ไม่พบผลการค้นหา
กทม. เปิดประติมากรรม “สองอาชา” (Two Stallions) ผลงานชิ้นมาสเตอร์พีซจากมองโกเลีย ตอกย้ำความสัมพันธ์อันดีเมืองพี่เมืองน้อง ระหว่างกรุงเทพฯและกรุงอูลานบาตอร์

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประธานในพิธีเปิดประติมากรรม "Two Stallions" (สองอาชา) จากประเทศมองโกเลีย โดยมี นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร H.E. Mr. Tumur Amarsanaa เอกอัครราชทูตมองโกเลียประจำประเทศไทย และนายปิยภักดิ์ ศรีเจริญ อธิบดีกรมเอเชียตะวันออก กระทรวงการต่างประเทศ ร่วมพิธี ณ สวนเบญจกิติ เขตคลองเตย เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติและมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมในพิธีเปิดผลงานประติมากรรม “สองอาชา” หรือ "Two Stallions" โอกาสอันสำคัญนี้สะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าระหว่างมิตรภาพของสองประเทศ ซึ่งช่วยขับเคลื่อนให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่มีความเป็นสากลและมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมอย่างแท้จริง สวนเบญจกิติ แห่งนี้ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ผลงานชิ้นนี้ก็เป็นสัญลักษณ์อันทรงพลังแห่งมองโกเลีย และการที่ผลงานชิ้นนี้มาตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ ก็เป็นเครื่องยืนยันถึงความแข็งแกร่งและความมีชีวิตชีวาของสายสัมพันธ์ระหว่างเมืองหลวงของพวกเราทั้งสองประเทศ ในนามของกรุงเทพมหานคร ผมขอบคุณอย่างจริงใจต่อสถานเอกอัครราชทูตมองโกเลีย และเทศบาลนครอูลานบาตอร์ สำหรับของขวัญอันล้ำค่าชิ้นนี้ และ "Two Stallions" จะเป็นความภาคภูมิใจของกรุงเทพมหานครที่ได้จัดแสดงผลงาน อีกทั้งยังคงมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างความเป็นพันธมิตรกับกรุงอูลานบาตอร์ ผ่านการแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด ทั้งในด้านการศึกษา วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว เพื่อก้าวไปสู่อนาคตแห่งความร่วมมือที่ใกล้ชิดสืบไป

สำหรับประติมากรรมชิ้นนี้เป็นสัญลักษณ์แห่งการเฉลิมฉลอง 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยและประเทศมองโกเลีย ซึ่งได้หลอมรวมมิตรภาพอันยาวนานและความผูกพันทางวัฒนธรรมอันรุ่งโรจน์ที่เบ่งบานมากว่าครึ่งศตวรรษ อีกทั้งยังเป็นเครื่องหมายแห่งความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้อง (Sister-city) ที่นำจิตวิญญาณของกรุงอูลานบาตอร์มาสู่ชาวกรุงเทพมหานครและเป็นสิ่งเตือนใจถึงความมุ่งมั่นระหว่างทั้งสองประเทศด้วยดีเสมอมา ศิลปิน (Ochirbold Ayurzana) ได้รับแรงบันดาลใจจากตำนานมาคู่ของเจงกิสข่าน ม้าคู่ทั้งสองสะท้อนถึงประเทศมองโกเลียและประเทศไทย ในฐานะสองชาติที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกันแต่ดำรงอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนหันหน้าเข้าหากันด้วยความสมดุลย์งามสง่า การเคารพซึ่งกันและกัน และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติอันเป็นภาพแทนของความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างสองประเทศ ทั้งนี้ยังสื่อถึงสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์แห่งความกล้าหาญ ความทรหด อิสรภาพ และจิตวิญญาณแห่งทุ่งหญ้าสเตปป์ มาเป็นแก่นสำคัญของงานศิลป์อีกด้วย

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ประติมากรรม สองอาชาชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ประติมากรรม สองอาชาชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ประติมากรรม สองอาชา