วันนี้ (10 เมษายน 2569) การประชุมร่วมรัฐสภา วาระแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวชี้แจงต่อที่ประชุมถึงแนวทางขับเคลื่อนประเทศผ่านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยระบุว่าในภาวะวิกฤตจำเป็นต้องใช้วิทยาศาสตร์เข้ามาช่วยแก้ปัญหาอย่างทันท่วงที พร้อมยอมรับว่าบางส่วนยังต้องปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต้องเชื่อมโยงกับหลายมิติ ทั้งด้านต่างประเทศ สังคม สิ่งแวดล้อม ภัยพิบัติ และบริการภาครัฐ เพื่อยกระดับประเทศสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง
ด้านนวัตกรรมของประเทศไทย 'ยศชนัน' ระบุว่า นวัตกรรมเกิดจากงานวิจัยเชิงลึกควบคู่กับศักยภาพของภาคเอกชน ดังนั้นการต่อยอดจากงานวิจัยไปสู่นวัตกรรมจำเป็นต้องเชื่อมโยงเทคโนโลยีตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยใช้งบประมาณของกระทรวง อว. ร่วมกับเงินสนับสนุนจากภาคเอกชนและนักลงทุน ขณะเดียวกัน ในเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา ภาคเอกชนจะเข้ามาซื้อผลงานวิจัย จึงต้องมีการส่งเสริมเพื่อไม่ให้นักวิจัยเสียโอกาส และสามารถได้รับรายได้อย่างทั่วถึง พร้อมสนับสนุนให้ทั้งนักคิดและนักปฏิบัติทำงานร่วมกัน
สำหรับการขับเคลื่อนนวัตกรรมสู่เศรษฐกิจ 'ยศชนัน' กล่าวว่า ต้องให้ความสำคัญกับประชาชนฐานรากควบคู่ไปกับการรักษาเอกราชทางเทคโนโลยี โดยจะผลักดันเศรษฐกิจสุขภาพเป็นหนึ่งในกลไกหลัก และเชื่อว่าประเทศไทยมีศักยภาพก้าวขึ้นเป็นอันดับหนึ่งได้ ทั้งนี้ จำเป็นต้องเพิ่มผลิตภาพในภาคเศรษฐกิจเดิม ทั้งภาคเกษตร อุตสาหกรรม และบริการ รวมถึงพัฒนาเกษตรและบริการมูลค่าสูง เช่น สมุนไพรไทย ความมั่นคงทางอาหาร อาหารแห่งอนาคต ตลอดจนยกระดับอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ และการใช้เทคโนโลยีเซลล์และยีนในการบำบัดโรคที่ยังไม่มียารักษา อาทิ ธาลัสซีเมีย พาร์กินสัน และโรคมะเร็ง
ด้านความมั่นคง 'ยศชนัน' ระบุว่า ต้องสร้างเอกราชด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ โดยกระทรวง อว. จะทำงานร่วมกับกระทรวงกลาโหมเพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน ขณะเดียวกัน ประเด็นความปลอดภัยทางไซเบอร์ จำเป็นต้องเชื่อมโยงกับการสื่อสารเชิงควอนตัม ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ต้องเร่งศึกษา พร้อมทั้งผลักดันการใช้ Open Data ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อต่อยอดสู่รัฐบาลดิจิทัล รวมถึงส่งเสริมเทคโนโลยีพลังงานสะอาด (Green Energy) เทคโนโลยี Net Zero และการใช้เทคโนโลยีในการป้องกันภัยพิบัติ
'ยศชนัน' กล่าวด้วยว่า จะผลักดันการพลิกโฉมมหาวิทยาลัยในทุกมิติ เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกช่วงวัยตั้งแต่ต้นทางจนถึงผู้สูงอายุสามารถเข้าถึงการศึกษา เพื่อการอัปสกิลและรีสกิล โดยศิษย์เก่าสามารถกลับมาเรียนรู้เพิ่มเติมได้ พร้อมทั้งลดความเหลื่อมล้ำ และพัฒนาคุณภาพระบบ T-CAS ให้ดียิ่งขึ้น พร้อมยืนยันว่าจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศ และใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นความหวังของคนไทยต่อไป