ไม่พบผลการค้นหา
อีกปรากฏการณ์ ‘ดาวรุ่ง’ ที่กลายเป็น ‘ดาวร่วง’ เจ้าของฉายา ‘ผบ.ตร.น้อย’ อย่าง ‘บิ๊กโจ๊ก’ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกฯ หลังเจอ ‘เด้งฟ้าผ่า’ จากผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เข้ากรุศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อ เม.ย.2562 ท่ามกลางกระแสต่างๆ ว่าไปทำอะไรไม่เข้าตาใครหรือไม่

ต่อมามีคำสั่ง มาตรา 44 หัวหน้า คสช. โอน ‘บิ๊กโจ๊ก’ มาเป็นที่ปรึกษาพิเศษสำนักนายกฯ พ้นจากการเป็นข้าราชการตำรวจ มาเป็นข้าราชการพลเรือน ซึ่งเหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นภายใน 5 วันเท่านั้น จึงมีการเปรียบเปรยว่า ‘5 ปีขึ้น 5 วันลง’ แม้จะมีกระแสข่าว ‘โจ๊กรีเทิร์น’ กลับมาเป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร. แต่ก็เป็นเพียงกระแสข่าวเท่านั้น

ทำให้บารมีของ ‘บิ๊กโจ๊ก’ ลดลง มาพร้อมกับการโลว์โปรไฟล์ตัวเอง เข้าทำเนียบฯ เงียบๆ และมีการเผยภาพ ‘บิ๊กโจ๊ก’ เดินสายไหว้พระออกมา ผ่านมาเพียง 8 เดือน ขึ้นปี 2563 ชื่อ ‘บิ๊กโจ๊ก’ รีเทิร์นอีกครั้ง จากเหตุยิงถล่มรถ ‘บิ๊กโจ๊ก’ สนั่นกรุง เกิดการตีความทันทีว่าไปเหยียบเท้าใครอีกหรือไม่

แต่ครั้งนี้ ‘บิ๊กโจ๊ก’ เปิดหน้าท้าชน ซึ่งก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล แต่เป็น ‘นายเก่า’ อย่าง ‘บิ๊กแป๊ะ’พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. โดยไปโยงถึงเรื่องการขอให้ยุติการเรียกร้องยกเลิกสัญญาการจัดซื้อเครื่องไบโอเมทริกซ์ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อีกทั้งบีบให้ ‘บิ๊กแป๊ะ’ ต้องรับผิดชอบหาคนร้ายยิงรถมาให้ได้ พร้อมแง้มว่า ‘คนวงใน’ รู้ว่าใครยิง

ซึ่งประเด็นเครื่อง ‘ไบโอเมทริกซ์’ นั้น ‘บิ๊กโจ๊ก’ ระบุว่า ไม่เกี่ยวกับที่ตนหลุดพ้นตำแหน่ง ผบช.สตม. แต่เรื่องนี้สะเทือนไปถึง ‘บิ๊กตู่’พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม กับ ‘บิ๊กป้อม’พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ซึ่งทั้ง ‘บิ๊กโจ๊ก-บิ๊กแป๊ะ’ ต่างเป็น ‘ลูกน้องสายตรง’ ของทั้ง ‘2 ป. ประวิตร-ประยุทธ์’

การออกมาเผชิญหน้ากันของทั้ง ‘บิ๊กแป๊ะ-บิ๊กโจ๊ก’ ก็ทำให้ทั้ง ‘2ป.’ ลำบากใจไม่น้อย ที่จะต้องทำให้ ‘บัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น’ โดยทั้ง 2ป. ต่างหลักเลี่ยงการตอบคำถามกับสื่อ พร้อมเชื่อมั่นว่าทั้ง ‘บิ๊กโจ๊ก-บิ๊กแป๊ะ’ จะพูดคุยกันได้ เพราะเป็น ‘พี่น้อง’ กัน อีกทั้งเป็นเรื่องใน สตช. เอง

