ไม่พบผลการค้นหา
คนวัยทำงานจะไม่ต้องวิ่งไล่อนาคตและชีวิตที่ดีกว่าที่เป็นอยู่เพียงลำพังอีกต่อไป เพราะประเทศไทยภายใต้การนำของยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ จะสร้างระบบที่การทำงานของคุณมีความหมาย มีรายได้สูง มีวันข้างหน้า และมีอนาคต นี่คือสิ่งที่คนไทยวัยทำงานหลายคนรู้สึก หลังฟังปาฐกถาเปิดตัวเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยของ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์

ในการกล่าวปาฐกถาครั้งแรก ยศชนัน กล่าวถึงประเทศไทยที่ยืนอยู่บนทางแยกอันมีปลายทางสองด้าน โดยเรียกว่าเป็น ‘แยกแห่งความหวัง’ ซึ่งหมายความว่า ประเทศไทยยังมีความหวังเสมอ การเลือกตั้งในครั้งนี้ ประเทศไทยจึงต้องปรับเปลี่ยนในทุกๆ ด้าน ทั้งโครงสร้างโดยรวม โครงสร้างเศรษฐกิจ และโครงสร้างเทคโนโลยี ด้วยการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดผสมกับความคิดสร้างสรรค์ของความเป็นคนไทย จะทำให้ทุกอย่างเป็นไปได้

สิ่งที่ยศชนันเสนอ คือการก้าวไปสู่เส้นทางของความหวัง นั่นก็คือการพาประเทศไทยเข้าสู่การเป็น ‘ประเทศรายได้สูง’ เพราะประเทศไทยติดหล่มอยู่ในประเทศที่มีรายได้ปานกลางมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2530 ทั้งจากกำลังการผลิตที่ทำให้เศรษฐกิจยังขยายตัวได้ไม่มาก การขาดแคลนแรงงานทักษะ และการขาดการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา

คำตอบของประเทศไทยภายใต้การนำของ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ และการลงทุนในความรู้ตามที่พรรคเพื่อไทยชูธงการพัฒนาด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จึงทำให้นโยบายของพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นภาพสะท้อนและผสมผสานแนวทางของพรรคเพื่อไทย จากประสบการณ์การทำงานและความเข้าใจในการบริหารด้านเศรษฐกิจ การดูแลพี่น้องประชาชนในระดับฐานราก การส่งเสริมทุนและเสริมพลังให้ประชาชนโดยถ้วนหน้า โดยเฉพาะการปลดพันธนาการคนจากหนี้สิน ไปจนถึงการใช้วิทยาศาสตร์และงานวิจัยเพื่อนำประเทศไทยไปสู่โฉมหน้าใหม่ของประเทศรายได้สูง โดยมีรัฐรับบทบาทเป็นผู้ดูแลสนับสนุน

และนี่คือ 6 แกนนโยบายหลักของพรรคเพื่อไทย หรือ 6 การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ที่จะช่วยให้คนวัยทำงาน ‘ไม่ต้องดิ้นรนเพียงลำพัง’ อีกต่อไป และจินตนาการถึงวันพรุ่งนี้และอนาคตที่ดีกว่าโดยไม่ยากเย็นนัก


6 การเปลี่ยนแปลงใหญ่เพื่อไทย สู่ประเทศรายได้สูงอย่างยั่งยืน
1. ปฏิรูปการศึกษาเพื่อเศรษฐกิจอนาคต
Education for the Future Economy

ในห้วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงสำคัญ การเปลี่ยนแปลงเชิงภูมิอากาศ (Climate Change) การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี (Tech Disruption) และการเปลี่ยนขั้วอำนาจทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitic) รากฐานสำคัญคือการลงทุนในผู้คนและการลงทุนในความรู้ เพื่อเปิดศักยภาพในการรับมือและก้าวไปกับกระแสความเปลี่ยนแปลง เพื่อหลุดพ้นจากการเป็นประเทศรายได้ปานกลางไปสู่เศรษฐกิจรายได้สูงได้

ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ในฐานะนักวิจัยไม่เพียงคุ้นเคยกับนวัตกรรม แต่ยังเป็นผู้บริหารในสถาบันการศึกษาที่ส่งเสริมการเชื่อมโยงความรู้ของนักวิจัยและนักศึกษาให้กลายเป็นธุรกิจ ทำให้งานวิจัยถูกนำไปใช้จริงได้ สิ่งที่ยศชนันกล่าวในการเปิดตัวคือ ทันทีที่ประเทศไทยกำหนดให้การเป็นประเทศรายได้สูงเป็นเป้าหมายแล้ว ทุกองคาพยพของประเทศจะต้องมีเป้าหมายเดียวกัน โดยเฉพาะการศึกษา

ยศชนันกล่าวว่า องคาพยพของระบบการศึกษาต้องปรับตัว เพื่อผลิตประชาชนที่ตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลง โดยมีทักษะที่สอดคล้องกับระบบเศรษฐกิจมูลค่าสูง สถาบันการศึกษาทุกภาคส่วน ทั้งระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา จะมีเป้าหมายเดียวกัน รัฐจะเปิดพื้นที่เพื่อการอัพสกิลและรีสกิล 

เพื่อไทยเสนอนโยบายเพื่อทำให้พื้นที่การศึกษามีศักยภาพ ทำโรงเรียนให้กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัย นโยบาย ‘ครูดีมีชีวิต’ ช่วยปลดล็อคภาระงานครูจากงานธุรการ ส่งเสริมการผลิตครูจากสถาบันที่มีมาตราฐานสูง ให้นักเรียนได้เรียนกับครูที่เก่ง มีคุณภาพ ทุ่มเทงานสอนได้เต็มเวลา ทั้งยังทำให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดอำนาจนิยม

นโยบายด้านการศึกษาโดยพรรคเพื่อไทยไม่ได้หยุดการศึกษาไว้เพียงแค่บางช่วงวัยหรือในสถาบันการศึกษาเท่านั้น แต่เพื่อเปิดโอกาสทางอาชีพและการพัฒนาไม่รู้จบ การเรียนรู้ตลอดชีวิตจึงสำคัญ นโยบายเปิด AI Learning Platform ใช้เทคโนโลยียกระดับสถาบันการศึกษาและทำให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้า Upskill และ Reskill โดยเฉพาะทักษะดิจิทัลใหม่ๆ และการใช้เอไอเพื่อสร้างรายได้ในอนาคต 

นโยบาย ‘เรียนได้งบ จบได้งาน’ นโยบายที่รัฐจะเปิด ‘ธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ’ และ ‘พาสปอร์ตทักษะ’ เพื่อให้ประชาชนทุกระดับ ทั้งแรงงาน และนักเรียนนักศึกษา สามารถสะสมทักษะเพื่อเข้าสู่ตำแหน่งงานที่มีรายได้สูงขึ้น การฝึกอบรมเพื่อ Upskill และ Reskill  เป็นสิ่งที่รัฐบาลเพื่อไทยจะสนับสนุนผ่านทุนการเรียน 10,000 บาท ต่อคนต่อปี 

รวมถึงการพัฒนาระบบจับคู่ทักษะและงาน ทำให้เชื่อมต่อแรงงานใหม่เข้าสู่ความต้องการหรือตำแหน่งงานที่มุ่งเน้นการกระจายตัวไปในพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะในเมืองรอง ลดการกระจุกตัว เพื่อศักยภาพทักษะแรงงาน และเชื่อมต่อสู่ระบบเศรษฐกิจใหม่ได้อย่างแข็งแรง


6 การเปลี่ยนแปลงใหญ่เพื่อไทย สู่ประเทศรายได้สูงอย่างยั่งยืน
2. อัพเกรดเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มผลิตภาพประเทศ
Technology & Innovation for National Productivity

เงื่อนไขที่เรียบง่ายที่สุดในการพาประเทศเข้าสู่ประเทศรายได้สูง รวมถึงการที่ประชาชนจะมีความสุข คือการกินดีอยู่ดี ในประเด็นการกินดีอยู่ดี ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ กล่าวถึงตัวเลขมาตรวัดพื้นฐานคือ GDP เงื่อนไขที่เรียบง่ายของยศชนันคือการเพิ่ม GDP ของประเทศ โดยชี้ว่าการเพิ่ม GDP ทำได้ด้วยการเพิ่มสิ่งที่เรียกว่า Productivity หรือผลิตภาพ คือศักยภาพหรือประสิทธิภาพในการผลิตสินค้าและบริการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งยศชนันชี้ว่าเราไม่สามารถเพิ่มจำนวนคนได้ แต่เราเพิ่มศักยภาพได้ด้วยการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เข้าสนับสนุนและยกระดับเสาหลักของเศรษฐกิจไทย คือ ภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรมการผลิต และภาคบริการ

