ไม่พบผลการค้นหา
ดีเจภูมิแจง เข้ารับทราบข้อกล่าวหา กรณีตกปลาในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพรโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้ว ส่วนไกด์ที่พาไปนั้นยังไม่ได้คุยว่ารู้หรือไม่เป็นพื้นที่ต้องห้าม ในส่วนของคดีความไม่มีอะไรกังวล ยินดีรับผิด หลังจากนี้ทำรายการต้องรัดกุมมากกว่าเดิม

กรณีดีเจภูมิ หรือ นายภูมิใจ ตั้งสง่า ถูกเจ้าหน้าที่ทีมพญาเสือ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพรเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากตรวจสอบแล้วพบว่า นายภูมิใจ และพวกเข้าจับสัตว์ (ตกปลา) ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพรโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น

ล่าสุดวันนี้ (10 ก.ย.) ดีเจภูมิ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงความคืบหน้าในกรณีนี้ เจ้าตัวชี้แจงว่า ล่าสุดได้เข้าไปรับฟังข้อกล่าวหาที่ สภ.ปากน้ำชุมพรแล้ว ส่วนตอนนี้ก็เข้าสู่กระบวนการของกฎหมายเต็มตัว โดยจะมีการเข้าพบเจ้าหน้าที่สภ.ปากน้ำชุมพร อีกครั้ง ในปลายเดือนกันยายนนี้

สำหรับข้อกล่าวหาทั้ง 5 ข้อ ที่โดนแจ้งความนั้นดีเจหนุ่มเผยว่า มีอยู่หนึ่งข้อที่คิดว่าอาจจะไม่เข้าข่ายการกระทำผิดหากดูที่เจตนา คือ เรื่องเกี่ยวกับการทำประมงในพื้นที่เขตอุทยาน เพราะกฎหมายของการทำประมงค่อนข้างซับซ้อน และมีใจความประมาณว่า หากมีการจับปลาในปริมาณเยอะเท่านี้ๆ หรือมีมูลค่าประมาณ 2,000 บาท ถึงจะเรียกว่าการทำประมง แต่ในเหตุการณ์นั้นปลาที่จับขึ้นมาจากจุดนั้นมีเพียงตัวเดียว ก็หวังว่าศาลจะมองว่าไม่ใช่การทำประมง และหวังว่าจะไม่โดนโทษขั้นสุดของเขา ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยอมรับว่าเป็นความผิดแน่นอนอยู่แล้ว แต่หวังว่าศาลจะมองเราที่เจตนามากกว่า

ดีเจ ภูมิ

ดีเจภูมิ ระบุว่า ส่วนตัวไม่ทราบและไม่มีความรู้เลยว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ต้องห้าม เพราะจากประสบการณ์ตกปลามากว่า 30 กว่าปี เคยจ้างไกด์มาทั่วโลก ก็ไว้วางใจว่าเขาจะพาเราไปที่ที่มาปลาเยอะๆ และหากทราบว่าการกระทำอะไรแล้วผิดกฎหมาย ก็คงจะไม่ถ่ายภาพตัวเองออกมา ซึ่งอย่างที่บอกในรายการเสมอว่าเรามีเจตนาในเรื่องของการรณรงค์ การอนุรักษ์มาตลอด หากใครที่เป็นแฟนคลับของรายการก็จะทราบเรื่องนี้เป็นอย่างดี

ขณะเดียวกันไกด์ที่พาไปก็ไม่ทราบเช่นกันว่าเขารู้หรือไม่รู้ว่าตรงนี้เป็นเขตที่ไม่ได้รับการอนุญาต ส่วนหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นไกด์ก็ถูกดำเนินคดีในข้อหาเดียวกัน แต่ไม่มีการพูดคุยหรือว่าติดต่อใดๆ ซึ่งหลังจากนี้ก็จะระมัดระวังมากขึ้น โดยก่อนหน้านี้ก็ได้มีการพูดคุยกับทีมทนายว่าจะร่างสัญญากับไกด์ที่พาเราไปในที่ต่างๆ แต่สุดท้ายแล้วแม้ว่าไกด์ทุกที่จะเซ็นต์ แต่หากเขาพาเราไปในที่ที่ไม่อนุญาตเราก็ไม่รู้อยู่ดี หรือแม้ว่าเขาจะเซ็นต์แล้วแต่ถ้าเราเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นเราก็ยังผิดอยู่ดี เพราะฉะนั้นตอนนี้ยังไม่มีมาตรการอะไรที่จะช่วยได้

