ไม่พบผลการค้นหา
'ประวิตร' ยอม 'ประยุทธ์' มาแล้ว 1 หนใหญ่ ในคราวขับ 'หม่อมอุ๋ย' พ้นตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรี คุมด้านเศรษฐกิจ แทนที่ด้วย 'ทีมสมคิด' ยกทีม

'หม่อมอุ๋ย' เป็นหนึ่งในกรรมการมูลนิธิป่ารอยต่อ เป็นเพื่อนของ 'ประวิตร' อย่างยาวนาน และเป็นภาพสะท้อนอันเหนียวแน่นของ 'เซนต์คาเบรียลคอนเน็กชัน'

แม้ว่าจะแนบแน่นเพียงใด ทว่าเมื่อเป็นคำขอของน้องชาย พี่ใหญ่แห่ง 3 ป. จึงยอมให้ได้

ปลายเดือนธันวาคม 2561 ในห้วงใกล้เลือกตั้ง 'หม่อมอุ๋ย' โยนระเบิดลูกใหญ่ใส่ 'รัฐบาลประยุทธ์' ตั้งแต่ปมไม่โปร่งใสในการบริหารแผ่นดิน เอื้อประโยชน์กลุ่มทุนใหญ่ ไปจนถึงปมวุฒิภาวะผู้นำประเทศ

เอาเฉพาะท่อนนี้ ก็อธิบายถึงความสัมพันธ์ระหว่าง 'รัฐบาลประยุทธ์-ทุนประชารัฐ' ได้ดี

“ในระหว่างหนึ่งปีที่ผมทำงานกับพลเอกประยุทธ์ ได้เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ สนิทสนม และใกล้ชิดกับนายทุนที่เป็นเจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่บางราย เริ่มตั้งแต่การแต่งตั้งบุคคลที่สนิทสนมกับกลุ่มธุรกิจปลอดภาษีเป็นประธานของการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ตามมา ด้วยการแต่งตั้งให้บุคคลที่เป็นตัวแทนของกลุ่มธุรกิจใหญ่กลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ เข้าไปนั่งเป็น กรรมการในคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งช่วยให้สามารถได้รู้ข้อมูลด้านการลงทุนที่ยังไม่เปิดเผยก่อนผู้อื่น และรู้แง่มุมของการวางนโยบายที่เป็นเรื่องไม่พึงเปิดเผยด้วย และยังเคยเชิญ นักธุรกิจคนหนึ่งให้เข้าไปร่วมแสดงความเห็นในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีด้วย ซึ่งก็เป็นความเห็นที่เป็นประโยชน์แก่นักธุรกิจผู้นั้นโดยเฉพาะ และยังมีตัวอย่างอื่นอีกหลายเรื่องที่แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนักธุรกิจรายใหญ่บางคนโดยเฉพาะ

นอกจากนี้ ยังเคยเอ่ยปากให้ผมจัดให้กลุ่มธุรกิจกลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่งเป็นผู้ลงทุนและดำเนินการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-หัวหิน โดยไม่ต้องมีการประมูล เคยเอ่ยปากให้ผมจัดให้กรมธนารักษ์ให้เช่าที่ดินในเขตทหารบริเวณกาญจนบุรี ให้เอกชนรายหนึ่งเช่าโดยให้คิดค่าเช่าในราคาถูก”

อ่านต่อ “ระเบิดจากหม่อมอุ๋ย สู่ขบวนรถไฟสายสืบทอดอำนาจ”

จุดต่างระหว่าง 'หม่อมอุ๋ย' และ 'สมคิด' อยู่ตรงนี้เอง อยู่ที่การจัดวางความสัมพันธ์ระหว่าง 'ผู้มีอำนาจ-ทุนใหญ่'

โดยเหตุที่ 'ประยุทธ์' ไว้วางใจ 'สมคิด' เป็นที่ยิ่ง เพราะไม่เพียงเป็นเทคโนแครตที่ได้รับความเชื่อถือว่ามีความชำนาญในด้านเศรษฐกิจ แต่ 'สมคิด' ยังทำหน้าที่เป็น 'ศูนย์กลางทุนประชารัฐ-ทุนข้ามชาติ' ได้ดี

ความสัมพันธ์เช่นนี้ เป็นประโยชน์ต่อพรรคพลังประชารัฐในเวลาต่อมา รายชื่อทุนใหญ่ที่ร่วมวงโต๊ะจีน ขยายความถึงชุดความสัมพันธ์นี้ได้ดี

ในคราวเดียวกัน 'หม่อมอุ๋ย' ยังยิงตรงไปที่ 'สมคิด' ทั้งปมแบ่งแยกแล้วปกครอง-จ้องจับผิดการทำงาน-ติดตามงานด้านเศรษฐกิจอยู่หลังฉาก

“ก็ผมโดนมาแล้วไง ผมทำงานก็โดนนั่งตามจับผิดตลอดเวลา คนทำงานมันหมดแรง จึงไม่อยากให้นายสมคิดหมดแรง ให้เขาทำเต็มที่ สนับสนุนเต็มที่ ถ้าคนหนึ่งทำ คนหนึ่งเป็นที่ปรึกษาคอยตามจับอันไหนถูกอันไหนผิด ผมเคยโดนมาแล้วรู้สึก ก็ให้นายสมคิดได้ทำเต็มที่เลย ไม่ใช่ให้ผมมาเป็นที่ปรึกษาคอยตามงาน คนทำงานไม่มีความสุขหรอก หนังสือพิมพ์ตามงานก็เหนื่อยพออยู่แล้ว เข้าใจไหม เพราะฉะนั้นไม่ควรมีที่ปรึกษาเข้าไปตามจ้องจับเขา ต้องให้เขาทำเต็มที่ ผมสนับสนุนเต็มที่แน่นอน อะไรไม่ดีแอบเตือนกันได้ วิธีการที่คอยมาตามงาน แล้วจี้คอยบอกว่าผิดหรือถูก มันน่ารำคาญ อันนี้เป็นอุปสรรคในการทำงาน อย่าไปหาใครมาคอยคานอำนาจ หรือหาใครมาคอยตามผลงาน จะให้ใครทำงานต้องให้เขามีความสุข อย่าไปใช้หลักแบ่งแยกแล้วปกครอง เข้าใจนะเรียนหนังสือมารึเปล่าหลักรัฐศาสตร์”

แม้ฉากหน้า ดูเหมือนความสัมพันธ์ระหว่าง 'ประวิตร-หม่อมอุ๋ย' ได้ทลายลง แต่ภาพการคว้าแขนจูงมือ 'ประวิตร' เดินในงาน 100 ปี เซนต์คาเบรียล ย้ำถึงความเหนียวแน่นของสายสัมพันธ์ชุดนี้ได้ดี

วันนี้ละครฉากเดิมหวนกลับมาอีกครั้ง แต่มีตัวละครใหม่เข้ามาเสริม สถานการณ์ทำให้ 'พี่ใหญ่-น้องชาย' ต้องตัดสินใจว่าใครจะยอมใคร-จะปันสุขประชารัฐให้ฝ่ายใดเพิ่ม ฝ่ายใดลด

สถานการณ์วันนี้ 'นายกรัฐมนตรี' ต้องชั่งน้ำหนักว่าจะผสมผสาน 'คณะรัฐมนตรี-พรรคพลังประชารัฐ' ไปในทิศทางใด จะเลือกให้มี 'เทคโนแครต-นักวิชาการ' ผสมอยู่บ้าง เป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์เชิงบวกให้รัฐบาล ไม่ปล่อยกระทรวงเกรด A ให้ 'นักการเมืองอาชีพ' เข้าไปบริหาร

หรือ จะยอมเขย่า-ขยับ 'ทีมสมคิด' ออกไป เพื่อปันสุขประชารัฐ เกลี่ยผลประโยชน์ใหม่ในทางการเมือง


สูตร 1 : เขย่า 'ยกทีม' - ขยับ 'ทีมสมคิด' ออกไป

เขย่ายกทีม จะทำให้ 'นายกรัฐมนตรี' สามารถจัดวางตำแหน่งได้ใหม่ใน 5 ตำแหน่งสำคัญ เปิดทาง 'นักการเมืองอาชีพ' ในพรรคพลังประชารัฐ-พรรคเกิดใหม่ ร่วมวงรัฐบาลประยุทธ์

ทั้ง 5 ตำแหน่งสำคัญ ประกอบด้วย

รองนายกรัฐมนตรี (สมคิด จาตุศรีพิทักษ์)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (อุตตม สาวนายน)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สุวิทย์ เมษินทรีย์)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน (สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์)

รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง (กอบศักดิ์ ภูตระกูล)


สูตร 2 : เขย่า 'คลัง-พลังงาน'

หากเลือกเขย่าบางส่วน ก็จะเป็นการเขย่าในกระทรวงสำคัญ ที่สามารถแปลงเป็นตู้ปันสุขพลังประชารัฐได้ ในระยะยาว-เป็นการเกลี่ยผลประโยชน์ใหม่ให้นักการเมืองกลุ่มก้อนต่างๆ ในพลังประชารัฐ