ในมิติของการยกระดับด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ยศชนัน ชี้ให้เห็นทั้งความพร้อมของพื้นที่วิจัยของประเทศไทย หน่วยงานด้านการวิจัย และองค์ความรู้ที่มีศักยภาพ นักวิจัยและความรู้ที่พร้อมเข้าเชื่อมต่อกับภาคการผลิตได้ในทันที นอกจากการดึงเอางานวิจัยใหม่ๆ เข้าไปพัฒนา เช่นพัฒนาด้านการเกษตร การปรับพันธุ์ข้าว การสร้างความรู้ที่สอดรับเช่นการใช้ AI ในการทำนายและเชื่อมโยงสภาพภูมิอากาศ การเปิดโอกาสให้กับสตาร์ทอัพใหม่ๆ หรือการมองเห็นจุดเล็กๆ ในความเปลี่ยนแปลงที่ไทยจะเข้าร่วมอุตสาหกรรมการผลิตชิพบางตัวที่ร่วมผลิตได้เมื่อเรามีการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์

วิสัยทัศน์สำคัญคือการมองเห็นและเข้าเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปาทานของภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นภาคเกษตรหรือภาคอุตสาหกรรม ยศชนัน มองเห็นโอกาสอย่างไม่รู้จบ ว่าไทยจะกลายเป็นพื้นที่เชื่อมต่อ พร้อมทำการเชื่อมต่อห่วงโซ่อุปาทาน คือการผลิตและการบริโภคจากประเทศสำคัญๆ รอบๆ เรา ทั้งจีน อินเดีย เวียดนาม เน้นการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศ ทั้งการทำให้ระบบเครื่องจักรของทำงานได้ด้วยเอไอ (Physical AI) และการพัฒนาโครงข่ายขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิ (Cold Chain) รวมถึงการทำให้ประเทศไทยเป็นพื้นที่การท่องเที่ยวที่มีความสุข มีสวัสดิภาพ และความปลอดภัย


6 การเปลี่ยนแปลงใหญ่เพื่อไทย สู่ประเทศรายได้สูงอย่างยั่งยืน
3. ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจธรรมดาสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง
High-Value Economy: From Volume to Value

ในมิติการก้าวไปสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง ยศชนัน กล่าวถึงการยกระดับทุกอุตสาหกรรมของไทยที่สามารถเปิดไปสู่อุตสาหกรรมหรือเศรษฐกิจมูลค่าสูงได้ด้วยองค์ความรู้และงานวิจัย ซึ่งยศชนันนิยามว่าเป็น New Growth Engine ตัวใหม่ ที่จะทำให้ทุกอุตสาหกรรมของไทยมีมูลค่าสูงขึ้น 

สิ่งสำคัญในการยกระดับประเทศไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ๆ หรือการต่อยอดอุตสาหกรรมเดิมของไทย คือการทำให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการ ‘ดึงดูดวิทยาการใหม่ๆ จากต่างประเทศ’ ประเทศมีหน้าที่ในการ ‘เตรียมคน’ เพื่อรองรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี และเตรียม ‘สาธารณูปโภค’ คือเตรียมพื้นที่เพื่อรองรับงานวิจัยที่จะเปลี่ยนโลกนั่นเอง

การนำความรู้ต่อยอดไปสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง คือการเชื่อมโยงโลกของความรู้เข้าสู่ภาคธุรกิจ ยศชนันเองในฐานะผู้บริหารในพื้นที่การศึกษาเห็นความสำคัญในการทำให้องค์ความรู้ต่างๆ กลายเป็นธุรกิจได้ การมีเป้าหมายเป็นเศรษฐกิจมูลค่าสูง รัฐจะร่วมส่งเสริมให้เกิดสตาร์ทอัพที่ก้าวไปในระดับโลก ในเบื้องต้นรัฐจะกลายเป็นลูกค้ารายใหญ่ของ SME ไทย การจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจจะต้องจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการจาก SME ไทย อย่างน้อย 30%

