ไม่พบผลการค้นหา
'ถ้าไม่มีเรา ก็จะไม่มีโครงการเหล่านี้' ชัชชาติ เบอร์ 9 ขึ้นเวทีดีเบต ชูเดินหน้า 250 โครงการต่อยอดงานที่เริ่มทำแล้ว ตั้งแต่โรงเรียนสองภาษา สวน 15 นาที เพิ่มเตียงโรงพยาบาล ลดฝุ่น แก้น้ำท่วม ลดฝังกลบ ศูนย์อิ่มท้อง ไปจนถึงอบรมทักษะ 1 ล้านชั่วโมง

วันที่ 24 มิถุนายน 2569 ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 9 ขึ้นเวทีดีเบตช่อง 3 ในรายการ “ศึกชิงผู้ว่าฯ ชี้ชะตามหานคร” กล่าวถึงแนวทางพัฒนากรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่มี “โอกาสและความหวังสำหรับทุกคน” โดยระบุว่า หากทีมชัชชาติไม่ได้ทำงานต่อ หลายโครงการสำคัญที่วางไว้เพื่อพัฒนาเมืองอาจไม่เกิดขึ้นหรือเดินหน้าต่อได้ไม่ครบ

ชัชชาติกล่าวว่า “ถ้าเราไม่ได้เป็นความหวังและโอกาสก็จะน้อยลง” พร้อมย้ำว่า โครงการทั้งหมดกว่า 250 โครงการของทีมชัชชาติ เป็นสิ่งที่ต้องเดินหน้าต่อในหลายด้าน โดยสรุปประเด็นสำคัญจากเวทีได้ดังนี้

1. การศึกษา: โรงเรียนต้นแบบ Digital Classroom และโรงเรียนสองภาษา

ชัชชาติระบุว่า หากไม่มีทีมชัชชาติ กรุงเทพฯ จะไม่มีการเดินหน้าโรงเรียนต้นแบบ ไม่มี Digital Classroom สำหรับนักเรียนระดับ ป.6 ถึง ม.4 และไม่มีโรงเรียนสองภาษาในทุกเขต รวมถึงไม่มีการพัฒนาศูนย์เด็กเล็กและศูนย์เด็กอ่อนที่มีคุณภาพ ตลอดจนการดูแลศูนย์เด็กอ่อนนอกระบบให้มากขึ้น

2. ผู้สูงอายุ: โรงเรียนผู้สูงอายุทุกเขต เพิ่มชมรมเป็น 1,000 แห่ง

ในด้านผู้สูงอายุ ชัชชาติกล่าวว่า หากไม่มีทีมชัชชาติ จะไม่มีโรงเรียนผู้สูงอายุครบทั้ง 50 เขต และไม่มีการเพิ่มชมรมผู้สูงอายุจาก 490 แห่ง เป็น 1,000 แห่ง เพื่อให้ผู้สูงอายุมีพื้นที่ทำกิจกรรมและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

3. พื้นที่สีเขียว: ปลูกต้นไม้เพิ่ม 2 ล้านต้น สวน 15 นาที 500 สวน

ชัชชาติกล่าวว่า ที่ผ่านมา กทม. ปลูกต้นไม้ไปแล้ว 2.6 ล้านต้น และมีแผนจะปลูกเพิ่มอีก 2 ล้านต้น โดยระบุว่า หากไม่มีทีมชัชชาติ ก็จะไม่มีต้นไม้ 2 ล้านต้นนี้เพิ่มขึ้นมา

นอกจากนี้ ยังมีแผนเพิ่มสวนสาธารณะ 15 นาทีให้เป็น 500 สวน และเพิ่มสวนสาธารณะขนาดใหญ่แห่งละ 10 ไร่อีก 6 แห่ง เพื่อเพิ่มพื้นที่พักผ่อนและพื้นที่สีเขียวให้คนกรุงเทพฯ