ในสูตรนี้ 'นายกรัฐมนตรี' อาจตัดสินใจ ไม่ขยับ 'ทีมสมคิด' ทิ้งทั้งหมด แต่เลือกเขย่าเฉพาะ 'อุตตม-สนธิรัตน์'

แล้วแทนที่ด้วย สันติ พร้อมพัฒน์ ที่กระทรวงการคลัง

แล้วแทนที่ด้วย 'ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ-สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ-อนุชา นาคาศัย' คนใดคนหนึ่งที่กระทรวงพลังงาน

ถ้าเป็นกรณีหลัง สมบัติผลัดกันชม อาจต้องปรับใหญ่ที่กระทรวงศึกษาธิการ-กระทรวงอุตสาหกรรม ไปด้วย

ย้อนอดีตเล็กน้อย เมื่อคราวจัดโผ ครม. 'สุริยะ' เล็งยึดกระทรวงพลังงานมาแต่ต้น ในวันร้อนแรงที่สุดคือวันที่ได้กลิ่นแล้วว่า 'นายกรัฐมนตรี' จะมอบกระทรวงนี้ให้กับ 'สนธิรัตน์' จนทำเอา 'อนุชา' ต้องรับบทหนุน 'สุริยะ' เต็มที่ ด้วยการประกาศต่อหน้าสื่อว่า

“ถึงแม้ตนจะคิดว่าการนำพรรคชาติพัฒนาที่มี ส.ส. เพียง 3 คนมาร่วมรับตำแหน่งรัฐมนตรี ซึ่งแต่เดิมเป็นคู่แข่งทางการเมืองตอนที่มีการเลือกตั้ง ซึ่งตนคิดว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้องอย่างยิ่งที่จะเอามาแทนตำแหน่งของตนหรือของคนอื่นตามที่เป็นข่าว ซึ่งเสมือนหนึ่งว่าพวกตน ไปรบจนได้รับชัยชนะ พอกลับบ้านถูกแม่ทัพนำศัตรู ซึ่งตนไปต่อสู้ชนะมาเอามาตัดหัวตนทิ้ง แต่ก็ไม่เป็นไร ถ้าเป็นเช่นนั้นอาจจะด้วยความจำเป็นของท่านนายกฯ แต่ตนไม่เชื่อว่าท่านนายกฯ เคยรับปากพรรคชาติพัฒนาไว้ว่าให้เป็นรัฐมนตรี อาจจะมีกลุ่มบุคคลภายในพรรค ที่ไม่อยากให้ตนได้เป็นรัฐมนตรี ไปเสนอท่านนายกฯและถ้าเป็นเช่นนั้นจริงตนขอกราบเท้าท่านนายกฯ ว่าตนไม่ขอรับตำแหน่งก็ได้ แต่ตนขอให้นายสุริยะ ได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ตามที่นายกฯ ได้ลั่นวาจาไว้ ตนจะไปกราบแทบเท้าท่านนายกฯ เลย”

แนวโน้มเวลานี้ สองชื่อสำคัญ จึงเป็น “สันติ-สุริยะ” พร้อมขยับ “อนุชา” นั่งในตำแหน่ง “เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ” และรัฐมนตรีกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง


สูตร 3 : ไม่เขย่า ครม. ในที่นั่ง 'ทีมสมคิด' แต่เดินหน้าเขย่าตำแหน่งสำคัญในพลังประชารัฐ

ในสูตรนี้ ทั้ง 'อุตตม-สนธิรัตน์' ต้องยอมถอย โดยปรับปรุงตัวครั้งใหญ่ ด้วยการมีช่องทาง-ระบบ ในการดูแล ส.ส.พลังประชารัฐ ทั่วทั้งประเทศ เป็นการปรับปรุงตัวตาม 'วิถีการเมือง' โดยแท้ สูตรนี้เองเป็นที่มาของข่าวลือเรื่อง 'สนธิรัตน์' ในเวลานี้ ว่าเริ่มมัดใจ ส.ส.ด้วยวิธีอันหลากหลาย ด้วยหวังว่า หนทางนี้ จะค้ำประกันเก้าอี้พลังงาน มิให้สั่นคลอน

จะออกสูตรไหน นั่นเป็นข้อตกลงร่วมกันระหว่าง 'ประยุทธ์-ประวิตร' เหมือนคราวเขย่า ครม. เอา 'หม่อมอุ๋ย' ออก ทว่าแนวโน้มครั้งนี้ อาจเป็น 'นายกรัฐมนตรี' ต้องยอมตามข้อเสนอของ 'ประวิตร' บ้างแล้ว เพราะคนการเมืองรอการปันสุขอย่างใจจดใจจ่อ

วยาส
19Article
0Video
63Blog