นอกจากรัฐจะกลายเป็นผู้ซื้อรายสำคัญเพื่อส่งเสริมกิจการขนาดเล็กแล้ว พรรคเพื่อไทยมองเห็นความสำคัญของพื้นที่ออนไลน์ ทั้งขนาดตลาดการซื้อขายบนพื้นที่ออนไลน์และการเข้าถึงที่ปัจจุบันผู้ขายต้องเสียค่าธรรมเนียมให้แพลตฟอร์มในสัดส่วนค่อนข้างสูง พรรคเพื่อไทยจึงเสนอการพัฒนา e-commerce สัญชาติไทย เป็นแพลตฟอร์มทางดิจิทัลที่มีคนไทยร่วมพัฒนาและเข้าใช้งาน เพื่อสร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจดิจิทัลที่สามารถแข่งขันกับต่างชาติได้ และยั่งยืนด้วยความสามารถของคนไทย


6 การเปลี่ยนแปลงใหญ่เพื่อไทย สู่ประเทศรายได้สูงอย่างยั่งยืน
4. ปลดหนี้ทั้งระบบเพื่อให้คนฟื้นตัวและกลับสู่ระบบเศรษฐกิจ
Debt Reset for Economic Revival

จากปัญหาทั้งประเทศไม่เป็นประชาธิปไตยมาเกือบทศวรรษ และผลพวงจากยุคโควิด ภาวะหนี้สินเป็นสิ่งที่บั่นทอนพลังและกำลังใจในการใช้ชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะคนทำงานที่รู้สึกว่าพวกเขาทำงานหนักและทำงานมานาน แต่ดูเหมือนว่ารายได้จะไม่ทันค่าครองชีพ แม้ว่าพรรคเพื่อไทยจะมีนโยบายมองไปยังอนาคต แต่หัวใจของพรรคเพื่อไทยคือการดูแลประชาชน และเพื่อส่งเสริมให้ทุกคนแข็งแรงและก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคง มาตราการแก้ไขหนี้สินจึงเป็นหัวใจสำคัญ เพื่อให้ประชาชนกลับไปขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อได้ เมื่อใดที่ประชาชนหายใจได้ เมื่อนั้นเศรษฐกิจในภาพรวมจะดีขึ้น

การเข้าดูแลหนี้สินของประชาชนในมุมมองของพรรคเพื่อไทย ใช้ความเข้าใจในระบบเศรษฐกิจ โดยมองว่าการแก้ไขเศรษฐกิจเป็นเงื่อนไขสำคัญแรกๆ ในการพาประเทศและผู้คนเดินไปข้างหน้าได้อย่างมีความสุข เน้นย้ำไปที่การดูแลหนี้ทั้งระบบ ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนทุกกลุ่ม ตั้งแต่ผู้ประกอบการรายย่อย เกษตรกร ผู้สูงอายุ และคนที่หนี้นอกระบบ รวมถึงการมีรางวัลจูงใจให้คนที่ผ่อนชำระหนี้ดี กับมาตรการ ‘ผ่อนดี 1 ปี ฟรี 1 งวด’

เพราะการล้างหนี้ไม่ใช่การลบความรับผิดชอบของใคร แต่คือการออกแบบระบบใหม่ให้คนได้หายใจ และเป็นธรรม


6 การเปลี่ยนแปลงใหญ่เพื่อไทย สู่ประเทศรายได้สูงอย่างยั่งยืน
5. เปลี่ยนรัฐให้ทันสมัย โปร่งใส ทำงานเพื่อประชาชน
A Smarter State for All

การก้าวเข้าสู่ประเทศเศรษฐกิจมูลค่าสูงนั้น มี ‘ความเชื่อมั่น’ เป็นหัวใจสำคัญ บทบาทของรัฐจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงไป ทั้งการส่งเสริมให้ภาครัฐมีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใส ด้วยนวัตกรรมเช่น AI หรือเทคโนโลยีอื่นๆ ไปจนถึงการเข้าสู่การเป็น Digital Government ซึ่งเพื่อไทยมีนโยบาย

รัฐดิจิทัล โปร่งใสฉับไว ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการภาครัฐทั้งหมดผ่าน Super App ลดขั้นตอนของประชาชน และลดภาระข้าราชการด้วยระบบการทำงานที่เร็วขึ้น

