โดยตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีฯ ว่าด้วยการใช้งบประมาณเงินราชการลับ พ.ศ.2547 ระบุว่า “การสั่งจ่ายงบประมาณเงินราชการลับ ให้มีคณะกรรมการประกอบด้วยข้าราชการในราชการนั้นอย่างน้อย 4 คน โดยหัวหน้าส่วนราชการเป็นประธานรับผิดชอบการใช้จ่ายงบ

ราชการลับให้เป็นไปตามแผนปฏิบัติงาน โดยให้มีการจัดทำบัญชีการรับ - จ่ายเงิน และหลักฐานการจ่ายไว้

ตรวจสอบด้วย” และ “ให้หัวหน้าส่วนราชการ รับผิดชอบในการรายงานผลการใช้จ่ายต่อนายกรัฐมนตรี เป็นประจำทุก 3 เดือน”

กองทัพบก ทหาร 223_08.jpg

แต่ด้วยเป็นงบที่ไม่สามารถเปิดเผยในที่สาธารณะได้ จึงทำให้เกิดการวิพากษ์ถึง “ความจำเป็น” ของงบก้อนนี้ ที่ใช้กว่า 1,000 ล้านบาท ในสถานการณ์โควิดเช่นนี้ รวมทั้งมีการตั้งสงสัยว่านำไปใช้ในการทำ “ปฏิบัติการไอโอ” หรือไม่ด้วย

ทำให้หนึ่งในหน่วยงานที่ถูกพาดพิงอย่าง สำนักนายกรัฐมนตรี โดย อนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ในส่วนของสำนักนายกฯ ก็พร้อมชี้แจง เพราะไม่ได้มีปัญหา และงบส่วนนี้ไม่ใช่เพิ่งเกิด เช่นเดียวกับงบลับด้านความมั่นคง ก็มีมาตลอด

วรรนพ นาคประสิทธิ์ F54B191A-6D8B-4A9C-9A55-298EC5751EF6.jpeg

แต่ในฝั่ง กระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพ กลับไม่มีการชี้แจงใดๆ อย่างเป็นทางการออกมา โดยฝ่ายความมั่นคง มองว่า ไม่ใช่เรื่องที่ต้องชี้แจงในที่สาธารณะ จึงขอให้ไปซักถามในชั้น กมธ.พิจารณางบฯ ซึ่งเป็นพื้นที่เฉพาะ และมีกรรมาธิการจากทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล รับทราบร่วมกัน

อย่างไรก็ตาม ภายหลังที่มีการเปิดรายชื่อ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 2565 รวมทั้งหมด 72 คน เป็นที่น่าสนใจว่ามีบุคคลมี ‘ยศทหาร’ เพียงคนเดียว นั่นคือ พล.ท.วรรนพ นาคประสิทธิ์ (ตท.21-จปร.32) ที่มาในโควตาคณะรัฐมนตรี โดยเป็นอดีตปลัดบัญชีทหารบก พึ่งเกษียณฯเมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2563 

โดยมีรายงานว่า พล.ท.วรรนพ เป็นบุคคลที่ พล.อ.ประวิตร ส่งมาให้ดูการจัดทำงบประมาณ เพราะจะต้องรายงานให้รัฐบาลรับทราบด้วย อีกทั้งจะมีการพิจารณางบของกระทรวงกลาโหม ช่วงกลางเดือน ก.ค.นี้ ซึ่งเป็นงบฯ ที่มีความเฉพาะด้าน ต้องใช้คนที่มีเชี่ยวชาญเฉพาะ ย่อมต้องเป็นทหารและทำงานด้านการเงินมาด้วย

ทั้งนี้ใน กมธ.วิสามัญพิจารณร่าง พ.ร.บ.งบฯ พ.ศ.2565 หากไล่รายชื่อ บุคคลในสัดส่วน ครม. และสัดส่วนพรรคพลังประชารัฐ ก็พบว่ามีคนสาย พล.อ.ประวิตร อยู่หลายคน หรือเป็นสายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และสาย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่ล้วนอยู่ใน ‘สำนักหลวงพ่อป้อม’ ทั้งสิ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปริศนา ลายพราง
144Article
0Video
39Blog