ไม่พบผลการค้นหา
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ถึงกับสวมบทวิญญาณทหารขึ้นมา ทวงสัญญาลูกผู้ชายจาก ‘พรรคร่วมรัฐบาล’ หลังสภาวะ ‘ศึกใน’ ที่หนักกว่า ‘ศึกนอก’ ของรัฐบาลที่เป็น ‘รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ-หลากพรรค’

โดยเฉพาะ 3 พรรคใหญ่พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย ที่ถูกมองเป็น ‘รัฐบาล 3 ก๊ก’

โดยเฉพาะในขั้ว ‘ครม.เศรษฐกิจ’ ที่มีรัฐมนตรีจาก 3 พรรค ทำให้ไม่มีเอกภาพในการทำงาน ที่ต่างพรรคต่างทำ ต่างโกยคะแนนนิยม แถมถึงขั้นเสนอให้ ‘บิ๊กตู่’ ปรับ ครม.เศรษฐกิจ เลยทีเดียว

แต่หากจับคำพูด ‘บิ๊กตู่’ มีการ ‘ขู่’ ซ่อนอยู่ด้วย

“ผมยืนยันรัฐบาลมีความมั่นคง มีเสถียรภาพ ส่วนจะมีปรับ ครม. หรือไม่ ตนเห็นเขียนกันเยอะแยะไปหมด ผมยังไม่มีแนวคิดเรื่องนี้ ซึ่งต้องดูไประยะนึงก่อน ขอให้ทำงานให้สำเร็จก่อน แล้วจะวัดผลงานกันอีกที ในการทำงาน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

“ผมถือว่าผมเป็นทหารเก่า เพราะฉะนั้น ผมถือว่าสัญญาลูกผู้ชาย สุภาพบุรุษสำคัญที่สุด การเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ก็ต้องร่วมรัฐบาลจริงๆ ในสิ่งที่รัฐบาลทำอย่างถูกต้อง ไม่ใช่ต่อสู้ทางการเมืองเพียงอย่างเดียว” พล.อ.ประยุทธ์

ประชุมสภา-ประท้วง-ม.44

แถมยังเจออีกมรสุม หลังฝ่ายรัฐบาลแพ้โหวตฝ่ายค้านในญัตติการตั้ง กมธ.ศึกษาผลกระทบจากการกระทำประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และการใช้อำนาจของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตามมาตรา 44 จึงทำให้มีการมองไปถึง ‘เสถียรภาพ’ ของรัฐบาลตามมาทันที เพราะเกิดการ ‘วอล์กเอาต์’ ของฝ่ายค้าน 2 วันติด หลังฝ่ายรัฐบาลยังดึงดันให้มีการ ‘นับคะแนนใหม่’

“เป็นเรื่องธรรมดา เมื่อวาน (27 พ.ย.) ผมติดตาม โดยพรรคร่วมรัฐบาล หลายคนติดราชการ หลายคนก็ไปต่างประเทศกับผมด้วย จึงมาโหวตไม่ทัน ถ้ามีการโหวตใหม่ก็ว่ากันไปแล้วกัน ตามกลไกของสภา ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาลไม่มั่นคง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ในส่วนของ ‘บิ๊กป้อม’ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะ ปธ.กรรมการยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ มองว่าเป็นเรื่องสปิริตของ ส.ส. ในการโหวต และไม่ได้มองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาภายในของรัฐบาล เพราะเป็นเรื่องของ ‘ตัวบุคคล’ ที่พรรคต้องพูดคุยกัน

ในสภาวะเช่นนี้จึงเกิดวาทะใหม่ ‘งูเห่าสีฟ้า’ ขึ้นมา

ทำให้หนึ่งในผู้โหวตสวนอย่าง ‘เทพไท เสนพงศ์’ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ต้องออกมาปฏิเสธไม่ได้เป็นงูเห่าสีฟ้า พร้อมชี้ถึงสาเหตุว่าเป็นญัตติที่พรรคประชาธิปัตย์ เสนอ นำโดย ‘สาทิตย์ วงศ์หนองเตย’ ส.ส.ตรัง ที่ตนได้รับรองญัตติดังกล่าวด้วย และได้ร่วมอภิปราย หากไม่โหวตสวน ก็จะกลายเป็นการหลอกลวงประชาชนเสียเอง

ทว่าระเบิดเวลาอีกลูกหนีไม่พ้นการตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังพรรคประชาธิปัตย์เลิกดันชื่อ ‘อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ’ อดีตหัวหน้าพรรค โดยอ้างเหตุผลไม่มีหลักประกันจะได้รับตำแหน่ง ด้วยสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์มีน้อย เพราะจะต้องได้รับการเสียงสนับสนุนจากพรรคร่วมรัฐบาลด้วย

ในฝั่งพรรคพลังประชารัฐ โดยเฉพาะเสียงที่หนักแน่นของ ‘บิ๊กป้อม’ ในการส่งชื่อ ‘ไพบูลย์ นิติตะวัน’ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ มานั่งใน กมธ. สัดส่วนของรัฐบาล แม้จะยังไม่ยืนยันว่า ‘ไพบูลย์’ จะได้เป็น ประธาน กมธ. หรือไม่ โดยให้เป็นเรื่องของ กมธ. พิจารณา แต่ทุกสายตาก็จับจ้องไปที่ ‘ไพบูลย์’ ที่มาแรงในขณะนี้ 

ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ‘เสี่ยหนู’อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ก็พูดสั้นๆ ว่า “ก็ตามรัฐบาล เราเป็นเรือเหล็ก” หลังสื่อถามว่าจะโหวตตามพรรคพลังประชารัฐในการเลือก ประธาน กมธ. หรือไม่ ก็ทำให้ พปชร. เบาใจไปได้บ้าง

ประยุทธ์-อนุทิน-อนุพงศ์-ศักดิ์สยาม-รถไฟฟ้า-MRT-สายสีสีน้ำเงิน

แต่ใช่ว่าจะ ‘หวานชื่น’ ไปเสียหมด อย่าลืมว่า ‘รัฐบาล 3 ก๊ก’ นี้ ยังมีพรรคภูมิใจไทยด้วย ที่ก่อนหน้านี้ ‘เสี่ยหนู’ ออกโรงปกป้อง ‘เสี่ยโอ๋’ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ในฐานะเลขาธิการพรรค ถึงขั้นบอกว่า หากไม่มี ‘ศักดิ์สยาม’ ก็ไม่มี ‘อนุทิน’ เลยทีเดียว

ท่ามกลางกระแสข่าว ‘รอยร้าว’ กับคนในรัฐบาลก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่จบเท่านี้ มีรอยร้าวครั้งล่าสุดเกิดกับทั้ง 3 พรรค จากกรณีการแบน 3 สารพิษ

มากันที่กองทัพ ในส่วนของ ผบ.เหล่าทัพ มีความเป็นปึกแผ่นและเป็นเอกภาพกับรัฐบาล โดยเฉพาะบทบาทของ ‘บิ๊กแดง’ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. หลังจัดทอล์กแผ่นดินของเราฯ ได้โลว์โปร์ไฟล์ตัวเองลงไป ทำงานใน ทบ.เงียบๆ ตามสไตล์ พล.อ.อภิรัชต์ ที่จะพูดน้อยครั้ง แต่จัดหนัก เพื่อเรียกกระแสให้ติดตามตอนต่อไป