4. สาธารณสุข: เพิ่ม 2,000 เตียง ขยายบัตรทองเป็น 1.3 ล้านคน

ด้านสาธารณสุข ชัชชาติระบุว่า จะมีโรงพยาบาลเพิ่มอีก 2,000 เตียง มีศูนย์สาธารณสุขที่มีคุณภาพ และเพิ่มการดูแลประชาชนในระบบบัตรทองจาก 1 ล้านคน เป็น 1.3 ล้านคน ซึ่งเป็นอีกชุดโครงการที่ชัชชาติระบุว่า “สิ่งเหล่านี้จะไม่มี ถ้าไม่มีเรา”

5. ฝุ่น PM 2.5: ลดมาแล้ว 50% ตั้งเป้าจาก 28 วัน เหลือ 20 วัน

ในเรื่องระบบเมือง ชัชชาติกล่าวถึงปัญหาฝุ่น PM 2.5 ว่า กทม. ลดปัญหาฝุ่นลงมาแล้ว 50% และปีหน้าตั้งใจลดเพิ่มอีก 25% โดยตั้งเป้าลดจำนวนวันที่ฝุ่นอยู่ในระดับสูงจาก 28 วัน ให้เหลือ 20 วัน

ชัชชาติระบุว่า หากไม่มีทีมชัชชาติ เป้าหมายนี้อาจทำไม่ได้ เพราะต้องมีแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจน

6. น้ำท่วม: จุดเสี่ยง 737 จุด แก้ไปแล้ว 70% ตั้งเป้าให้เสร็จทั้งหมด

ด้านน้ำท่วม ชัชชาติกล่าวว่า กรุงเทพฯ มีจุดเสี่ยงน้ำท่วมทั้งหมด 737 จุด ซึ่งแก้ไขไปแล้วประมาณ 70% และหากได้ทำงานต่อ จะทำให้จุดเสี่ยงน้ำท่วมทั้ง 737 จุดเสร็จทั้งหมด

เมื่อผู้ดำเนินรายการถามว่า “หมดเลยเนอะ” ชัชชาติยืนยันว่า “หมดเลยครับ”

7. ขยะ: แยกขยะ ลดฝังกลบจาก 50% เหลือ 30%

ชัชชาติกล่าวว่า กทม. เริ่มเดินหน้าเรื่องการแยกขยะแล้ว โดยตั้งเป้าให้การฝังกลบลดลงจาก 50% เหลือ 30% เพื่อทำให้ระบบจัดการขยะของเมืองดีขึ้น.

8. น้ำเสีย: เพิ่มการบำบัดจาก 50% เป็น 70%

ในประเด็นน้ำเสีย ชัชชาติระบุว่า ปัจจุบัน กทม. บำบัดน้ำเสียอยู่ที่ประมาณ 50% และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 70% หากได้เดินหน้าต่อ

9. เศรษฐกิจปากท้อง: ศูนย์อิ่มท้องทุกเขต

ชัชชาติกล่าวว่า เรื่องเศรษฐกิจและปากท้องเป็นเรื่องสำคัญ โดยระบุว่าจะสร้าง “ศูนย์อิ่มท้อง” ในทุกเขต เพื่อช่วยยกระดับเศรษฐกิจฐานรากและพื้นที่ค้าขายของประชาชน

10. หาบเร่แผงลอย: จุดผ่อนผันขนาดไมโครอีก 5,000 จุด

ชัชชาติกล่าวว่า หากไม่มีทีมชัชชาติ จะไม่มีจุดผ่อนผันขนาดไมโครอีก 5,000 จุด สำหรับพี่น้องหาบเร่แผงลอย พร้อมยกระดับคุณภาพการค้าขายให้ดีขึ้น

11. ทักษะอาชีพ: อบรมความรู้ 1 ล้านชั่วโมง รองรับเศรษฐกิจใหม่

ชัชชาติยังกล่าวถึงการอบรมความรู้ 1 ล้านชั่วโมง เพื่อให้ประชาชนมีความรู้และทักษะรองรับเศรษฐกิจใหม่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมคนกรุงเทพฯ ให้พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง

ชัชชาติ สรุปว่า โครงการทั้งหมด 250 โครงการของทีมชัชชาติ เป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นเพื่อพัฒนากรุงเทพฯ ในหลายมิติ พร้อมย้ำว่า 'ถ้าไม่มีเรา ก็จะไม่มีโครงการเหล่านี้'