นอกจากนี้ยังมีการสร้างระบบ Digital Governance Dashboard เพื่อแสดงผลข้อมูลเรียลไทม์เกี่ยวกับงบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง และสถานะโครงการ พร้อมเปิดให้ประชาชนเข้าดูได้ ไปจนถึงนโยบายภาครัฐแพลตฟอร์มเดียว ที่จะสร้างแพลตฟอร์ม One Stop Service ออกใบอนุญาตได้ใน 1 วัน ยกเลิกใบอนุญาติซ้ำซ้อน ยุบรวมขั้นตอนที่ซ้ำกันและปรับทุกบริการให้เป็นดิจิทัล เพื่อไทยมีนโยบายออกกฎหมายฉบับใหญ่ ตัดกฎหมายเก่า ลดกฎเกณฑ์ที่ซ้ำซ้อน เพื่อเปิดทางให้ประชาชนทำมาหากินได้ง่ายขึ้น

นอกจากการนำเอานวัตกรรมเข้ามาเปลี่ยนแปลงการทำงานของภาครัฐแล้ว ความสำเร็จของแนวคิด ‘รัฐสนับสนุน’ คือการทำงานของ THACCA ที่รัฐบาลเพื่อไทยในขณะนั้น วางบทบาทของรัฐเป็นผู้สนับสนุนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์สำคัญ ผลงานสำคัญคือการรวมตัวเพื่อทำงานร่วมกันกันของภาคเอกชน และการเดินหน้าปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์หรือเสนอกฎหมายเพื่อเอื้อให้เกิดผลิตผลของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในแต่ละสาขาอย่างเป็นรูปธรรม 


6 การเปลี่ยนแปลงใหญ่เพื่อไทย สู่ประเทศรายได้สูงอย่างยั่งยืน
6. สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการแข่งขันและคุณภาพชีวิตที่ดี
Infrastructure for Competitiveness & Quality of Life

พรรคเพื่อไทย รวมถึงย้อนไปตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย มองเห็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ในฐานะการพัฒนาสาธารณูปโภค ที่เตรียมประเทศและประชาชนให้ตอบรับกับการแข่งขันและความเปลี่ยนแปลง พรรคเพื่อไทยมองเห็นการพัฒนาตั้งแต่โครงข่ายคมนาคม โครงสร้างเทคโนโลยี เช่นการมาถึงของระบบโทรคมนาคม คอมพิวเตอร์ สัญญาณอินเทอร์เน็ต นโยบายพื้นฐานของพรรคเพื่อไทย จึงออกแบบมาเพื่อสร้างและเพิ่มการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐาน ขยายโอกาสให้ประชาชนและเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต

พรรคเพื่อไทยภายใต้การนำของยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ยังคงยืนยันนโยบายการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานอย่างขนส่งสาธารณะเข้าถึงได้ รถไฟฟ้า 20 บาท และการพัฒนาโครงข่ายขนส่งรอง (feeder) รวมถึงนโยบายรถเมล์แอร์ 10 บาท ที่ไม่เพียงเป็นการขยายการเข้าถึงขนส่งสาธารณะราคาประหยัด ขยายโอกาสในการใช้ชีวิต เพิ่มเงินในกระเป๋า แต่ยังเป็นการเตรียมโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไปสู่การพัฒนาตามทิศทางการพัฒนาโลก 

เพื่อไทยยังมีนโยบายผลักดัน พ.ร.บ.การออกแบบที่เป็นการสากล (Universal Design) เพื่อทำให้กรุงเทพฯ และเป็นเมืองที่โอบรับทุกคน เป็นพื้นที่ของประชาชนทุกคนเข้าถึงได้โดยไม่มีข้อจำกัด และนโยบายบ้านเพื่อคนไทย เพื่อให้การมีบ้านเป็นของตัวเองไม่ใช่ฝันไกลของคนทำงาน ตลอดจนนโยบาย 30 บาท รักษาทุก(ข์)ใจ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเน้นย้ำว่า ประเทศจะมีศักยภาพในการแข่งขันได้ ก็ต่อเมื่อคนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดี 

อ้างอิงข้อมูลจาก

https://www.ptp.or.th/

https://www.the101.world/politics-middle-income-trap/