ในส่วนของ ‘บิ๊กลือ’พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผบ.ทร. ก็ต้องรับมือกับ ‘คลื่นใต้น้ำ’ ที่เกิดขึ้นใน ทร. ก่อนหน้านี้ ที่ ‘บิ๊กลือ’ เองก็ทราบว่ากลุ่มคนที่ออกมาโจมตีตนคือใคร แม้คลื่นจะสงบลงไปบ้าง แต่ก็ยังมีคลื่นลูกย่อมๆเกิดขึ้น โดยเฉพาะการปล่อยกระแสข่าวโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำจีน ลำที่ 2 จะเดินหน้าหรือชะลอ แม้ ‘บิ๊กลือ’ จะระบุว่า ทุกอย่างยังคงเป็นไปตามแผน แต่ต้องดูว่างบประมาณเพียงพอหรือไม่ อีกทั้งทุกอย่างสามารถยืดหยุ่นได้ตามสถานการณ์

ในส่วนของ ‘บิ๊กนัต’พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผบ.ทอ. ในฐานะ ส.ว. ก่อนหน้านี้ได้กล่าวถึงการแก้ไข รธน. ว่า รธน.เปรียบเหมือนซอฟต์แวร์ของคอมพิวเตอร์ ที่มีกลไกกลางรวมทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน ปัจจุบันคิดว่าซอฟต์แวร์สามารถไปได้ เพียงแต่ว่าขอให้เคารพ รธน. ส่วนการแก้ไขเป็นเรื่องของบริบท อีก 10 ถึง 50 ปี โลกอาจจะเปลี่ยนไป แต่ในปัจจุบันซอฟต์แวร์ตัวนี้ถือว่าดีมาก ส่วนจะเป็นเรื่องเร่งด่วนต้องแก้ไขหรือไม่นั้น บริบทจะเป็นตัวบ่งชี้ว่าต้องทำอะไร จุดไหนที่ควรทำ”

สมพงษ์-เทพไท เพื่อไทย รัฐสภา

ทั้งนี้ตามมาตรา 265 รัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2560 เป็นสิ่งที่ฝ่ายค้านต้องการแก้เป็นอย่างแรก เพื่อปลดล็อกการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ

โดยหนึ่งในล็อกที่มีคือ ส.ว. ที่ต้องใช้เสียงหนุนถึง 1 ใน 3 หรือ 84 คนจาก 250 คน ที่ คสช. แต่งตั้งมา

ซึ่งท่าที ส.ว.ในวันนี้ ก็ไม่เห็นด้วย เพราะสิ่งหนึ่งที่ฝ่ายค้านขีดเป้าไว้คือ ‘อำนาจ ส.ว.’ นั่นเอง ที่ถือเป็น ‘กล่องดวงใจ’ ของ พล.อ.ประยุทธ์ และเป็น ‘มรดก คสช.’ โดยเฉพาะสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว คือ การโหวตเลือก นายกฯ นั่นเอง

แต่ล่าสุดท่าทีของ พล.อ.ประวิตร เปิดทางให้มีการตั้ง กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงทำให้ ‘เทพไท’ ออกมาขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ - พล.อ.ประวิตร ส่งสัญญาณไปยัง ส.ว. ให้เปิดทางแก้ไข รธน. เพราะ ส.ว. พร้อมฟัง หากสามารถแก้ รธน. ได้ภายใน 1 ปี จะไปกราบขอบคุณ พล.อ.ประวิตร ถึงทำเนียบฯ เลยทีเดียว โดยที่ผ่านมา ‘เทพไท’ ได้ออกมาทวง ‘ความจริงใจ’ ของรัฐบาลในการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตลอด

อย่าลืมว่าพรรคประชาธิปัตย์ สร้างเงื่อนไข 1 ใน 3 ข้อในการเข้าร่วมรัฐบาลคือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ด้วย ดังนั้นจึงต้องทำสัญญานี้ให้สำเร็จ ในส่วนของพรรคอนาคตใหม่ ก็ดักคอไว้แล้วว่าอย่าให้การตั้ง กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นแค่เพียงการถ่วงเวลาแก้ไขรัฐธรรมนูญ เท่านั้น 

ดังนั้น ‘สัญญาลูกผู้ชาย’ ไม่ใช่แค่คำพูด แต่อยู่ที่ ‘การกระทำ’ ของทุกคน !

ข่าวที่เกี่ยวข้อง