ไม่พบผลการค้นหา
'จุลพันธ์' รมว.แรงงาน ตอบกระทู้ สว. ปมอัตราการว่างงานคนไทยพุ่ง แจงตัวเลขยังไม่ถึงจุดอันตราย พร้อมดันโครงการ 'เรียนได้งบ จบได้งาน' เตรียมรับมือความเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานยุคใหม่ คาดเริ่มกระบวนการได้เดือนตุลาคมนี้

วันที่ 29 มิถุนายน 2569 จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ระบุผ่านสื่อโซเชียบมีเดียว่า วันนี้ผมมีโอกาสได้ตอบกระทู้ถามด้วยวาจาของสมาชิกวุฒิสภาอีก 2 ท่าน ท่านแรกคือ นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ ซึ่งถามเรื่องอัตราการว่างงานของคนไทย และแนวทางในการจัดหางานของกระทรวงแรงงานครับ ผมขอหยิบเอาประเด็นคำตอบส่วนหนึ่งมาเล่าต่อให้ทุกท่านทราบครับ

เรื่องตัวเลขอัตราการว่างงานของคนไทยยังถือว่ายังอยู่ในระดับที่ต่ำอยู่ แต่เรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่เรามองข้าม ในรายละเอียดหากดูที่ตำแหน่งงานที่ว่างอยู่ พบว่าปัญหาของเราคือเรามีแรงงานที่มีทักษะไม่ตรงกับความต้องการของตลาด สิ่งนี้เป็นเรื่องที่ผมไม่ได้นิ่งนอนใจและเร่งแก้ไขผ่านนโยบาย ‘เรียนได้งบ จบได้งาน’ ซึ่งตอนนี้ได้บรรจุเข้าสู่งบประมาณปี 2570 เรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะเริ่มกระบวนการได้ในเดือนตุลาคมนี้ครับ

แนวทางในการแก้ไขปัญหานี้ทำได้โดย การอุดหนุนเงินงบประมาณสำหรับพี่น้องแรงงานที่ต้องการมาพัฒนาทักษะฝีมือ ให้สามารถประคับประคองค่าใช้จ่ายในครอบครัวช่วงที่มาฝึกอบรมได้ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับพี่น้องแรงงาน นอกจากนี้ เรายังจับมือกับภาคเอกชน ทั้งสภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม และสถานประกอบการชั้นนำ ร่วมกันออกแบบหลักสูตรให้ตรงกับความต้องการจริง เพื่อการันตีว่าเรียนแล้วมีเงินช่วย จบแล้วมีงานทำแน่นอน

นอกจากนี้ จากบทเรียนสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ผ่านมาที่ทำให้ตลาดแรงงานหลักของเราสะดุดลงเพราะเราต้องเลือกความปลอดภัยของพี่น้องแรงงานเป็นอันดับแรก ทำให้ผมเห็นว่าเราต้องขยายตลาดแรงงานให้หลากหลายขึ้น เราจะไม่พึ่งพาแค่ประเทศใดประเทศหนึ่ง ตอนนี้เรากำลังมองไปที่สหภาพยุโรป ซึ่งขณะนี้ได้เร่งทำ MOU ร่วมกับประเทศอิตาลี ซึ่งหากประสบความสำเร็จจะเป็นประตูบานสำคัญที่เปิดโอกาสให้แรงงานไทยได้ไปขยายตลาดในยุโรปมากขึ้น

ส่วนกระทู้ถามด้วยวาจาของ พล.ต.ท.วันไชย เอกพรพิชญ์ ได้ถามเกี่ยวกับแนวทางในการปฏิรูปประกันสังคม ซึ่งหลายสิ่งที่ท่านได้นำเสนอมานั้นเป็นสิ่งที่ทางผม กระทรวงแรงงาน และสำนักงานประกันสังคมเล็งเห็นปัญหาร่วมกัน และได้ดำเนินการมาส่วนหนึ่งแล้ว โดยผมได้ชี้แจงแนวทางที่เรากำลังดำเนินการ ทั้งการเพิ่มสิทธิประโยชน์ การสร้างความเชื่อมั่น การทำให้ประกันสังคมเป็นอิสระจากการเมือง และมีความเป็นมืออาชีพด้านการลงทุน รวมทั้งได้ชี้แจงเป้าหมายที่เราต้องการจะไปให้ถึง คือการทำให้กองทุนเติบโตและสามารถขยายสิทธิประโยชน์ให้กับพี่น้องผู้ประกันตนได้มากขึ้นครับ