ไม่พบผลการค้นหา
'เพื่ออธิปไตยทางเทคโนโลยี และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล' สภายุโรปมีมติเลิกใช้ Google หันมาใช้ Qwant ของฝรั่งเศสแทน

สภายุโรปประกาศเปลี่ยนเครื่องมือค้นหาบนคอมพิวเตอร์ภายในองค์กรจาก Google มาเป็น Qwant เสิร์ชเอนจินสัญชาติฝรั่งเศส มีผลตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2026 โดยกำหนดให้ Qwant เป็นค่าเริ่มต้นบนเบราว์เซอร์ Microsoft Edge และ Firefox แทนที่ Google และจะถูกบังคับใช้โดยอัตโนมัติ แม้ผู้ใช้จะยังสามารถเลือกใช้เสิร์ชเอนจินอื่นได้

รัฐสภายุโรปอีเมลถึงเจ้าหน้าที่ ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นไปเพื่อ "สอดคล้องกับพันธกิจของรัฐสภาด้านอธิปไตยทางดิจิทัลและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้พร้อมอธิบายว่า Qwant เป็นเครื่องมือค้นหาของยุโรปที่เน้นความเป็นส่วนตัว โฆษกสภาระบุว่าเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของกรอบการดำเนินงานที่ใหญ่กว่า ที่มุ่งลดการพึ่งพาเครื่องมือดิจิทัลนอกสหภาพยุโรป ส่งเสริมบริการที่ตั้งอยู่ในยุโรปและเน้นความเป็นส่วนตัว

เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดดๆ แต่มาพร้อมกับการขับเคลื่อนนโยบายระดับสหภาพยุโรป โดยคณะกรรมาธิการได้ประกาศมาตรการเกี่ยวกับชิป บริการคลาวด์ และ AI ภายในวันเดียวกัน ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ ‘Buy and Use European’ หรือว่าง่ายๆ ก็คือ ซื้อและใช้ของในยุโรป

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ตามมาหลังจากหลายเดือนก่อนที่สมาชิกรัฐสภากดดันให้สถาบันของ EU ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีอเมริกัน โดยในเดือนพฤศจิกายนปีก่อน กลุ่มสมาชิกข้ามพรรค 38 คน ได้ส่งจดหมายถึงประธานรัฐสภา โรเบอร์ตา เมตโซลา เรียกร้องให้ค่อยๆ เลิกใช้ซอฟต์แวร์ของ Microsoft และเทคโนโลยีต่างชาติอื่นๆ โดยให้เหตุผลว่า การที่ยุโรปพึ่งพาเทคโนโลยีจากอเมริกาเพียงไม่กี่รายได้กลายเป็นจุดอ่อนเชิงยุทธศาสตร์

ฝรั่งเศสคือประเทศที่เคลื่อนไหวแข็งขันที่สุด โดยมีแผนย้ายเครื่องคอมพิวเตอร์ของรัฐบาลจาก Windows ไปใช้ Linux และเลิกใช้ Zoom กับ Microsoft Teams หันไปใช้ Visio ซึ่งเป็นทางเลือกที่พัฒนาในประเทศ

Qwant ก่อตั้งในปี 2013 และวางตำแหน่งตัวเองเป็นทางเลือกที่เน้นความเป็นส่วนตัวแทน Google โดยดำเนินงานจากกรุงปารีส จุดขายหลักคือไม่ติดตามผู้ใช้และไม่ปรับแต่งผลการค้นหาตามตัวบุคคล เพื่อหลีกเลี่ยงการขังผู้ใช้ไว้ใน filter bubble นอกจากนี้ยังมีบริการ Qwant Junior ซึ่งเป็นเสิร์ชเอนจินที่ปลอดภัยสำหรับเด็กพร้อมระบบกรองเนื้อหา

แม้จะเป็นข่าวที่ฟังดูเป็นชัยชนะของฝั่งยุโรป แต่นักวิเคราะห์หลายฝ่ายชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงนี้มีความหมายเชิงสัญลักษณ์มากกว่าผลกระทบจริง เพราะ Google ยังคงครองส่วนแบ่งตลาดการค้นหาในยุโรปราว 90 เปอร์เซ็นต์ และสถาบันของ EU ยังคงใช้ซอฟต์แวร์อเมริกันอย่างหนัก โดยชุดโปรแกรม Office ของ Microsoft เป็นหนึ่งในตัวอย่างสำคัญ

ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ Qwant เองก็ยังไม่ได้เป็นอิสระอย่างสมบูรณ์ เพราะ Qwant ยังต้องพึ่งพาแพลตฟอร์ม Bing ของ Microsoft สำหรับบริการค้นหา ซึ่งหมายความว่าโครงสร้างพื้นฐานเบื้องหลังก็ยังเชื่อมโยงกับยักษ์ใหญ่อเมริกันอยู่ดี 

เพื่อแก้ปัญหานี้ Qwant และ Ecosia ซึ่งเป็นเสิร์ชเอนจินจากเบอร์ลิน ได้ผนึกกำลังกันในเดือนพฤศจิกายน 2024 เพื่อสร้างดัชนีค้นหาของยุโรป (European Search Index) โดยหวังลดการพึ่งพาดัชนีของ Microsoft (Bing) และ Google รวมถึงรับมือกับต้นทุน API ที่พุ่งสูงขึ้นหลัง Microsoft ขึ้นราคา Bing API อย่างมาก อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น และทำหน้าที่เป็นส่วนเสริมมากกว่าจะแทนที่ Bing และ Google ได้จริง

การที่รัฐสภายุโรปเลือก Qwant แทน Google เป็นภาพสะท้อนของกระแสที่ใหญ่กว่ามาก นั่นคือความพยายามของยุโรปในการสร้าง ‘อธิปไตยทางดิจิทัล’ เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากอเมริกา 

ในยุคที่ความสัมพันธ์ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ในแง่หนึ่งมันคือมูฟเชิงสัญลักษณ์ที่ส่งสัญญาณทางการเมืองชัดเจน แต่ในอีกแง่หนึ่ง มันก็เผยให้เห็นความจริงที่ว่า ทางเลือกของยุโรปยังคงต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานของอเมริกาอยู่เบื้องหลัง และเส้นทางสู่อธิปไตยทางเทคโนโลยีที่แท้จริงยังอีกยาวไกล


อ้างอิงข้อมูลจาก

https://www.reuters.com/business/eu-parliament-switch-french-search-engine-google-tech-sovereignty-push-2026-06-03/

https://www.politico.eu/article/european-parliament-ditches-google-for-french-search-engine/