จาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดียเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 ว่า การวางยุทธศาสตร์เฉพาะหน้าและระยะปานกลาง ต้องเป็น “ความจำเป็นเร่งด่วนของรัฐบาล”
การทยอยปรับขึ้นราคาน้ำมันเป็นขั้นบันได ไม่ควรประกาศล่วงหน้า เพราะอาจยิ่งเปิดช่องให้เกิดการกักตุน จนจากประเทศที่มีน้ำมันสำรองมากกว่าหลายแห่ง กลับเสี่ยงเผชิญภาวะขาดแคลนจากการบริหารจัดการของตัวเอง
เพราะการทยอยขึ้นราคาน้ำมันทีละขั้นหลายครั้ง อาจก่อให้เกิดปัญหาที่จัดการได้ยาก จากที่ทุกครั้งที่ใกล้ถึงเวลาปรับราคา ผู้ซื้อก็ย่อมต้องการซื้อเก็บไว้มากขึ้น ขณะที่ผู้ขายก็อาจชะลอการขายเพื่อรอขายในราคาที่สูงกว่า การตรวจสอบของทางการก็คงทำได้ไม่ง่ายนัก ยิ่งใกล้วันปรับราคาแต่ละครั้ง ก็ยิ่งเสี่ยงเกิดความโกลาหล วุ่นวาย และการเก็งกำไรในวงกว้าง
ดังนั้น การปรับขึ้นราคาน้ำมันอาจไม่ควรซอยย่อยและไม่ควรประกาศล่วงหน้า คล้ายกับการขึ้นหรือลดภาษีสินค้าบางชนิดที่มักดำเนินการแบบฉับพลัน คือจะทำก็ทำเลย เพื่อลดปัญหาการกักตุน การเก็งกำไร และความสับสนวุ่นวาย
เรื่องนี้ควรเร่งหาข้อสรุปโดยเร็ว เพราะยังมีเรื่องอื่นที่ต้องวางแผนรับมืออีกมาก
การที่น้ำมันในตลาดโลกมีน้อยลงและราคาสูงขึ้นมาก ย่อมส่งผลต่อต้นทุนการผลิตสินค้าหลายชนิด ทำให้บางกิจการอาจต้องหยุดดำเนินงาน หรือเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบในการแข่งขัน อีกทั้งยังทำให้ค่าขนส่งสูงขึ้น กระทบต่อราคาสินค้าต่าง ๆ รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ปัญหาเหล่านี้จำเป็นต้องมีมาตรการรองรับอย่างเร่งด่วน
Oil shock ครั้งนี้แตกต่างจากในอดีต เพราะเป็นผลจากสงครามที่ก่อให้เกิด disruption ในหลายด้าน ทั้งการขนส่งคมนาคม โลจิสติกส์ การลงทุน การท่องเที่ยว และความปลอดภัย ดังนั้น มาตรการรับมือกับ cost-push inflation จึงไม่อาจพึ่งเพียงการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบเท่านั้น แต่ต้องคิดถึงการผลิตและการสร้างรายได้ ทั้งในระดับประชาชนและระดับประเทศควบคู่กันไป
ขณะเดียวกัน สถานะทางการคลังของประเทศก็อยู่ในภาวะอ่อนแออยู่แล้ว การใช้นโยบายหรือมาตรการทางการคลังจึงมีข้อจำกัด ไม่ว่าจะเป็นการลดภาษี การอุดหนุน หรือการเยียวยา ก็ต้องคิดถึงการหารายได้ของประเทศควบคู่กันไปด้วย
การวางยุทธศาสตร์ทั้งเฉพาะหน้าและระยะปานกลางจึงต้องเป็น top priority ของรัฐบาล และคงต้องระดมความคิดจากทุกฝ่ายโดยด่วน