ไม่พบผลการค้นหา
คณะกรรมการชุด รองเสนาธิการทหาร ยังไม่สรุปผลสอบสวนการเสียชีวิต “น้องเมย” ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร โดยเตรียมสรุปเสนอ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดในวันพรุ่งนี้  (14 ธ.ค) หลังมีข่าวคณะกรรมการสรุปเสียชีวิตจากปัญหาสุขภาพไม่ใช่การซ่อม

หลังจากผลสอบของคณะกรรมการสอบสวน ซึ่งมี พล.อ.อ.ขวรัตน์ มารุ่งเรือง รองเสนาธิการทหาร เป็นประธาน ถูกเผยแพร่ผานเฟซบุ๊กนักข่าวสายหทาร Wassana Nanuam โดยสรุปผลการเสียชีวิตของนักเรียนเตรียมทหาร ภัคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือ น้องเมย ว่า เกิดจากปัญหาสุขภาพ ที่เกิดจากหลายสาเหตุ ส่งผลให้หัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน

ล่าสุด กองบรรณาธิการวอยซ์ทีวี ได้สัมภาษณ์ ประธานคณะกรรมการสอบสวน เพื่อยืนยันผลการสอบสวนดังกล่าว ซึ่ง พล.อ.อ.ขวรัตน์ มารุ่งเรือง รองเสนาธิการทหาร กล่าวว่า ผลการสอบสวนยังไม่ได้ทำการสรุปว่าการเสียชีวิตเกิดจากสาเหตุอะไร โดยกำลังรวบรวมข้อมูลทั้งหมด ขณะนี้ได้ประมาณ 90 %แล้ว ยังไม่สมบูรณ์100 % เหลือการสอบสวนข้อมูลเพิ่มอีกนิดหน่อย

ส่วนที่มีกระแสข่าวออกไปว่า คณะกรรมการสรุปผลสอบสวนถึงสาเหตุการเสียชีวิตของ นาย ภัคพงศ์ น่าจะเป็นการคาดเดามากกว่า เพราะขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปจากคณะกรรมการแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม พล.อ.อ.ขวรัตน์ กล่าวยืนยันว่า การสอบสวนข้อมูลหลักฐานทำโดยละเอียด โดยสอบพยานทุกปากที่อยู่ในเหตุการณ์ หรือพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งหมดรอบด้าน ทั้งเพื่อนนักเรียนเตรียมทหาร ผู้บังคับบัญชา อาสา แพทย์ หรือแม้แต่คนที่ตัดหญ้าในบริเวณดังกล่าว เพื่อยืนยันหลักฐานอย่างชัดเจน

“ เราใช้เวลาทั้ง 14 วัน ประชุมกันเกือบทุกวัน ตั้งแต่เช้าจน สามทุ่ม เพื่อทำทุกอย่างให้รอบคอบ รอบด้าน โดยการสอบพยานเราทำอย่างรอบคอบจริงๆ โดยสอบจำนวนพยานหลายปากมาก และหากมีการกล่าวถึงใคร เราจะสอบสวนขยายผลตามทันที”

ส่วนหลักฐานในเรื่องของกล้องวงจรปิด นำมาสอบสวนทุกจุดประกอบกับพยานปากต่างๆ โดยนำมาลำดับเวลาเกิดเหตุระยุเหตุการณ์เพื่อให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น

ส่วนผลการชันสูตร ของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม พล.อ.อ.ขวรัตน์   กล่าวว่า ผลการชันสูตรที่คณะกรรมการนำมาพิจารณา มีเพียงของสถาบันพยาธิวิทยา ของ รพ.พระมงกุฏ ในการชันสูตรครั้งแรกเท่านั้น เพราะว่า ผลสอบของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ได้รับการแจ้งว่าญาติไม่ต้องการให้เผยแพร่ เนื่องจากจะใช้ในการสู้คดี ทำให้ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ส่งผลชันสูตรให้ญาติ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.นครนายกเท่านั้น ดังนั้นคณะกรรมการจึงไม่ได้นำผลชันสูตรดังกล่าวมารวมพิจารณา

ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตของน้องเมยนั้น  พล.อ.อ.ขวรัตน์   กล่าวว่า คณะกรรมการจะไม่สรุปว่าการเสียชีวิตเกิดจากอะไร เพราะเป็นหน้าที่ของแพทย์แต่จะสรุปหลักฐ่านและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้มากที่สุด

อย่างไรก็ตาม คาดว่า คณะกรรมการจะสรุปสอบสวน ได้ภายในวันพรุ่งนี้ (14 ธค 60 ) และหลังจากนั้นจะเสนอต่อ พลเอก ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ซึ่งจะเปิดแถลงข่าว หรือ ชี้แจงต่อญาติ หรือไม่นั้น ขึ้นกับ บัญชาการทหารสูงสุดพอใจผลการสอบสวนของคณะกรรมการหรือไม่อย่างไร

ส่วนการดำเนินคดีที่ ผู้ปกครองและญาติ น้องเมยจะดำเนินการ พล.อ.อ.ขวรัตน์   กล่าวว่า เป็นสิทธิของผู้ปกครองในการดำเนินคดีได้เต็มที ทางกองทัพจะไม่แทรกแซงและพร้อมจะให้ข้อมูลทุกอย่างในการดำเนินการทางกฏหมาย

