ไม่พบผลการค้นหา
อะไรทำให้อดีตนายตำรวจฉายา "วีรบุรุษนาแก" ออกมาสนับสนุนการแก้ไขกฎหมายมาตรา 112 และข้อเสนอของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ คืออะไร

กลางเดือนมิถุนายน 2563 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อ้างว่าในหลวงทรงเมตตา ไม่ให้ใช้ ม.112

อดีตหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์สื่อว่า “เราก็ต้องทำให้ทุกคนมีความสบายใจ โดยเฉพาะเด็กนักศึกษา ผมไม่อยากให้เขาเสียอนาคต ไม่ได้ไปขู่เขาเลยนะเนี่ย กฎหมายมีทุกตัวอยู่แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดที่ทุกคนต้องสำนึกอยู่ในวันนี้ เรื่องของการบิดเบือนสถาบันฯ 

“เดิมมีกฎหมายอยู่ตัว กฎหมายอะไร 112 ใช่ไหม แล้วก็ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องนี้ใช่ไหม สิ่งที่อยากจะบอกทุกคนคนไทยทุกคนด้วยคือว่า วันนี้จะเห็นว่ามาตรา 112 ไม่ได้ใช้เลย เพราะอะไรรู้ไหม เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านทรงพระเมตตา ไม่ให้ใช้ นี่คือสิ่งที่ท่านทรงทำให้แล้ว” 

พล.อ.ประยุทธ์ บอกอีกว่า สำนึกไว้ด้วยว่ามาตรา 112 ทำไมถึงไม่มีการดำเนินคดี และทำไมถึงมีคนฉวยโอกาสตรงนี้ขึ้นมา เพราะท่านมีพระเมตตา พระมหากรุณาธิคุณ กำชับมากับผมโดยตรง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีการใช้ไหม 112 ทำไมไม่คิดตรงนี้ ลามปามกันไปเรื่อย

รัฐประหาร

จากเดือนมิถุนายน ล่วงผ่านไปหลายเดือน ขบวนการนักศึกษลุกฮือขับไล่รัฐบาล เรียกร้องให้มีการแก้รัฐธรรมนูญ  และพ่วงด้วยข้อเสนอสั่นสะเทือนสังคมไทยมากที่สุดในประวัติศาสตร์ คือเสียงตะโกนให้มีการ “ปฏิรูปสถาบันฯ” 

“รัฐบาลและหน่วยงานด้านความมั่นคงจึงจำเป็นต้องเพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติ โดยจะบังคับใช้กฎหมายทุกฉบับ ทุกมาตราที่มีอยู่ ดำเนินการต่อผู้ชุมนุมที่กระทำความผิด”

ประโยคสำคัญจากแถลงการณ์นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 หลังจากนั้นมา คดี ม.112 กลับมาบังคับใช้อีกครั้ง มีทั้งประชาชนทั่วไป ศิลปิน นักร้อง นักศึกษา และเยาวชนโดนหมายเรียกให้ไปรายงานตัวไม่ต่ำกว่า 50 ราย 

ขณะที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเปิดเผยข้อมูลว่าในรอบ 6 ปี ตั้งแต่รัฐประหารเป็นต้นมา มีคดี 112 เกิดขึ้นอย่างน้อย 169 คดี


มือปราบคอมมิวนิสต์สู่ผู้สนับสนุนแก้ ม.112

เป็นที่รู้กันว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีฉายาว่า “วีรบุตรนาแก” เพราะเคยทำหน้าที่เป็นมือปราบคอมมิวนิสต์มาก่อน 

คำถามคืออะไรทำให้วันนี้ อดีตมือปรามถึงออกมาปรามรัฐบาลในการใช้ ม.112 ปิดปากผู้ชุมนุม และเรียกร้องให้มีการแก้ไขกฎหมาย 112 

ต่อไปนี้คือเหตุผลของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์

“ข้อเรียกร้องหลักผู้ชุมนุมมีอะไร หนึ่ง คุณประยุทธ์ต้องลาออก สอง ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ สาม ปฏิรูปสถาบันฯ แต่คนที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับเด็กก็จะทำให้เบี่ยงเบนไปว่าเด็กจะล้มล้างสถาบันฯ มันคนละเรื่องนะ ปฏิรูปกองทัพก็คือทำให้กองทัพดีขึ้น ปฏิรูปประเทศก็ทำให้ประเทศดีขึ้น”  


“ถ้าจะให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย ประยุทธ์ต้องลาออก เพราะประยุทธ์คือต้นเหตุแห่งปัญหาทั้งหลายทั้งปวง”


หลักใหญ่ใจความของอดีตตำรวจมือปราบที่ออกมาแสดงทัศนะยืนข้างนักศึกษาคือ “พอเขาเรียกร้อง แล้วคุณประยุทธ์มาใช้กฎหมายอย่างนี้มันไม่ถูก เมื่อความเป็นธรรมไม่มี ความสงบมันก็ไม่มี”

