ไม่พบผลการค้นหา
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เผยมี 13 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัย บ้านเรือนเสียหาย 2,642 หลัง มีผู้เสียชีวิต 1 ราย พร้อมสั่งเฝ้าติดตามสถานการณ์ของพายุโซนร้อนวิภาให้พร้อมรับมือและช่วยเหลือประชาชนได้ทันที

นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 31 ก.ค. – 4 ส.ค. 2562 อิทธิพลมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ส่งผลให้เกิด น้ำท่วมฉับพลันน้ำไหลหลาก ดินสไลด์ และวาตภัย ใน 13 จังหวัด ได้แก่ พะเยา น่าน เชียงราย แม่ฮ่องสอน ตราด จันทบุรี ตาก ระนอง ชุมพรเชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี กำแพงเพชร เลย และน่าน รวม 38 อำเภอ 116 ตำบล 472 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 2,642 หลัง ผู้เสียชีวิต 1 ราย (จังหวัดสุราษฎร์ธานี) สะพานเสียหาย 5 แห่งถนน 1 สาย เรือประมง ขนาดเล็ก 12 ลำ ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด ทั้งนี้ ปภ. ได้ร่วมกับจังหวัด หน่วยทหาร และหน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและจัดทำบัญชีความเสียหาย เพื่อให้ช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังต่อไป

ด้านผลกระทบจากพายุโซนร้อนวิภานั้น นายชยพล เปิดเผยว่า บูรณาการจังหวัดเสี่ยงที่ได้รับผลกระทบฝนตกหนักจากอิทธิพลพายุโซนร้อน "วิภา" และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรง ในช่วงวันที่ 3 – 6 ส.ค. 2562 เน้นย้ำมาตรการ เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ภัย การแจ้งเตือนภัยที่รวดเร็วและเข้าถึงประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย พร้อมประเมินสถานการณ์และจัดเตรียมสรรพกำลัง วัสดุอุปกรณ์และเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยให้สามารถปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที รวมถึงจัดเตรียมพื้นที่ปลอดภัยรองรับการอพยพประชาชนกรณีสถานการณ์ภัยมีแนวโน้มรุนแรง พร้อมกำชับดูแลด้านการดำรงชีพครอบคลุมทุกด้าน เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยน้อยที่สุด