วันที่ 3 พฤษภาคม 2569 ที่บ้านค้อ ต.บ้านค้อ อ.โพนสวรรค์ นางมนพร เจริญศรี สส.เดือน สส.เขตสอง นครพนม พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายศิวัช ดวงศร วิศวกรชำนาญการสำนักพัฒนาน้ำบาดาล
กรมทรัพยากรน้ำบาดาล นาย สิทธิชัย เพียรขุนทด ผู้อำนวยการส่วนแผนงาน สำนักทรัพยากรน้ำบาดาลเขต 10 (อุดรธานี) ตลอดจนผู้นำชุมชนท้องถิ่น ตัวแทนชาวบ้าน ในพื้นที่ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างระบบประปาถังสูง ในพื้นที่ บ้านค้อ ต.บ้านค้อ อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม รวม 2 โครงการ สำหรับโครงการแรก เป็นระบบประปาถังสูง ตามโครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรแปลงใหญ่ ใช้งบกระตุ้นเศรษฐกิจ ปี 2568 ก่อสร้างกว่า 7 ล้านบาท มีบ่อบาดาลสูบน้ำใต้ดินขึ้นถังสูง รวม 3 จุด มีระบบประปาถังสูง จำนวน 1 ถัง จุได้ประมาณ 1.3 แสนลิตร ดำเนินการแล้วเสร็จ เตรียมเปิดใช้งาน พร้อมประชุมหารือวางแผนบริหารจัดการน้ำ ในชุมชน ใช้ประโยชน์พื้นที่การเกษตร เป็นหลัก ครอบคลุมพื้นที่กว่า 300 ไร่ พร้อมติดตั้งระบบส่งจ่ายน้ำเข้าถึงพื้นที่การเกษตร ระยะทางไกลกว่า 3 กิโลเมตร โดยใช้ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ ทำการสูบน้ำ ลดค่าใช้จ่าย ลดต้นทุนแก่เกษตรกร
สำหรับจุดที่สอง อยู่ระหว่างดำเนินการ เจาะบ่อบาดาล รวม 6 จุด สูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ รองรับการติดตั้งระบบประปาถังสูง ตามโครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรแปลงใหญ่ ใช้งบประมาณ ปี 2569 ก่อสร้าง จำนวนกว่า 13 ล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่การเกษตร กว่า 500 ไร่ มีระบบเก็บน้ำถังสูง จำนวน 2 ถัง เก็บกักน้ำได้ถังละ ประมาณ 130 ลูกบาศก์เมตร หรือประมาณ 1.3 แสนลิตร อยู่ระหว่างการดำเนินการ คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน กันยายน 2569
ทั้งนี้ นางมนพร เจริญศรี สส.เดือน สส.เขตสอง นครพนม พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า สำหรับโครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรแปลงใหญ่ ถือเป็นโครงการสำคัญ ที่ผลักดันร่วมกับชุมชน สำนักงานทรัพยากรน้ำบาดาล เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ อำเภอต่างๆ ที่ประสบปัญหาความเดือดร้อน มีความต้องการน้ำในการอุปโภค บริโภค รวมถึงน้ำในการเกษตร เนื่องจากเป็นพื้นที่แล้งซ้ำซาก ไม่สามารถเจาะบ่อบาดาลได้ โดยดำเนินโครงการตามความจำเป็นเร่งด่วน ในส่วนของพื้นที่ บ้านค้อ หมู่ 2 ต.บ้านค้อ อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม ดำเนินการ รวม 2 จุด เน้นใช้ประโยชน์ในพื้นที่การเกษตร ครอบคลุมพื้นที่เกือบ 1,000 ไร่ มีระบบส่งจ่ายน้ำเข้าพื้นที่การเกษตร สามารถส่งน้ำระยะไกลกว่า 3 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าโครงการดังกล่าว จะเป็นการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาสตามนโยบายของพรรคเพื่อไทย เนื่องจากการมีแหล่งน้ำเพียงพอ จะส่งผลให้ชาวบ้าน มีงาน มีอาชีพ มีรายได้เพิ่มมากขึ้น เพราะนอกจากการผลักดันแก้ปัญหาราคาสินค้า การเกษตร ตกต่ำ มั่นใจว่าหากมีการพัฒนาแหล่งน้ำ จะส่งผลดีต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน อย่างแน่นอน โดยจะมีการลงพื้นที่ รับทราบปัญหาผลักดันพัฒนาแหล่งน้ำต่อเนื่อง ในพื้นที่ประสบปัญหา จนกว่าจะเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน สิ่งสำคัญหลังโครงการแล้วเสร็จจะได้ หารือวางแนวทางให้ชุมชนมีการตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ และดูแลบำรุงรักษาต่อไป ส่วนโครงการดังกล่าวเป็นการลดต้นทุน เนื่องจากเป็นระบบสูงน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์