ไม่พบผลการค้นหา
ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธเคมีเดินทางเข้าไปในเมืองดูมาของซีเรียแล้ว เพื่อหาความจริงว่ามีการโจมตีด้วยอาวุธเคมีจริงหรือไม่ หลังต้องรออยู่นอกเมืองมาหลายวัน

คณะผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรระหว่างประเทศด้านการต่อต้านอาวุธเคมีหรือ OPCW สามารถเดินทางเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ที่มีการอ้างว่าถูกโจมตีด้วยอาวุธเคมีใน เมืองดูมา ใกล้กรุงดามัสกัสของซีเรียเมื่อวันที่ 7 เม.ย. ที่ผ่านมา จนมีพลเรือนเสียชีวิตประมาณ 200 ราย รวมเด็กและผู้หญิง

เจ้าหน้าที่ ของ OPCW ได้เก็บตัวอย่างสารเคมีและสิ่งของต่างๆ จาก 2 จุดที่มีรายงานว่าถูกโจมตีด้วยอาวุธเคมี เพื่อส่งกลับไปให้ห้องแล็บของ OPCW ที่เมืองเรสเวกของเนเธอร์แลนด์ตรวจสอบว่ามีการใช้อาวุธเคมีในพื้นที่ดัง กล่าวจริงหรือไม่ หลังจากช่วงหลายวันที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ของ OPCW ต้องรออยู่ในกรุงดามัสกัส 1 สัปดาห์ โดยกำหนดการเดิม พวกเขาจะสามารถเข้าไปในพื้นที่ได้ในวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา แต่จำเป็นต้องเลื่อนออกไป หลังจากทีมประเมินความเสี่ยงของสหประชาชาติถูกโจมตีระหว่างการตรวจสอบ พื้นที่เพียง 1 วันก่อนหน้านั้น

ชาติตะวันตกแสดงความกังวลว่าการที่ เจ้าหน้าที่ OPCW เข้าไปในพื้นที่ล่าช้า อาจทำให้หลักฐานเกี่ยวกับการใช้อาวุธเคมีถูกทำลายไปเสียก่อน แต่นายอลาสแตร์ เฮย์ อาจารย์ด้านพิษวิทยาสิ่งแวดล้อมของมหาวิทยาลัยลีดส์ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว เอเอฟพีว่า สารเคมีจำพวกแก๊สซารินมักจะตกค้างอยู่ในพื้นที่หลายสัปดาห์ โดยเฉพาะบริเวณใกล้กับที่อาวุธเคมีระเบิด รวมถึงในร่างกายของผู้เสียชีวิต

เมื่อวันที่ 14 เม.ย. กองทัพสหรัฐฯ ร่วมกับฝรั่งเศสและอังกฤษโจมตีทางอากาศใส่คลังอาวุธเคมีของรัฐบาลซีเรียและโรงงานผลิตสารเคมีไม่ไกลจากกรุงดามัสกัส ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นต้นตอการผลิตอาวุธเคมีให้แก่รัฐบาลซีเรีย เพื่อตอบโต้ที่มีการใช้แก๊สพิษโจมตีฐานที่มั่นของกลุ่มกบฏ ขณะที่รัสเซียระบุว่าการโจมตีด้วยอาวุธเคมีถูกจัดฉากขึ้น และหากสหรัฐฯ แทรกแซงด้วยการใช้กำลังก็จะเกิดผลเสียหายตามมาอย่างมหาศาล

รัฐบาลสหรัฐฯ เคยใช้ขีปนาวุธโจมตีฐานทัพอากาศของซีเรียครั้งหนึ่งเมื่อเดือน เม.ย.ปีที่แล้ว โดยอ้างว่าเป็นการตอบโต้กองทัพซีเรียที่ใช้อาวุธเคมีกับประชาชน และผลการสอบสวนของสหประชาชาติยืนยันว่ามีการใช้แก๊สพิษจริง แต่ผลการสอบสวนยังไม่สิ้นสุด ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าใครเป็นผู้ใช้อาวุธเคมีดังกล่าว


ข่าวที่เกี่ยวข้อง: