วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 หลังการลงพื้นที่หาเสียงช่วงเช้าบริเวณชุมชนวัดโพธิ์เรียง เขตบางกอกน้อย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 9 พร้อมทีม 'กรุงเทพฯ ทำงาน' ขึ้นรถแห่ EV และรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า ลงพื้นที่หาเสียงย่านวัดระฆัง ตลาดวังหลัง โรงพยาบาลศิริราช และชุมชนบ้านบุ ชุมชนโบราณอายุกว่า 200 ปี ซึ่งตลอดการหาเสียงมีพ่อค้า แม่ค้า นักท่องเที่ยว ประชาชน นักเรียน นักศึกษา เข้ามาทักทาย ขอถ่ายรูป จับมือ และทำสัญลักษณ์ชนมือกับชัชชาติอย่างต่อเนื่อง
ชัชชาติ มองว่า บางกอกน้อยเป็นย่านชุมชนเก่าที่มีปัญหาเฉพาะตัว อาทิ ทางเข้าออกคับแคบ น้ำท่วม ท่อระบายน้ำ ฝาท่อหรือถนนไม่เรียบ ขณะที่บริเวณโดยรอบโรงพยาบาลศิริราช ก็ยังมีปัญหาเรื่องระบบสาธารณสุขปฐมภูมิ ซึ่งกรุงเทพมหานครต้องสร้างระบบที่เข้มแข็งขึ้นในอนาคต พร้อมเพิ่มเตียงโรงพยาบาลอีก 2,000 เตียง เพื่อให้การส่งต่อผู้ป่วยสะดวกขึ้น
อีกประเด็นที่ชัชชาติให้ความสำคัญคืออัตลักษณ์ชุมชน คือ ชุมชนบ้านบุ ซึ่งเคยมีงานหัตถกรรมขันลงหินแบบโบราณ แต่ต้องหยุดไปจากเหตุไฟไหม้ ตนมองว่าทุกเขตมีชุมชนที่มีคุณค่า สามารถต่อยอดเป็นย่านท่องเที่ยว และสร้างเศรษฐกิจข้างถนนให้ชุมชนได้
เมื่อถูกถามถึงปัญหาที่หนักใจที่สุดหลังลงพื้นที่ในฐานะผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ชัชชาติกล่าวว่า คือระบบบำบัดน้ำเสียในบางกอกน้อย ซึ่งเป็นโครงการเดิมก่อนตนเข้ารับตำแหน่ง เกี่ยวข้องกับการวางท่อรวบรวมน้ำเสียในคลองต่างๆ และมีประชาชนร้องเรียนจำนวนมาก เพราะโครงการล่าช้า ขณะที่ผู้รับเหมาได้รับการขยายสัญญาจากกรณีโควิดอีก 400 วัน
ชัชชาติกล่าวว่า หัวใจของการลงพื้นที่คือการพบประชาชน รับทราบปัญหา และนำกลับไปแก้ไข โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้อาจนำไปสู่นโยบายเพิ่มเติม เช่น การนำอาคารเขตเก่าหรืออาคารรกร้างที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ กลับมาพัฒนาเป็นพื้นที่กิจกรรมของชุมชน
นอกจากนี้ ชัชชาติยังเล่าถึงประชาชนรายหนึ่งที่สะท้อนว่า หากได้เป็นผู้ว่าฯ แล้วอย่าเป็น “เทวดา” ต้องลงมาเจอประชาชนเหมือนเดิม ไม่ใช่เป็นผู้ว่าฯ แล้วหายไป ไม่พบประชาชนอีก ชัชชาติกล่าวว่า เมื่อได้ฟังก็รู้สึกสบายใจ เพราะตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ตนเชื่อว่าได้ลงพื้นที่พบประชาชนอย่างสม่ำเสมอ ย้ำว่า เสียงสะท้อนนี้เป็นเรื่องที่ต้องรับฟัง เพราะประชาชนต้องการผู้บริหารเมืองที่ไม่ห่างจากปัญหาจริง และยังคงเดินดิน รับฟัง และทำงานใกล้ชิดกับประชาชนต่อไป
“ประชาชนเขาไม่ต้องการผู้ว่าฯ ที่เป็นเทวดา เขาต้องการผู้ว่าฯ ที่มาเดินดิน มาฟังปัญหาประชาชน ส่วนที่ผ่านมาสี่ปี เราคิดว่าเราก็ทำตัวอย่างนั้น” ชัชชาติกล่าว
ในวันเดียวกัน ทีม “กรุงเทพฯ ทำงาน” จัดกิจกรรมหาเสียงคู่ขนานในพื้นที่กรุงเทพใต้ นำโดย รศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ อดีตที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมทีมงาน ลงพื้นที่ย่านสาทร ปทุมวัน และบางรัก พบปะประชาชนและสื่อสารนโยบายของทีม
โดยกิจกรรมเริ่มตั้งแต่ช่วงเช้า ทีมงานเดินเท้าที่ตลาดพลู ต่อด้วยชุมชนบ้านมั่นคงสวนพลู ชุมชนหน้าสมาคมธรรมศาสตร์ ชุมชนซอยงามดูพลี บ้านเอื้ออาทรสวนพลู และช่วงบ่ายเดินเท้าหาเสียงที่ห้างสรรพสินค้า One Bangkok และย่านผู้คนทำงานออฟฟิศแถวสถานีรถไฟบีทีเอสศาลาแดงอีกด้วย