112 สถาบัน ม็อบ87C-5F61-47B7-BCEC-A1F66808FCE4.jpeg

ไม่ยกเลิก แต่ต้องแก้ไข

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ อธิบายประเด็นกฎหมาย ม.112 ว่า การใช้กฎหมาย 112 ต้องยอมรับว่าเจ้าหน้าที่ที่ใช้อยู่ไม่ว่าจะในอดีตหรือปัจจุบันก็ตาม ยิ่งปัจจุบันนี้ ประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรม 

“ในเมื่อเด็กเป็นศัตรูกับนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีปกครอง ก็สั่งตำรวจได้จะเอายังไง เป็นประธานคณะกรรมการข้าราชการ มีอำนาจแต่งตั้งผู้บัญชาการ หรือจะปลด ย้ายได้หมด สั่งได้หมด ส่วนอัยการถึงจะสั่งไม่ได้ เพราะอัยการเป็นองค์กรอิสระ แต่พูดคุยกันได้ไหม ศาลก็เหมือนกัน บางทีผมว่าเขาก็พูดคุยกัน”

หากมีการดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ แทนที่พระมหากษัตริย์จะเป็นผู้เสียหาย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ตอบทันทีว่า “ไม่ใช่นะ คนอื่นเสือกกันไปหมดเลย”

“กลับกลายเป็นคนอื่นไปร้องทุกข์แจ้งความได้ เพราะฉะนั้นมันก็มีการกลั่นแกล้งกัน ต่อมาเรื่องการใช้ดุลพินิจ ตั้งแต่ตำรวจ อัยการ ศาล ในเมื่อเป็นข้าราชการของรัฐ ก็ต้องหวั่นไหว ความเป็นธรรมมันก็ไม่เกิดขึ้น”

อดีตนายตำรวจ พรรคร่วมฝ่ายค้านออกตัวว่า เขาเคยเสนอทางออกไว้แล้ว ถ้ามีฝั่งจะให้ยกเลิก ไม่มีกฎหมายหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์เลย เขากังวลว่าคนก็จะหมิ่นกันเต็มที่ และไม่เป็นธรรมกับพระมหากษัตริย์

“แต่ถ้ายังมีอยู่มันก็ไม่เป็นธรรมกับประชาชน” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ชวนมองสองด้าน

มาตรา 112 ระบุว่า ผู้ใดดูหมิ่น หมิ่นประมาท หรืออาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทน ต้องระวางโทษจำคุก 3 ปีถึง 15 ปี 

ยื่นยกเลิก กม112.jpg

เขาชวนวิเคราะห์ในตัวบทกฎหมายว่า ดูหมิ่นกับหมิ่นประมาท โทษ 3 ปีถึง 15 ปีนั้น สูงไปหรือไม่ ส่วนถ้าเอาเฉพาะแสดงความอาฆาตมาดร้าย โทษ 3 ปีถึง 15 ปี ตรงนี้ความหนักเบากลับต่างกัน แต่ทำไมโทษถึงเท่ากัน

“ลองไปดูมาตรา 326 ว่าด้วยเรื่องหมิ่นประมาทบุคคล ผู้ใดใส่ความผู้อื่น ทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย ก็เป็นฐานความหมิ่นประมาท ต้องโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี แต่ตรงนั้นต้องมีผู้เสียหายนะ ใครจะไปร้องทุกข์แจ้งความแทนไม่ได้”

เพื่อไม่ให้พระมหากษัตริย์ถูกพี่น้องประชาชนรังเกียจเดียดฉันท์ เขาเสนอให้แยกดูหมิ่น หมิ่นประมาทออกจากมาตรา 112 ไปเลย ส่วนมาตรา 112 จะอยู่เฉพาะประเด็นอาฆาตมาดร้าย ซึ่งจะสอดคล้องไปกับเรื่องปลงพระชนม์ ประทุษร้าย อาฆาตมาดร้าย และโทษจะ 3 ปีถึง 15 ปีหรือไม่ก็สุดแท้จะเลือก 

“โทษนั้นสามารถปรับได้ ใครบังอาจดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ ก็มีโทษ แต่ไม่ใช่รุนแรงแบบนี้ แล้วต้องมีผู้เสียหาย ท่านก็ตั้งผู้รับผิดชอบของท่านสิ ใครมาบังอาจกล่าวใส่ร้าย ดูหมิ่น หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ท่านก็มอบอำนาจให้ไปดำเนินคดี ก็จะกลั่นแกล้งกันไม่ได้ ถูกไหม” วีรบุรุษนาแก ทิ้งท้าย

ธิติ มีแต้ม
4Article
0Video
0Blog