ส่วนตอนนี้สำหรับเทปที่ถ่ายทำไปแล้ว ทั้งที่ออกอากาศและยังไม่ได้ออกอากาศ ก็ได้ให้ทีมงานช่วยเช็คข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ว่าตรงที่ไปถ่ายนั้นอยู่ในส่วนที่ได้รับอนุญาตหรือไม่ แต่การทำแบบนี้ก็มีอุปสรรค์เพราะว่าเราไม่สามารถชี้พิกัดที่ชัดเจนได้ โดยเฉพาะพื้นที่ที่เป็นป่า หรือทะเล ซึ่งทำได้ค่อนข้างยาก ดังนั้นหลังจากนี้การทำรายการจึงต้องรัดกุมให้มากที่สุด

ตอนนี้จึงเน้นการถ่ายทำการตกปลาที่ต่างประเทศอย่างเดียว เนื่องจากที่นู่นมีกติกาที่ชัดเจนมาก อย่างเช่นประเทศออสเตรเลีย พอเราไปถึงก็จะต้องซื้อใบอนุญาตจับปลา หากเราทำอะไรผิดไกด์ก็จะบอกทันที เช่น ปลาขนาดนี้จับได้ หรือขนาดนี้ต้องปล่อย หรือบางตัวถ่ายรูปแล้วต้องปล่อย ซึ่งเขาก็จะมีมาตรฐานในการนำปลาขึ้นเรืออย่างชัดเจน ผมจึงคิดว่านี่น่าจะเป็นโอกาสสำหรับประเทศไทย เพราะที่ต่างประเทศเรื่องกฎหมายเขาชัดเจนร้อยเปอร์เซ็นต์ ขณะเดียวกันไกด์ทุกคนก็เข้าใจกฎหมายร้อยเปอร์เซ็นต์

"ผมไม่ได้จะโทษไกด์ในประเทศไทย เพราะคิดว่าไกด์หลายท่านก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าตรงไหนตกได้หรือตรงไหนตกไม่ได้" ดีเจภูมิ ระบุ

พร้อมกันนี้ดีเจหนุ่ม ยังยืนยันว่าจะไม่เปลี่ยนแนวการทำรายการ เพราะยังอยากจะทำเรื่องการท่องเที่ยวของประเทศไทยอยู่ และหวังว่าในอนาคตทีมงานจะสามารถมีวิธีจัดการได้ดีกว่านี้ เพราะทะเลที่ประเทศไทยดีที่สุดแล้ว

ดีเจ ภูมิ

ส่วนสภาพจิตใจตอนนี้ก็โอเค และรู้สึกว่าสุดท้ายแล้วเหตุการณ์นี้คนที่ชนะที่สุดก็คือท้องทะเลไทย และก็ได้รับบทเรียนเยอะมากๆ เพราะการที่ได้เจอกับเหตุการณ์นี้ตอนอายุเท่านี้ มีธุรกิจส่วนตัวเพียง 3-4 ธุรกิจ ถือเป็นเรื่องที่ยังรับได้ แต่หากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันข้างหน้าที่มีธุรกิจใหญ่โตหลายร้อยล้าน ก็อาจจะส่งผลกระทบมากกว่านี้

ส่วนเรื่องคดีความตอนนี้ไม่มีอะไรหนักใจ อะไรจะเกิดขึ้นก็ปล่อยให้เกิดขึ้นตามกฎหมาย และก็ไม่คิดที่จะซิกแซก หรือขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ เหตุการณ์นี้ยอมรับผิดทุกอย่าง และไม่อยากจะแก้ตัว รวมถึงขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้และเข้าใจ แต่สำหรับใครที่อาจจะไม่เคยดูรายการ ก็อยากจะลองฝากให้ดู เพราะจะได้ทราบว่าจริงๆ แล้วเจตนาของรายการเรามันคืออะไร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: