ไม่พบผลการค้นหา
'วิรัช' ซัด 'เศรษฐา' ออกนโยบายเงินดิจิทัล ไร้กฎหมายรองรับ หวังแค่สร้างวาทกรรมชวนเชื่อ มัดใจคนไทย จี้ กกต.เร่งรับเรื่องร้องเรียน ส่งศาล รธน.ตีความด่วน

เมื่อเวลา 11.00 น. วิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการกิจกรรมและการปราศรัยหาเสียง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยได้ประกาศนโยบายจะแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาทให้คนที่ไทยเป็นเงิน 560,000 ล้านว่า ตอนนี้หลายฝ่ายก็ได้ไปยื่นหนังสือต่อ กกต.เพื่อให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงของนโยบายเงินดิจิทัลของพรรคเพื่อไทยแล้ว เนื่องจากมีประเด็นทางข้อกฎหมายอีกหลายข้อ สอดคล้องกับ เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ยืนยันเลยว่า เงินดิจิทัลภาคประชาชน ยังอยู่ในช่วงทดลองศึกษา โดยไม่มีความจำเป็นต้องเร่งรีบ

วิรัช กล่าวด้วยว่า ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ที่ปรึกษาคณะกรรมการนโยบายพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และอดีตรองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ก็ออกมาให้ความเห็นว่า นโยบายนี้จะเข้าข่ายพ.ร.บ.เงินตรา พ.ศ.2501 ซึ่ง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นองค์เดียวที่มีอำนาจในการออกเงินตราได้ นอกจากนี้ เหรียญดิจิทัลจะออกแบบให้เป็นบล็อกเชน โดยมีการเก็บข้อมูลในการใช้จ่ายของผู้ใช้ จำนวนมากถึง 54 ล้านคนโดยที่ไม่จำเป็นต้องขออนุญาตจากเจ้าของข้อมูลก่อน จึงมีความเสี่ยงที่จะรั่วไหล และถ้าเกิดรั่วไหลขึ้นมาจะเป็นอันตรายต่อประชาชน

วิรัช กล่าวต่อว่า การประกาศนโยบายของพรรคเพื่อไทยควรคำนึงถึงความเป็นไปได้ในข้อกฎหมายด้วย เพราะเงินดิจิทัลจะถูกนำไปตีความในพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. 2501 ซึ่งจะเป็นอุปสรรคและเป็นประเด็นที่ควรจะต้องมีการปรึกษาเพื่อจะหาทางออกให้เรียบร้อยก่อน และยังมีประเด็นที่ต้องพิจารณาว่า จะเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 73 (5) ฐานเป็นผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น หรือบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใดด้วยวิธีการหลอกลวง หรือจูงใจให้เข้าใจผิด ในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง หรือไม่ อีกด้วย 

"ผมมองว่า นโยบายแจกเงินดังกล่าว เศรษฐา ทวีสิน ประธานคณะที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยหวังใช้เป็นกลยุทธ์ในการหาเสียงมากกว่า เหมือนแนวประชานิยมสุดโต่ง แจกเงิน หวังมัดใจคนไทยเพื่อออกไปเทคะแนนให้กับพรรคตัวเอง แต่ผมเชื่อว่า จะเกิดผลเสียตามมาในอนาคตแน่นอน เพราะเริ่มต้นก็สอนให้ประชาชนเคยชินแบมือขอจากรัฐ แทนที่จะสอนให้ประชาชนสามารถจับปลาได้ด้วยตัวเอง เพื่อให้เกิดความมั่นคงของเศรษฐกิจในประเทศ ทั้งนี้คนไทยมีวิจารณญาณเพียงพอที่จะเลือกผูัแทนด้วยตัวเอง สามารถ คิด วิเคราะห์ แยกแยะได้ว่า นโยบายสร้างฝันเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้จริง หรือเป็นเพียงวาทกรรมในช่วงหาเสียงเท่านั้น"

นอกจากนี้ วิรัช ยังกล่าวถึง กกต.เกี่ยวกับประเด็นนี้ด้วยว่า กกต.ต้องเร่งรับเรื่องร้องเรียน เพราะเงินดิจิทัลที่พรรคเพื่อไทยจะแจกนั้น ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือไม่ เพราะเข้าข่ายฝ่าฝืนพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. 2501 มาตรา 6 มาตรา 9 และมีโทษตามมาตรา 35 หรือไม่โดย กกต.ต้องส่งข้อร้องเรียนดังกล่าวไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้มีการตีความ และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป



เชื่อคลิป พปชร. ซื้อเสียงถูกจัดฉาก

วิรัช กล่าวถึงกรณีมีการเผยแพร่คลิปที่พรรคพลังประชารัฐมีการแจกเงินและสิ่งของให้แก่ผู้ที่มาฟังการปราศรัยที่จ.นครราชสีมาว่า ตนได้แจ้งกับผู้สมัคร ส.ส.ให้ดำเนินการแจ้งความแล้ว ก่อนที่จะมีคลิปเผยแพร่ออกมา 1 วัน เพราะทราบว่ามีการจัดฉากในการถ่ายคลิป มีการจัดฉากในการเรียกคนมา มีการปิดหน้าปิดตา และมีการนําโบรชัวร์มาเหน็บคู่กับเงิน 100 บาท ซึ่งถือเป็นการสร้างฉากชัดเจน และต้องการให้คนถ่ายรูปเพื่อให้เห็นเงินอย่างชัดเจน อีกทั้งมีการส่งคลิปไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งนอกจากการแจ้งความ ตนได้ให้ผู้สมัครไปที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้ทาง กกต.พิจารณา ซึ่งทาง กกต.แจ้งว่า มีเรื่องนี้อยู่แล้ว เราเพียงแต่ไปให้การกับ กกต. อย่างไรก็ตาม จากนี้ก็ต้องรอทาง กกต. ว่าจะพิจารณาอย่างไร 

ผู้สื่อข่าวถามว่า คลิปที่ออกมามีผลต่อคะแนนเสียงของพรรคหรือไม่ วิรัช กล่าวว่า ผู้สมัครในพื้นที่ซึ่งมีประมาณ 5-6 เขต ฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถทำอะไรพรรค พปชร.ได้ เขาก็ต้องหาวิธีการในการเตะตัดขา 

“แต่ก็ทําอะไรเราไม่ได้เลย เราเป็นทอง ยังไงก็ต้องเป็นทองวันยังค่ำ” วิรัช กล่าว