ประวิตร

“เป็นเรื่องของพี่น้องกัน เขาคุยกันเอง คิดว่าไม่มีอะไร คงไม่ต้องถึงมือผม ให้เขาสองคนไปว่ากันเอง” พล.อ.ประวิตร กล่าว แม้สัปดาห์ที่ผ่านมา ‘บิ๊กป้อม’ จะระบุว่าถ้าเจอทั้ง 2 คนจะพูด ก่อนจะสงวนท่าทีว่าไม่ได้คุม ตร. แล้ว

อย่างไรก็ตามปฏิเสธไม่ได้ว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ กับ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เป็นผู้ใต้บังคับบัญชา พล.อ.ประยุทธ์ โดยตรง ซึ่ง นายกฯ กล่าวเพียง “ให้เขาแก้ปัญหากันเอง”

แต่ดูเหมือนรอยร้าวที่เกิดขึ้นนี้ยากจะให้เคลียร์กันเอง จนทำให้ ‘บิ๊กตู่’ ต้องออกมาปรามให้เห็นแก่ภาพองค์กร แม้จะระบุว่า นายกฯ ไม่ได้มีหน้าเคลียร์หรือต้องไปเป็นกาวใจให้ก็ตาม แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า นายกฯ เป็นประธาน ก.ตร. จึงต้องมีส่วนในการรับผิดชอบครั้งนี้

“ผมได้ย้ำเตือนไปแล้วว่าต้องรักษาองค์กรของท่านด้วย เรื่องนี้มันอยู่ที่คนนั่นแหล่ะ ผมก็ต้องฟังผู้บังคับบัญชาที่เขารับผิดชอบโดยตรงชี้แจงมา และผมก็ให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่ร้องเรียนมาต่างๆ เขามีคณะกรรมการวินัย คณะกรรมการกำลังพลทั้งหมด ถ้าใครไม่ได้รับความเป็นธรรมก็อุทธรณ์ได้ เขาก็มีคณะกรรมการอุทธรณ์ สามารถโอนย้ายได้หมด ผมไม่อยากให้มีการพูดผ่านสื่อ มันเสียหาย ใช่หรือไม่ใช่ บางทีประชาชนก็เข้ามาตัดสินไปด้วยมันก็เสียทั้งหมด เพราะฉะนั้น ต้องดูพฤติกรรมของแต่ละคนที่ออกมาร้องเรียนด้วยว่าเขามีพฤติกรรมอย่างไร เท่าที่ทราบก็มีปัญหาอยู่พอสมควร ดังนั้น อย่าเพิ่งไปตัดสินผิดถูกอะไรตอนนี้เลย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

“เรื่องนี้เป็นเรื่องภายใน ซึ่งเขามีคณะกรรมการก็ควรไปประชุมกันใน ก.ตร. ซึ่งเขามีคณะกรรมการตรวจสอบวินัย เขาก็จะชี้แจงเองว่าคนนี้เป็นอย่างไร พฤติกรรมที่ผ่านมาเป็นอย่างไร มีความผิดอะไรอยู่บ้างหรือเปล่า และการออกมาร้องเรียนผิดวินัยหรือเปล่า แม้แต่การเอาเทปมาออกมันผิดหรือเปล่า มันบันทึกเสียงกันได้ไหม ใครเป็นคนเอาไปออก เขาสอบหมดนั่นแหละ เขากำลังตั้งคณะกรรมการสอบอยู่ ไม่เช่นนั้นก็วุ่นไปหมดทุกอย่าง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ประยุทธ์ ทหาร กองทัพ 110 ปีกองทัพภาคที่ 1_๒๐๐๑๑๓_0005.jpgพล.ต.ท. สุรเชษฐ์

