หากปีหน้าใครมีแพลนไปเที่ยวเวียดนาม นี่อาจเป็นจุดเช็กอินแห่งใหม่ในเมืองหลวงที่มีอายุ พันกว่าปีอย่างฮานอย
ณ คาบสมุทรกวางอาน ริมทะเลสาบตะวันตก หรือ Ho Tay ของกรุงฮานอย กำลังมีสิ่งที่วงการสถาปัตยกรรมโลกจับตามอง นั่นคือโรงอุปรากรแห่งใหม่ที่มีชื่อว่า Isola della Musica หรือ ‘เกาะแห่งดนตรี’ อาคารรูปทรงโดมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเปลือกหอยมุก ออกแบบโดย เรนโซ เปียโน สถาปนิกชาวอิตาลีอายุ 80 ปี เจ้าของผลงานออกแบบตึกสำนักงานใหญ่ The New York Times และเจ้าของรางวัล Pritzker Prize ผู้ที่หลายคนยกให้เป็นรางวัลโนเบลแห่งวงการสถาปัตยกรรม โดยเขาเรียกเจ้าโดมแห่งนี้ว่าเป็น “โครงการที่เขารักที่สุด”
โรงอุปรากรแห่งนี้คือส่วนหนึ่งของแผนแม่บทขนาดใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่สวนสาธารณะเชิงวัฒนธรรมและศิลปะกว่า 250 ไร่ หรือราว 45,000 ตารางเมตร โดยการก่อสร้างเริ่มขึ้นในเดือนตุลาคม 2025 และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2027
ทันทีที่ภาพเรนเดอร์เผยแพร่ออกมา ตัวอาคารก็ถูกพูดถึงในฐานะหนึ่งในโรงอุปรากรที่โดดเด่นที่สุดแห่งอนาคต ด้วยรูปทรงโดมคาเทนารีขนาดมหึมาที่ราวกับว่ากำลังลอยขึ้นจากผิวน้ำ
นอกจากมิติทางวัฒนธรรมแล้ว เรนโซ เปียโน ยังได้นำเทคโนโลยี thin-shell structure ซึ่งเป็นศาสตร์ทางวิศวกรรมที่ซับซ้อนและต้องอาศัยความแม่นยำสูง ที่เขาใช้เวลาศึกษามาตลอดกว่า 40 ปี และตัดสินใจนำมันมาใช้อย่างเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรกกับ Hanoi Opera House
ทีมงานใช้เครื่องมือการคำนวณและเทคนิค BIM (Building Information Modeling) พัฒนาอัลกอริทึมเพื่อหา three-dimensional catenary surface ที่เหมาะสมที่สุด โดยกระบวนการนี้จะช่วยลดการใช้วัสดุ ลดต้นทุนการก่อสร้าง และลดปริมาณคาร์บอนในกระบวนการก่อสร้าง
ทีมออกแบบถึงกับกล่าวว่า หากย่อขนาดอาคารทั้งหมดให้เล็กเท่าไข่ เปลือกโดมของมันจะบางกว่าเปลือกไข่จริงเสียอีก
ภายในของอาคารแห่งนี้ประกอบด้วยหอประชุมหลักที่รองรับผู้ชมได้ถึง 1,800 ที่นั่ง หอประชุมอเนกประสงค์ 500 ที่ รองรับงานใหญ่แบบยืนได้ถึง 1,430 คน บวกที่นั่งระเบียงอีก 216 ที่ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ซ้อมและพื้นที่สร้างสรรค์แบบยืดหยุ่นได้ตามฟังก์ชั่นการใช้งาน ไปจนถึงพิพิธภัณฑ์ โถงต้อนรับขนาดใหญ่ และระเบียงชมวิว
ระบบเสียงในหอประชุมหลักยังมาพร้อมกับระบบแผงอะคูสติกเคลื่อนที่ ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยให้ช่างเทคนิคปรับสะท้อนเสียง การใช้งานให้เหมาะกับแต่ละประเภทของการแสดงได้โดยละเอียด เรียกได้ว่าครบครันเต็มระบบ
บริเวณภายนอกของโดมถูกปูด้วยกระเบื้องเซรามิกขนาดต่างกัน เพื่อให้เกิดพื้นผิวแบบ pixelated ระยิบระยับดั่งไข่มุก ด้วยความตั้งใจออกแบบให้สะท้อนสีสันตามแสงธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดทั้งวัน ทั้งแสงจากฟ้าเวลากลางวันของฮานอย ยันแสงฟ้าหม่นในสายหมอก และแสงสีส้มยามตะวันลาลับ
Isola Della Musica จึงไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เป็นเพียงโรงอุปรากรหรือสถานที่จัดแสดงคอนเสิร์ต หากแต่เป็นพื้นที่ที่สถาปนิกตั้งใจออกแบบมาเพื่อเชื่อมโยงผู้คน ดนตรี และความทรงจำใหม่ ภายในเมืองเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าพันปีแห่งนี้
อ้างอิงข้อมูลจาก
https://www.dezeen.com/2025/10/21/isola-della-musica-renzo-piano-building-workshop/