ไม่พบผลการค้นหา
'ชัชชาติ' เบอร์ 9 ย้ำไม่มี สก. ในทีม ไม่ถือเป็นจุดอ่อน แต่จะยิ่งถ่วงดุลตรวจสอบได้เข้ม ชี้ผู้ว่าฯ กทม. ต้องพร้อมทำงานกับ สก. ทุกพรรค เพราะ สก. คือผู้แทนประชาชน และประชาชนในเขตคือเจ้านายเรา

วันที่ 24 มิถุนายน 2569 ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 9 ขึ้นเวทีดีเบตช่อง 3 ในรายการ “ศึกชิงผู้ว่าฯ ชี้ชะตามหานคร” โดยช่วงหนึ่งของการดีเบต ผู้ดำเนินรายการตั้งคำถามถึงบทบาทของผู้ว่าฯ กทม. และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร หรือ สก. ว่า หากผู้ว่าฯ มี สก. จากพรรคเดียวกันเป็นเสียงสนับสนุน จะช่วยให้การผลักดันนโยบายและงบประมาณมีประสิทธิภาพกว่าผู้สมัครอิสระที่ไม่มี สก. หรือไม่

ชัชชาติ ชี้แจงว่า การไม่มี สก. พรรคเดียวกัน ไม่ได้เป็นจุดอ่อนของการบริหารเมือง แต่กลับทำให้เกิดการตรวจสอบถ่วงดุลที่เข้มข้น เพราะตนไม่มีเสียงข้างมากหรือ “พวก” ของตัวเองในสภา กทม.

“ผมไม่มีพรรคอยู่ใน สก. 50 คน ตรวจสอบผม เช็กบาลานซ์กันไง ผมไม่มีพวกนะ ผมไม่มีเสียงข้างมากเลยนะ งั้นทุกคนก็จ้องตรวจสอบผมอยู่แล้ว” ชัชชาติกล่าว

ชัชชาติ ยังตอบข้อสังเกตเรื่องความเป็นอิสระ รวมถึงภาพการ “ชนหมัด” หรือการปรากฏตัวร่วมกับ สก. บางกลุ่มว่า การทักทายหรือทำงานร่วมกันไม่ได้หมายความว่าเป็นพวกเดียวกัน แต่เป็นสิ่งที่ผู้ว่าฯ ต้องทำ เพราะ สก. ทุกคนคือผู้แทนของประชาชนในแต่ละเขต และเป็นคนที่ผู้ว่าฯ ต้องให้เกียรติ

ชัชชาติกล่าวว่า ตนพร้อมทำงานร่วมกับ สก. ทุกคน ไม่ว่าจะมาจากพรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาชน หรือพรรคใดก็ตาม เพราะหน้าที่ของผู้ว่าฯ คือทำงานกับตัวแทนประชาชนทุกฝ่าย ไม่ใช่เลือกทำงานเฉพาะกับคนที่อยู่ฝ่ายเดียวกัน

“ผมพร้อมทำงานกับ สก. ทุกคนนะครับ ไม่มีปัญหาเลย เพราะที่ผ่านมาเราต้องดูแลทุกคน เพราะทุกคนได้รับประชามติมาจากประชาชนในเขต ทุกคนคือเจ้านายเรา” ชัชชาติกล่าว

ชัชชาติ อธิบายว่า ระบบเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก. เป็นคนละระบบกับการเมืองระดับประเทศ เพราะประชาชนเลือกผู้ว่าฯ โดยตรง และเลือก สก. แยกกันในแต่ละเขต จึงไม่มีหลักประกันว่า ผู้ว่าฯ จากพรรคใดจะมี สก. ข้างมากจากพรรคเดียวกันเสมอไป

ชัชชาติ กล่าวว่า หากต้องการให้ผู้ว่าฯ มีเสียงข้างมากในสภาแบบรัฐบาลระดับชาติ ก็ต้องแก้กฎหมายให้ สก. เป็นผู้เลือกผู้ว่าฯ แต่เมื่อระบบปัจจุบันแยกการเลือกตั้งผู้ว่าฯ และ สก. ออกจากกัน ผู้ว่าฯ ทุกคนจึงต้องเตรียมพร้อมทำงานร่วมกับ สก. จากทุกพรรคอยู่แล้ว

“ระบบการเลือกตั้งมันมี 2 แบบ ถ้าเป็นสภาใหญ่ คือ สส. ไปเลือกนายกฯ อย่างนี้ได้เสียงข้างมากแน่นอน แต่ของผู้ว่าฯ กทม. มันแยกส่วนกัน งั้นผู้ว่าฯ ต้องทำใจไว้เลยว่าต้องทำงานกับทุกคนได้” ชัชชาติกล่าว

ชัชชาติสรุปว่า การทำงานของผู้ว่าฯ กับ สก. ต้องยึดหลักตรวจสอบถ่วงดุล และต้องทำงานร่วมกันบนผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก โดยยืนยันว่าตนไม่มีปัญหาในการทำงานกับ สก. จากทุกฝ่าย เพราะ สก. ทุกคนล้วนเป็นตัวแทนของประชาชนที่ผู้ว่าฯ ต้องรับฟังและทำงานด้วย