ศึกครั้งนี้ก็นิ่งลงไปบ้าง ด้วยแรงปรามของทั้ง ‘บิ๊กป้อม-บิ๊กตู่’ ที่ให้ไปพูดคุยกันเอง เพราะทั้ง ‘2ป.’ ต่างเป็น ‘พี่ที่เคารพ’ ของ ‘บิ๊กโจ๊ก-บิ๊กแป๊ะ’ เห็นได้ชัดจากการเป็น ‘ผบ.ตร.เก้าอี้เหนียว’ เกือบจะครบ 5 ปีเต็มของ ‘บิ๊กแป๊ะ’ ตั้งแต่ยุค คสช. ท่ามกลางกระแสข่าวโดนเลื่อยเก้าอี้

ส่วน ‘บิ๊กโจ๊ก’ เติบโตในราชการ ตร. อย่างรวดเร็ว จนเป็น ‘นายพลอายุน้อย’ แน่นอนว่าสิ่งนี้ก็เป็น ‘ดาบสองคม’ ที่กลับทิ่มแทง ‘บิ๊กโจ๊ก’ เอง มีคนจองกฐินเพียบ จึงทำให้งานนี้ ‘บิ๊กป้อม’ พูดน้อยกว่าปกติ ส่วน ‘บิ๊กตู่’ ก็สงวนท่าทีอย่างมาก เพราะทั้ง ‘บิ๊กแป๊ะ-บิ๊กโจ๊ก’ ก็มีพรรคพวกของตัวเอง

ซึ่งที่ผ่านมา ‘บิ๊กโจ๊ก’ เลือกที่จะเก็บรอยร้าวนี้ไว้ในใจ แต่วันนี้ได้ประกาศศึกชัดเจน และอีกจุดแตกหักคือ ‘คลิปเสียงลับ’ ที่ถูกปล่อยออกมา โดยเป็นการพูดคุยระหว่าง ‘บิ๊กแป๊ะ’ กับ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผบ.ตร. ที่ยิ่งตอกย้ำว่ามี ‘รอยร้าว’ อย่างเด่นชัด ทำให้ ‘บิ๊กตู่’ คำรามเลยว่าการเอาเทปมาออกมาและการบันทึกเสียงทำได้หรือไม่และผิดหรือไม่

โดยบทสนทนา ‘บิ๊กแป๊ะ’ สั่งไม่ให้ พล.ต.อ.วิระชัย ลงมาทำคดี ‘บิ๊กโจ๊ก’ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจนครบาลแทน เพราะมองว่าเรื่องการ ‘ยิงรถ’ ที่เกิดขึ้นมีการ ‘เตี๊ยม’ กันมา จึงโทรฯ มาเบรกไม่ให้มายุ่งกับคดียิงรถทันที อีกทั้งกล่าวโจมตี ‘บิ๊กโจ๊ก’ ถึงช่วงการเป็นตำรวจว่า ‘หลอกใช้’ ใครไปบ้าง

ทำให้ ‘บิ๊กโจ๊ก’ ถึงกับออกมาซัด ‘บิ๊กแป๊ะ’ ให้แสดงสปิริตลาออก มาสั่งอย่างนี้ได้อย่างไร ยิ่งทำให้สถานการณ์ต่างๆ ยิ่งแย่ลงอีก

แต่สัปดาห์นี้ทุกอย่างกลับนิ่งลง จึงเชื่อกันว่าทั้ง ‘บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม’ คงไปปรามทั้ง ‘บิ๊กโจ๊ก-บิ๊กแป๊ะ’ เรียบร้อยแล้ว เพราะเรื่องนี้ไม่ได้สะเทือนแค่ใน สตช. แต่มาถึง ทำเนียบฯ ด้วย เพราะต่างเป็น ‘องคาพยพ’ ของ ‘บิ๊กตู่’ ทั้งสิ้น อีกทั้งเรื่องราว ‘เด้งฟ้าผ่า’ ครั้งก่อน ก็ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเคลียร์ให้กับสังคม ให้หายค้างคาใจ

มหากาพย์ ‘บิ๊กโจ๊ก’ ยังไม่จบแค่นี้ ศึกในวงการ ‘สีกากี’ ที่ ‘บิ๊กตู่’ ต้องกรำศึกต่อไป

ปริศนา ลายพราง
92Article
0Video
16Blog