ไม่พบผลการค้นหา
ท่ามกลางกลุ่มการเมืองต่างๆ เร่งเดินเครื่อง ‘เป่าปี่ตีกลอง’ ทางการเมือง เห็นได้ชัดกับการเดินสายของกลุ่มสามมิตรที่พบปะกลุ่มอาชีพต่างๆ นำโดยนายภิรมย์ พลวิเศษ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ที่ต่างเคยร่วมก๊วนเดียวกันสมัยพรรคไทยรักไทย การเดินสายของกลุ่มสามมิตรถูกเชื่อมโยงว่าเกี่ยวข้องกับพรรคพลังประชารัฐ

พรรคที่ถูกตั้งข้อสังเกตตั้งแต่แรกแล้วว่าทำไมชื่อพรรคไปเหมือนกับนโยบายรัฐบาล-คสช.

ทำให้เป้านิ่งตกไปที่ ‘ส.สมคิด’ จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับ ‘2ส.’ ทั้ง ‘ส.สมศักดิ์-ส.สุริยะ’ สมัยร่วมวงพรรคไทยรักไทย

แน่นอนว่า ‘ทั้ง 3ส.’ ถือเป็นกุนซือหลักสมัย ‘รัฐบาลทักษิณ’ ที่ทำให้พรรคไทยรักไทยชนะขาดแลนด์สไลด์มาในอดีต แน่นอนว่าทั้ง ‘3ส.’ รู้ทันและรู้ดีว่า อดีตนายกฯทักษิณ จะเดินเกมอย่างไร

มาพร้อมกระแส ‘พลังดูด’ ที่ยังปรากฏให้เห็นอยู่เรื่อยๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสาน ฐานที่มั่น ‘พรรคเพื่อไทย-ภูมิใจไทย’ กำลังถูกเจาะด้วยพรรคพลังประชารัฐ ที่มีกลุ่มสามมิตรเดินสายมาร่วมทำงาน แม้กลุ่มสามมิตรจะไม่เคยระบุว่าจะร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ แต่จากบทสัมภาษณ์และการพูดตอนเดินสายก็ชี้ชัดว่าเป็น ‘พลังหนุน’ ของ พล.อ.ประยุทธ์ แน่นอน ที่ล่าสุดพูดชัดๆเลยว่า คนอีสานรักทักษิณแต่ก็รักพล.อ.ประยุทธ์ด้วย

ทักษิณ ยิ่งลักษณ์ 68782.jpg

ล่าสุด นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ออกมาย้ำช่วงวันเกิดครบ 69 ปี เมื่อวันที่ 26ก.ค.ที่ผ่านมา ยังคงเชื่อมั่นว่าพรรคเพื่อไทยจะยังคงแลนด์สไลด์อยู่เช่นเดิม

โดยมีรายงานว่าพรรคเพื่อไทยคาดการณ์จะได้เก้าอี้ 250 ที่นั่ง และตั้งเป้าสูงสุดอยู่ที่ 270 ที่นั่ง แต่ตัวเลขที่แต่ละพรรคอ้างเก้าอี้ที่จะได้ พอนำมารวมกันแล้วเกิน 500 เก้าอี้ในสภา

ซึ่งแต่ละพรรคต้องประเมินเก้าอี้ที่จะได้ไว้จำนวนมากอยู่แล้ว ในแง่ยุทธศาสตร์สำคัญเพื่อ ‘ปรามลูกพรรค’ ให้คิดให้ดีถ้าจะย้ายพรรค และเพื่อ ‘ตรึงฐานเสียง’ ว่ายังคงสู้ในเกมนี้อยู่และจะชนะถ้าอยู่ด้วยกัน ถือเป็นจิตวิทยาการเมืองที่สำคัญ

อีกทั้งพรรคเพื่อไทยยังไม่เปิดตัว ‘แม่ทัพ’ ที่จะชิงเก้าอี้นายกฯ ซึ่งตามสไตล์เพื่อไทย คือ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯจะเป็นคนละคนกัน โดยแคนดิเดทนายกฯ ตอนนี้ชื่อเต็งหนึ่งยังเป็น ‘หญิงหน่อย’คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์

แต่ในสถานการณ์ที่มี ‘พรรคตัวแปร’ มากขึ้นและกติกาที่เปลี่ยนไปนี้เอง อาจทำให้การคิดคะแนนโดยอิงจากฐานปี 2554 ทำได้ยากขึ้น เช่น การมีพรรคเกิดขึ้นใหม่ทั้ง ‘พรรคอนาคตใหม่’ ที่แน่นอนว่าไม่สามารถไปร่วมพรรคกับฝั่งหนุน พล.อ.ประยุทธ์ ได้เลย เพราะมีจุดยืนต่างกัน ก็เหลือเพียงพรรคเพื่อไทยที่สามารถร่วมลงเรือลำเดียวกันได้

ส่วนฟากฝั่งที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ชัดเจน ก็มีทั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย ที่นำโดย ‘กำนันเทือก’นายสุเทพ เทือกสุบรรณ

ประยุทธ์ ประชารัฐ สมคิด 80613014523.JPG

และพรรคพลังประชารัฐ ที่ยังไม่มี ‘แกนนำพรรคที่แท้จริง’ ออกมาเปิดเผยชัดเจน แต่ก็ไม่ยากจะคาดเดาเพราะเป้านิ่งนี้ตกไปที่ ‘มือซ้าย-มือขวา’ ของ ‘ส.สมคิด’ ทั้ง นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ และ นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม

ที่แน่ๆฟากฝั่งพรรคที่จะหนุน พล.อ.ประยุทธ์ ยังมีพรรคนอมินีทหารเดิมอย่าง ‘พรรคประชาธิปัตย์’ เพราะยากจะร่วมลงเรือกับพรรคเพื่อไทย-อนาคตใหม่ จึงเป็นปัจจัยบีบให้ต้องเลือกทางเดิน ว่าไปทางใดจะได้ดอกไม้หรือก้อนอิฐมากกว่ากัน

มาพร้อมช่วง คสช. บังคับใช้กฎหมายกับบรรดาแนวร่วม ‘คนต้าน คสช.’ อย่างต่อเนื่อง ทั้งกับ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ หลัง คสช. ร้องกับ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เอาผิด นายธนาธร และผู้ดำเนินรายการอีก 2 คนไลฟ์สดในทางเฟซบุ๊ก ผ่านทางเพจอนาคตใหม่ และเพจธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ โดยพาดพิงถึง คสช.ว่ามีการดูด ส.ส.โดยใช้คดีความที่ติดตัว ส.ส.แต่ละคน มาเป็นเครื่องต่อรอง นอกจากนี้ยังมีการเชิญชวนให้คนที่ติดตามมาโพสต์ มาร่วมลงชื่อรื้อกระบวนการยุติธรรม

เช่นเดียวกับ นายพิชัย นริพทะพันธ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ถูกหมายเรียกจาก ปอท. หลังมีตัวแทน คสช. แจ้งความดำเนินคดีในความผิดฐานนำเข้าข้อมูลสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยคาดว่ามาจากกรณีที่โพสต์เฟสบุ๊กส่วนตัวเรื่องห้ามจำหน่ายนิตยสารไทม์ในประเทศไทย และจากกรณีการวิพากวิจารณ์รัฐบาลในการดูด ส.ส.เพื่อไทย

“การวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลสามารถทำได้แต่ต้องอยู่ในกรอบ หากการวิพากษ์วิจารณ์ผิดกฎหมายก็ต้องว่าไปตามกระบวนการของกฎหมายซึ่งเราพยายามบังคับใช้กฎหมายปกติ โดยพยายามไม่ใช้อำนาจของรัฐดำเนินการ ขอย้ำว่าเราไม่ได้ไปคุกคามใคร” พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท เลขาธิการ คสช. แจง

“เราไม่ได้หมายความว่า การที่นายธนาธร ไปพูดเรื่องดูดส.ส.แล้วบอกว่าผิดคงไม่ใช่ แต่การที่เอาสิ่งนี้ไปวิจารณ์ลงเฟซบุ๊กในแต่ละครั้ง คสช.มาวิเคราะห์ดูว่ามันผิดกฎหมายหรือไม่ ถ้าผิดก็ต้องดำเนินการ” พล.อ.เฉลิมชัย แจง

ส่วนความเคลื่อนไหวของ 2 อดีตนายกฯ ทั้ง ‘ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ’ ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีภาพการเคลื่อนไหวกับ อดีต ส.ส.เพื่อไทยหลายราย โดยเป็นบรรยากาศการท่องเที่ยว-พักผ่อนของ 2 พี่น้อง

มาพร้อมกับการเปิดเผยรายงานว่า สถานเอกอัครราชทูตไทยในสหราชอาณาจักร ได้ส่งจดหมายลงวันที่ 5 ก.ค. 2561 ไปที่กระทรวงการต่างประเทศของสหราชอาณาจักร เพื่อร้องขอต่อทางการของอังกฤษให้ส่งตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กลับไทย โดยอ้างสนธิสัญญาระหว่างสหราชอาณาจักรและสยาม ปี1911 ที่ว่าด้วยการส่งตัวอาชญากรผู้หลบหนีคดีกลับประเทศ อ้างสิทธิร้องขอให้ส่งตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งเป็น บุคคลที่มีสัญชาติไทยและเชื่อว่าพำนักอยู่ในสหราชอาณาจักรกลับไปรับโทษในประเทศไทย

ประยุทธ์ 627031720.jpg

“ตราบใดที่รัฐบาลทำครบหลักเกณฑ์กฎหมายแล้วถึงจะได้ตัวหรือไม่ได้ตัว ก็เป็นเรื่องของต่างประเทศที่จะพิจารณาตัดสินใจว่าจะส่งหรือไม่ส่ง ก็เหมือนเราจะส่งไม่ส่งก็แล้วแต่เราจะพิจารณา ซึ่งมีอยู่หลายคดีด้วยกันที่เราดำเนินคดีในประเทศไทยเป็นเรื่องของทางนู้น” พล.อ.ประยุทธ์ นายกฯ แจง

อุณหภูมิทางการเมืองจากนี้จะเพิ่งสูงขึ้น ยิ่งใกล้เลือกตั้งเท่าใดก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น เป็นภาพสะท้อนว่าฝั่ง ‘อำนาจเก่า’ อย่าง ‘ทักษิณ’ ก็ไม่ยอมในเกมนี้ และฟากฝั่ง คสช. ที่เป็น ‘อำนาจใหม่’ ก็ไม่ยอมเช่นกัน

เพราะบทเรียนในอดีตมีให้เห็นมาแล้ว ว่ารัฐประหารครั้งนี้จะเสียของหรือไม่ แต่เชื่อได้ว่าบริบทสังคมและปัจจัยต่างๆที่เปลี่ยนไป จะกำหนดกติกา-มารยาททางการเมืองขึ้นใหม่ การรัฐประหารจะมีอีกหรือไม่ยังคงเป็นคำถามที่ท้าทายต่อไป ที่ยากจะคาดการณ์ยาวๆ

รอ ‘ไฟเขียว’ เลือกตั้ง คสช.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปริศนา ลายพราง
129Article
0Video
39Blog