ไม่พบผลการค้นหา
เจ้าหน้าที่ความช่วยเหลือในเมียนมา ระบุว่า มีผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาเสียชีวิตอย่างน้อย 17 คน และยังคงสูญหายอีก 30 คน หลังจากเรือที่ใช้ในการอพยพลี้ภัยล่ม จากสภาพอากาศอันเลวร้ายในอ่าวเบงกอลเมื่อช่วงต้นสัปดาห์นี้ ทั้งนี้ ยังไม่มีความแน่ชัดว่าเรือลำดังกล่าวแล่นออกมาจากสถานที่ใด

อาสาสมัครด้านการมอบความช่วยเหลือ ระบุเมื่อวันพฤหัสบดี (10 ส.ค.) ว่า มีชาวโรฮิงญาจำนวน 8 คน ที่ได้รับการช่วยเหลือจากเรือที่ล่มลำนี้ ซึ่งกำลังมุ่งหน้าไปยังมาเลเซีย ประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทางของชาวโรฮิงญาซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม ทั้งนี้ ชาวโรฮิงญาต่างพยายามอพยพหลบหนีการประหัตประหารและความยากจนในเมียนมาและบังกลาเทศ จากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรัฐยะไข่ของเมียนมา

“เราพบศพหลายร่างตั้งแต่วันที่ 7 ส.ส.” มินตาลวา ประธานมูลนิธิฉ่วยยวงเมตตา ซึ่งเป็นองค์กรกู้ภัยในรัฐยะไข่ของเมียนมา กล่าว “ภายใน 3 วัน เราพบศพผู้เสียชีวิต 17 ศพ… เราพบบางคนที่ยังมีชีวิตอยู่” มินตาลวากล่าว พร้อมระบุเสริมว่าในบรรดาผู้เสียชีวิตมีผู้หญิงจำนวน 10 คน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือชาวโรฮิงญาในเมืองหม่องดอว์ ที่ติดกันกับชายแดนบังกลาเทศ กล่าวว่า เรือลำดังกล่าวออกเดินทางด้วยสภาพอากาศเลวร้าย และยังคงมีชาวโรฮิงญาอีกประมาณ 500 คน ที่ยังคงหวังที่จะข้ามมหาสมุทรจากเมียนมาและบังกลาเทศไปยังมาเลเซีย

ชาวโรฮิงญาเกือบ 1 ล้านคนอาศัยอยู่ในสภาพแออัดในบังกลาเทศ โดยชาวโรฮิงญาในจำนวนนี้เป็นผู้หลบหนีการปราบปรามของกองทัพเมียนมาในปี 2560 อย่างไรก็ดี กองทัพเมียนมาปฏิเสธว่าพวกเขาไม่ได้ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติต่อชาวโรฮิงญา ทั้งนี้ มีชาวโรฮิงญาจำนวนนับไม่ถ้วนที่เสียชีวิตกลางทะเลจากโรคภัยไข้เจ็บ ความหิวโหย และความเหนื่อยล้า ในขณะที่พวกเขาพยายามเดินทางไปยังมาเลเซียและอินโดนีเซีย ซึ่งมีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม ด้วยเรือซึ่งมีสภาพไม่มั่นคง

ตามข้อมูลเมื่อเดือน ม.ค. ของสำนักงานผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ มีชาวโรฮิงญามากกว่า 3,500 คนในเรือ 39 ลำที่พยายามข้ามทะเลอันดามันและอ่าวเบงกอลในปี 2565 เพิ่มขึ้นจาก 700 คนในปีที่แล้ว ทั้งนี้ มีชาวโรฮิงญาอย่างน้อย 348 คนเสียชีวิตหรือสูญหายในทะเลเมื่อปีที่แล้ว โดยสหประชาชาติเรียกร้องให้มีการตอบสนองระดับภูมิภาคเพื่อหยุดความสูญเสียเพิ่มเติม

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เปรียบเทียบสภาพความเป็นอยู่ของชาวโรฮิงญาในรัฐยะไข่ว่าเป็นการ “แบ่งแยกสีผิว” ทั้งนี้ เมียนมาเผชิญข้อกล่าวหาการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ จากศาลสูงสุดของสหประชาชาติ หลังการอพยพครั้งใหญ่ของชาวโรฮิงญา 

บังกลาเทศและเมียนมาได้หารือกันในประเด็นการเริ่มส่งผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญากลับภูมิลำเนา อย่างไรก็ดี ทูตด้านสิทธิระดับสูงของสหรัฐฯ ซึ่งประจำการอยู่ในบังกลาเทศ กล่าวเมื่อเดือน ก.ค. ว่า เงื่อนไขความเป็นอยู่ในเมียนมายังคงไม่ปลอดภัย สำหรับการส่งผู้ลี้ภัยกลุ่มชาติพันธุ์โรฮิงญากลับไปยังเมียนมาอีกครั้ง

ทั้งนี้ มีการระงับส่งเงินช่วยเหลือไปยังเมียนมา ส่งผลให้หน่วยงานด้านอาหารของสหประชาชาติต้องหยุดการปันส่วนความช่วยเหลือ ไปยังค่ายผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาในบังกลาเทศถึง 2 ครั้งในปีนี้ ในขณะที่เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา เกิดเหตุพายุไซโคลนพัดถล่มรัฐยะไข่ และเผด็จการทหารเมียนมาได้ขัดขวางความพยายามของนานาชาติในการส่งมอบความช่วยเหลือไปในพื้นที่รัฐยะไข่

เมียนมาตกอยู่ในความโกลาหล นับตั้งแต่รัฐบาลพลเรือนของ อองซานซูจี โดยกองทัพเมียนมาเข้าโค่นล้มลงจากอำนาจ ด้วยการทำรัฐประหารเมื่อเดือน ก.พ. 2564 ซึ่งส่งผลให้ระบอบประชาธิปไตยของเมียนมาในระยะเวลาสั้นๆ สิ้นสุดลงอีกครั้ง


ที่มา:

https://www.aljazeera.com/news/2023/8/10/at-least-17-dead-as-boat-carrying-rohingya-sinks-in-bay-of-bengal?fbclid=IwAR0wj_6r9nGVdfuUR_B9gWoHwjkSyBH9Psq8YXGcBjdv63fFiY852UmUlLM