นอกจากนี้ พล.อ.อ.ขวรัตน์   ยังบอกอีกว่า ผลการสอบสวนคงจะให้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นผู้พิจารณาว่า จะชี้แจงต่อผู้ปกครองอย่างไร แต่ไม่อยากให้มองกันเป็นฝ่ายตรงข้าม เพราะทุกคนถือเป็นฝ่ายเดียวกันคือผู้สูญเสีย แต่ผู้ปกครองสูญเสียมากที่สุด ขณะที่ โรงเรียนเตรียมก็สูญเสียลูกศิษย์  สูญเสียเพื่อน และสูญเสียรุ่นน้อง ดังนั้นการชี้แจงใดๆจึงไม่อยากให้กระทบต่อจิตใจของผู้ปกครองของน้องเมยเอง จึงต้องระมัดระวังในเรื่องนี้มากที่สุด ต้องชี้แจงจนกว่าผู้ปกครองจะสิ้นสงสัยในข้อกังวลที่สงสัยทั้งหมด

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านั้น เฟซบุ๊กนักข่าวสายหทาร Wassana Nanuam โพสต์ข้อความระบุว่า มีรายงานข่าวในการประชุมคณะกรรมการสอบสวน ที่มี พล.อ.อ.ขวรัตน์ มารุ่งเรือง รองเสนาธิการทหาร เป็นประธาน เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. นั้น

ได้สรุปผลการเสียชีวิตของนักเรียนเตรียมทหาร ภัคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือ น้องเมย แล้วว่า เกิดจากปัญหาสุขภาพ ที่เกิดจากหลายสาเหตุ ส่งผลให้หัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน

หลังจากสอบปากคำพูดคุยกับ นักเรียนเตรียมทหาร ที่เป็นเพื่อนและรุ่นพี่ จนท. ผู้เห็นเหตุการณ์ ครู นักเรียนบังคับบัญชาทหารปกครอง ทหารเสนารักษ์ กองแพทย์รวม 41 คน

ประกอบกับ ประวัติการรักษาทางการแพทย์และเข้าห้องพยาบาล มาตลอดของ น้องเมย และคำให้การของนักเรียนเตรียมทหารทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้อง ยืนยันว่า น้องเมยไม่ค่อยแข็งแรงป่วยบ่อย เข้าห้องพยาบาลบ่อย และพบว่า ก่อนหน้านี้ หกล้มที่ตรงบันได มีภาพวงจรปิดยืนยัน ตอนจะไปเรียนวิชาพละศึกษา แต่ ไม่ได้เกิดจากการถูกซ่อมแต่อย่างใด

ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ เข้าใจดีว่า กระแสสังคมเชื่อไปแล้วว่า น้องเมย ถูกซ่อม เสียชีวิต แต่คณะกรรมการจะนำหลักฐานทางการแพทย์การตรวจรักษาและภาพวงจรปิด รวมทั้งการให้ปากคำมายืนยัน และจากปากคำของนักเรียนเตรียมทหารพบว่า น้องเมย ไม่สบายบ่อย มีอาการปวดหัวไม่สบาย และนอนอยู่ห้องพยาบาลบ่อยครั้ง

อีกทั้ง ก่อนเสียชีวิต 2 วัน ก็อยู่แต่ห้องพยาบาล คงไม่มีใครไปทำอะไรน้อง

ทั้งนี้ ได้มีการสอบปากคำนักเรียนเตรียมทหารรุ่นพี่ ที่เป็นนักเรียนบังคับบัญชาที่เคยซ่อมน้องเมยเมื่อ เดือนสิงหาคม ด้วยท่าปักหัวโหม่งโลก นั้น ก็ได้ถูกปลดออกจากตำแหน่งนักเรียนบังคับบัญชา และถูกลงโทษไปแล้ว


อีกทั้งตอนนั้น น้องเนย ก็กลับมาเป็นปกติดี หลังจากนั้น ซึ่งถือว่า จบตอนไปแล้วแต่ต่อมาก่อนเสียชีวิต 2 วัน นักเรียนรุ่นพียืนยันว่า ให้วิดพื้น ไม่ได้ทำหนักแต่อย่างใด

คณะกรรมการฯ จึงสรุปผลว่า น้องเมยน่าจะเสียชีวิตจากปัญหาสุขภาพร่างกาย ของตนเองที่ไม่แข็งแรง ประกอบกับอาการหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันและอาการอื่นประกอบด้วย ซึ่งตรงกับผลการสอบสวน ก่อนหน้านี้ของโรงเรียนเตรียมทหารโดยมีแพทย์ยืนยัน

โดยในวันที่ 13 ธ.ค. คณะกรรมการจะสรุปผลเสนอ พลเอก ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด จากนั้นจะมีการแถลงข่าวชี้แจงภายในสัปดาห์นี้ แต่ตอนนี้ รอผลทางการแพทย์และเอกสารเพิ่มเติมประกอบด้วย

ส่วนกรณีที่ผลสอบของกองทัพไทย อาจจะสวนทางกับผลสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ออกมาก่อนหน้านี้ บางส่วน ที่ว่า บอบช้ำและซี่โครงร้าว ไม่ได้เกิดจากการปั๊มหัวใจนั้น คณะกรรมการระบุว่า เราก็มีหลักฐานในเรื่องของการตรวจรักษา ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ชี้แจงในการแถลงข่าวเอง ว่า มันเกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะเรื่องพยาธิสภาพของร่างกายบางครั้งก็ยากที่จะเข้าใจได้ สำหรับคนที่ไม่ใช่แพทย์่

ทั้งนี้ คณะกรรมการเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่มีใครอยากให้เกิดการเสียชีวิต ทุกคนใน ร.ร.เสียใจ กับการจากไปของน้องเมย